Packaging City

Packaging Design Knowledge Center

พี่ไทย…เป็นประธานกรรมการตัดสินงานออกแบบ Core77 Design Awards ระดับโลก

core77-design-awards-logo
core-77-award-trophy

ไม่ธรรมดาครับ น่าภูมิใจอีกแล้ว คนไทยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ..!!!

คุณสมชนะ กังวารจิตต์ นักออกแบบบรรจุภัณฑ์คนไทยที่ได้เป็นกรรมการตัดสินเคียงบ่าเคียงไหล่กับกรรมการระดับโลกหลากหลายสาขา อาทิเช่น ผู้ก่อตั้ง Airbnb, Designer จากรถ McLaren, นักออกแบบจาก Samsung Global, Creative Director จากหนังสือ NY Times, หัวหน้าฝ่ายความคิดสร้างสรรค์จาก Airbus Group (โรงงานผลิตและประกอบเครื่องบินของโลก) และ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยของโลกทั้ง Cornell, Art Center College of Design, National Institute of Design เป็นต้น ถือได้ว่าเด็ดๆทั้งนั้น

somchana-jury-packaging-design-asia-world-core77-design-awards

Core77 Design Awards 2016 การประกวดงานดีไซน์ครั้งที่ 6 โดยเว็บไซต์ Core77 บล็อกดีไซน์ระดับโลกที่ครอบคลุมทุกสาขาของการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงพื้นที่ Core77 ถูกพูดถึงในสิ่งพิมพ์ชื่อดังของอเมริกาอย่าง The New York Times และ PC Magazine และได้รับการยอมรับให้เป็นแหล่งข้อมูลความรู้ และชุมชนออนไลน์ของเหล่าดีไซเนอร์และคนรักงานออกแบบอีกด้วย โดยการประกวดผลงานจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองสาขาอาชีพการออกแบบทุกสาขา และความสามารถของนักออกแบบ

core77-design-awards-category

ในการประกวดครั้งนี้มีด้วยกันถึง 14 สาขา โดยแต่ละสาขาจะมีคณะกรรมการเฉพาะกลุ่ม โดยกรรมการเหล่านี้เป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา ซึ่งมาจากหลากหลายประเทศ เช่น Hyuntaik Lim ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Samsung Global Design Europe เป็นกรรมการสาขาผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค, Alexis Lloyd Creative Director ของ NY Times R&D Lab กรรมการสาขาการออกแบบ Interaction, Alex Alexiev นักออกแบบรถ McLaren, Joe Gebbia ผู้ก่อตั้ง Airbnb เป็นหัวหน้ากรรมการสาขา Service Design

และที่น่าภูมิใจสุดๆ ก็คือกรรมการจากประเทศไทย คุณสมชนะ กังวารจิตต์ ผู้ก่อตั้งบริษัท Prompt Design ได้คัดเลือกเป็น July Captain หัวหน้ากรรมการในสาขาการออกแบบบรรจุภัณฑ์ นับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยที่ไปสู่ระดับโลกอย่างแท้จริง

somchana-prompt-design-jury-design-awards-judgement-winner-packaging

ตัวอย่างผลงานของผู้เข้ารอบในปีที่แล้ว ได้แก่ The Urban Post-Disaster Housing Prototype ผลงานเข้ารอบในสาขาการออกแบบสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นแบบบ้านสำหรับหลังเกิดภัยพิบัติที่กลุ่มสถาปนิก Garrison Archi-tects ออกแบบให้กับสำนักงานจัดการภัยพิบัติฉุกเฉินของเมืองนิวยอร์ก เพื่อเป็นต้นแบบในการวางแผนรับมือภัยพิบัติในระยะยาว อีกหนึ่งผู้เข้ารอบในสาขานี้ คือ Museum of Future Government 2014 ผลงานของกลุ่มนักออกแบบ TELLART ที่ออกแบบให้กับสำนักงานนายกรัฐมนตรีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นการจัดแสดงบริการต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นและอนาคตของรัฐบาลในรูปแบบนิทรรศการ

core77-design-awards-winner-gallery

การประกวดของ Core77 มุ่งหวังที่จะมอบโอกาสให้แก่นักออกแบบ นักวิจัย และนักเรียน นักศึกษา ได้มีโอกาสในการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่อยู่เบื้องหลังผลงานของพวก เขา ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบในลักษณะแบบไหนก็ตาม ตั้งแต่งานรับจ้างไปจนถึงโปรเจ็กต์ส่วนตัว เพื่อเปิดรับความหลากหลายในวงการดีไซน์ ทั้งในเชิงพาณิชย์ วัฒนธรรม สังคมสิ่งแวดล้อม และการศึกษา

ติดตามชมคลิปวิดีโอของกระบวนการตัดสิน ของเหล่าคณะกรรมการในการคัดเลือกผลงาน และผลงานการออกแบบหลากสาขาของผู้ชนะและผู้เข้ารอบได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ ที่เว็บไซต์ http://designawards.core77.com

Cr. คิดสร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์ โดย ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ
Cr. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

Advertisements

Filed under: Idea Packaging, Other, Packaging Tips, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

แคมเปญ…ไอเดียแจ่ม version โค้ก

วันนี้ขอแนะนำแบรนด์ Coca-Cola ที่ทุกๆคนคุ้นเคย แต่จะเล่าถึงไอเดียของ โคคาโคล่า เจ๋งๆที่คุณอาจไม่เคยรู้เพราะว่า เรารับรู้แค่ในประเทศไทยประเทศเดียว แต่ผมจะไปนำไอเดียของแบรนด์ยักษ์ใหญ่แบบโค้กในต่างประเทศว่าเค้าทำอะไรบ้างมาเล่าให้ท่านๆฟังกันนะครับ

original Coco-ColaHandout Coca-Cola Photograph

เริ่มกันเลยดีกว่าครับ….!!!

ไอเดียที่ 1. ในปี 2011 ที่ผ่านมาแคมเปญหรือไอเดียนี้เริ่มในประเทศออสเตรเลีย ชื่อแคมเปญที่ว่า “Share a Coke” เริ่มช่วงประมาณตุลาคม โดยเริ่มมาจากว่าวัยรุ่น 50% ไม่ชอบรสชาติโค้ก ทางโค้กก็พยายามหา Gimmcik idea ให้วัยรุ่นหันกลับมาดื่มโค้กด้วยวิธีที่ชาญฉลาดก็คือ ใช้วิธีพิมพ์ชื่อคนที่มีการตั้งชื่อสูงสุดในออสเตรเลีย 150 ชื่อลงบนกระป๋องโค้ก เช่น Matt, Nan, Joel, Anna เป็นต้น และกระจายไปตามตู้แช่ในหัวเมืองต่างๆ โดยออกแบบให้ชื่อนั้นอยู่ตำแหน่งเดียวกันกับโค้กเลยก็ว่าได้ ถือเป็นความตั้งใจ แต่จะมี Wording เขียนกำกับไว้ข้างหน้าชื่อว่า Share a Coke with…. หลังจากออกตลาดไปพบว่าคนมีการแชร์ในโลก Social Network และมีคนพูดถึงเป็นจำนวนมาก ก่อนที่โค้กจะเปิดตัวว่านี่คือแคมเปญ Share a Coke ให้รับรู้ทั่วกันอย่างเป็นทางการ ทางคุณ Lucie Austin Marketing Manager กล่าวว่ามันเป็นการย้ำเตือนให้ลูกค้านั้นนึกถึงคนที่เคยเกี่ยวข้องในชีวิต หรือไม่ก็ลืมติดต่อกับเค้า หรือไม่ได้ติดต่อกันเสียนาน อยากที่จะนำขวดโค้กกระป๋องโค้กไปแชร์กันอย่างสนุกสนาน มันสร้างความฮือฮามากๆขนาดลูกค้าสามารถเข้า Facebook ไปเลือกเพลงประจำตัวประจำชื่อได้และแชร์ผ่านออนไลน์

coke_connect_land11skr5i.jpgcoca-cola-share-a-coke-1-2000-84478

บางคนคิดว่า อ่าว…!!! ชื่อฉันไม่โหลจะทำยังไงดีล่ะ ก็แค่ไปลงทะเบียนนัดผ่าน Facebook Fanpage ของ Coke ซึ่งจะมีกิจกรรมต่างๆที่นำชื่อของท่านไปใส่ไปตามจุดต่างๆ เพื่อเอาใจแฟนโค้กได้ทั่วถึง

ส่วนคนที่ชื่อไม่โหล ก็ไม่ต้องน้อยใจ เพราะโค้กคิดเผื่อไว้ให้แล้ว

ใครที่อยากจะมีชื่อตัวเอง ชื่อเพื่อน คนในครอบครัว คนรู้จัก หรือคนที่อยากรู้จัก พิมพ์ลงบนกระป๋องโค้กขนาด 200 มิลลิลิตร ก็ไปลงทะเบียนนัด ผ่านแฟนเพจของแชร์อะโค้กในเฟซบุ๊กซึ่งจะมีกิจกรรมไปชื่อบนกระป๋องให้ตามต้องการตามจุดต่างๆ ที่ประกาศไว้ เป็นการเอาใจผู้บริโภคแฟนโค้กเป็นส่วนตัวอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกัน

Things_we_like_coca_cola_can1

ผลที่ได้คือ 7% ในการเพิ่มขึ้นของยอดกลุ่มวัยรุ่น, ยอดขายเพิ่มขึ้น 3%, 870% ในการเพิ่ม Traffic ในเฟสบุ๊ค, กว่า 12 ล้านมีเดียที่ได้ฟรี และ 76,000 แชร์กันในเฟสบุ๊ค เพียงไม่ถึงเดือนแฟนเพจของโค้กก็มีกดไลค์ 6 แสนกว่าราย มีคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นเกือบ 2 หมื่นราย

ไอเดียที่ 2. โค้กสร้างแคมเปญ แบ่งปันกระป๋องโค้ก แบ่งปันความสุข (Sharing Can) เป็นอีกแคมเปญ แชร์ความสุขด้วยการแบ่งปันกระป๋องโค้ก อย่างที่เรารู้โค้กแคมเปญนี้เป็นไอเดียของ Ogilvy & Mather ประเทศสิงคโปร์และฝรั่งเศสที่ทำงานร่วมกัน สร้างแคมเปญแบ่งครึ่งกระป๋องโค้กโดยได้ออกแบบแนวคิดใหม่ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังทางความคิดสร้างสรรค์ด้วยการนำโค้กกระป๋องขนาด 330 มิลลิลิตร มาแบ่งให้เพื่อนได้ด้วยการบิดกระป๋อง เมื่อบิดกระป๋องแล้วจะได้ออกมาเป็น Coke can 2 กระป๋องเล็กเพราะตอบปัญหาเรื่องคนทานน้ำอัดลมปริมาณน้อย กับสร้างการแบ่งปันและความสัมพันธ์มิตรภาพคนรอบข้างด้วยกระป๋องเล็กๆใบนี้ได้ด้วย

coke-sharing-cancoca-cola-sharing-can-600-92051 maxresdefault

ไอเดียที่ 3. โค้กได้คิดจากแคมเปญ การแชร์กันการช่วยเหลือกันอีก ออกแคมเปญวันเพื่อนแห่งชาติมา ซึ่งเป็นวันที่ 20 July โดยลงทุนทำเครื่อง Vending Machine หรือตู้กดน้ำ แต่ทำในขนาดใหญ่มาก ให้ชื่อว่า Friendship Machine ซึ่งคนทั่วไปไม่สามารถจะหยอดเหรียญหรือกดน้ำได้ ต้องมีเพื่อนมาพยุงต่อกันเพื่อที่จะต่อตัวขึ้นไปกดน้ำโค้กทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์แบบใหม่เกิดขึ้นตามแคมแปร์การแชร์ แบ่งปัน ช่วยเหลือกันตรงตามเป้าหมายที่คิด ผลลัพธ์ที่ได้นั้น ยอดขายโตขึ้นจาก Vending Machine ปกติถึง 1075%, ขาย 800 กระป๋องใน 9 ชั่วโมงต่อหนึ่งตู้

18996 Coca-Cola vending machine Ziggo dome oktober 2012 LR coca-cola-the-friendship-machine-2000-35490

ไอเดียที่ 4. โค้กต้อนรับ Summer ของทางประเทศโคลัมเบียฝั่งอเมริกาใต้ ด้วยการเสิร์ฟโค้กในขวดน้ำแข็ง ซึ่งเป็นขวดน้ำแข็งแท้ๆ ละลายได้จริง โดยไม่ต้องนำขวดมา Recycle ใหม่ ความคิดสร้างสรรค์นี้เป็นฝีมือของ Agency ชื่อดังอย่าง Ogilvy & Mather ที่นำมาเปิดตัวที่ชายหาย Cartagena ประเทศ Columbia โดยออกแคมเปญCoca Cola Ice Bottle  บริเวณขวดน้ำแข็งถูกพันด้วยพลาสติกลายโลโก้โค้ก ที่ทำเลียนแบบขวดโค้กของจริง และช่วยให้เป็นภาชนะป้องกันความเย็นจากขวดน้ำแข็ง เป็น Idea ที่เจ๋งมากๆ Eco-Friendly ต่อโลกต่อธรรมชาติอีกด้วย เรียกได้ว่าพลังความคิดสร้างสรรค์เหลือรับประทานจริงๆ

Coca-Cola-Ice-bottlescoca-cola-ice-bottle-hed-2013

ไอเดียที่ 5. กอดฉันหน่อย ไอเดียการทำตู้กดน้ำที่มีแนวความคิดจากแคมเปญ Open Happiness ซึ่งเป็นแก่นนั้น ทำให้ตู้กดน้ำที่เกิดจากการกอด หรืออ้อมกอดของเราที่แสนอบอุ่นถ่ายทอดไปยังตู้กดน้ำ โดยลักษณะตู้กดน้ำนั้นจะมีข้อความเขียนว่า Hug Me อยู่ พอเจ้าตัว Hug Machine นี้ออกไป ผลลัพธ์ทำให้คิวของตู้นี้ยาวเหยียดมาก, มีเดียที่ได้ในเวลา 2 อาทิตย์ เป็นจำนวน 116 ล้าน รวมถึง 1.5 ล้านเป็นวีดีโอ ถือว่าลงทุนเพื่อฟรีมีเดียได้ดีเลยทีเดียว

20120329_162738

ไอเดียสุดท้าย เป็นงานสิ่งพิมพ์โฆษณา Coca-Cola Grib ที่เชิญชวนให้รู้จักถึงสินค้าใหม่อย่าง Coca-Cola Grip ว่ามีข้อดีอย่างไร จับถนัดมือ ไม่หลุดหล่นง่าย เค้าจึงออกแบบให้เกิดประสบการณ์ใหม่ ซึ่งใช้ตีนตุ๊กแก หรือ Velcro tape นั้นเป็นแผ่นโฆษณาแกนที่จะพิมพ์กระดาษ ฉะนั้นเมื่อไปติดตั้งบริเวณป้ายรถเมล์ เนื่องจากพฤติกรรมคนชอบยืนพิง ทำให้เมื่อไปยืนพิงป้าย Coca-Cola Grip ทำให้ตัวตีนตุ๊กแกนั้นดูดเสื้อผ้า ทำให้สะดุดตาหรือเอะใจว่าเกิดอะไรขึ้น พอมาอ่านป้ายก็เสมือนเฉลยว่า มันคือ Coca-Cola Grip ไม่หลุดง่าย เป็นต้น

coca-grip-velcro

ทั้งหมดสำหรับครั้งนี้พยายามให้ท่านๆเห็นว่า แบรนด์ๆหนึ่งนั้น สามารถสร้างสรรค์ผลงานแต่ละชิ้นที่เป็นชิ้นเอกที่สามารถสร้างความโดดเด่นความฮือฮาได้มากมาย ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่จินตนาการว่าแบรนด์ของท่านสามารถสร้างได้แบบนี้หรือไม่ ยังไงมันถือเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านให้ความสำคัญในการสรรสร้างผลงานไม่มากก็น้อย บางทีท่านอาจจะสร้างแค่ครั้งเดียวแล้ว WoW จนกลายเป็น Talk of the town ในที่สุด

เครดิต : SMEs Plus Magazine

Filed under: Idea Packaging, Packaging Strategy, , , , , , , , , , , ,

สร้างชื่อด้านบรรจุภัณฑ์โลกอีกแล้ว!!!! สมชนะ กังวารจิตต์ นักออกแบบระดับโลก

คุณแชมป์ สมชนะ กังวารจิตต์ คนไทยระดับโลก สัมภาษณ์รายการ World Class Smart Thai ของกรุงเทพธุรกิจ บอกเล่าเรื่องราวความเป็นนักออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับโลกแบบกันเอ๊ง…กันเอง น่ายกย่องในความตั้งใจของเขาจริงๆ ลองมาดูการทำงาน ทีมงาน ความตั้งใจในการทำงานของเขาที่ทำให้คุณสมชนะสามารถทำให้เขาไปสู่ Packaging Designer of the World อย่างแท้จริง

Filed under: Other, Packaging Tips, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

ขนาด…ใครคิดว่าไม่สำคัญ….???

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ผมจั่วหัวแปลกๆ ฮั่นแน่….!!!!!

ผมรู้ว่าท่านคิดอะไรอยู่ ถูกต้องแล้วครับ….!!!! วันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่องของขนาด ขนาด แล้วก็ขนาด ความเป็นจริงแล้วขนาดหรือ ไซส์นั้นมีผลมากจริงๆ ตัวอย่างเทรนด์ปัจจุบันที่ผู้หญิงชอบนักชอบหนาที่ไปทำหน้าอกที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม มันก็ย่อมต้องมีวัตถุประสงค์แอบแฝงอยู่อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นใจ เรื่องบริหารสเน่ห์ เรื่องกลัวแฟนไม่รัก หรืออีกร้อยแปดเหตุผลตามแต่จะสรรหามา ซึ่งในความเป็นจริงจากผลการวิจัยนั้นได้ระบุชัดเจนว่า 47% ในการมองแวบแรกของผู้ชายมีเป้าหมายที่หน้าอกสาว แสดงว่าเป็นการตอกย้ำสาวๆ ว่าความไม่มันใจเรื่องหน้าอกหน้าใจนั้นแสดงว่าไม่ได้คิดไปเอง

นี่แหละครับเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าขนาดนั้นสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายขนาดไหน… !!!!

แค่่เขียนเกริ่นนำ ท่านผู้อ่านก็คงอยากรู้แล้วสิครับว่าเรื่องราวไซส์ๆขนาดๆ เนี่ยมันเกี่ยวอะไรกัน…!!!!!

ในวงการตลาดนั้นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดด้านราค้า ราคา หรือ Price  Strategy มันก็คือ กลยุทธ์ด้านขนาด ( Size )

นี่ไงครับ เห็นมั้ย เริ่มเกี่ยวกันแล้ว…..!!!!

ท่านจะสังเกตเห็นว่าหลากหลายผลิตภัณฑ์จะมีการ เพิ่มหรือลดหรือปรับขนาด กันอยู่บ่อยๆ ครั้ง มันมีที่มาอย่างไรเดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังและเข้าใจได้ง่าย ดังนี้

1. Emotional Benefit หรือ ปรับไซส์เพื่อตอบสนองทางด้านความรู้สึกผ่านบรรจุภัณฑ์(Packaging) พูดเป็นทางการแบบนี้ท่านอาจจะงง ผมจะอธิบายให้ฟังตัวอย่างเช่น บริษัท ฟริโต เลย์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตมันฝรั่งแผ่นยอดนิยม และเป็นเจ้าตลาดขนมขบเคี้ยว ออกสินค้าใหม่ก็คือ เลย์ ลอง ขนาด 72 กรัม ราคา 25 บาท ซองยาววววขึ้น สูงขึ้น ปริมาณมากขึ้น โดยสิ่งที่เลย์อยากจะพูดนั้นก็คือ “ความสนุก ยาวตลอดทริป” ซึ่งแปลว่าถ้าคุณเลือกซื้อ เลย์ลอง คุณจะสามารถทานอย่างมีความสุขได้ตลอดทั้งการไปเที่ยวเลยทีเดียว สังเกตจากกราฟฟิกและโฆษณาทุกๆอย่างที่ทาง เลย์ เลือกใช้นั้นจะเป็นกราฟฟิกรูปการเดินทาง มีรถแวน, ป้ายเส้นทาง, ถนนหนทาง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้สื่อสารในเรื่องของการไปเที่ยวหรือวันพักผ่อนผ่าน Emotional Benefit แบบเต็มๆ อย่างชัดเจนว่า เมื่อคุณออกเดินทางไปไหนก็ตาม เลย์ลองสามารถเป็นความสนุกของคุณตลอดเส้นทางได้ หลังจากที่ เลย์ Launch ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ออกไป โดยใช้กลยุทธ์การปรับไซส์ เพิ่ม Perception ทางด้านความรู้สึก (Emotional) ซึ่งจับต้องไม่ได้ ทำให้ยอดขายของเลย์เพิ่มขึ้นเป็น 200% ซึ่งสูงมากๆในรอบหลายปีเลยทีเดียว

ข้อสังเกตุ ซึ่งตามปกติแล้วนั้น เดิมเลย์จะมีขนาดทั้งหมด 3 ขนาด คือ ขนาด 5 บาท 14 กรัม, ขนาด 10 บาท 29 กรัม, ขนาด 20 บาท 57 กรัม, ขนาด 30 บาท 80 กรัม เลย์จึงพยายามเพิ่มช่วงราคาที่ขาดหายไปให้เต็ม โดยสื่อสารผ่าน Emotional Benefit ออกมา

2. Functional Benefit หรือ ปรับไซส์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคผ่านบรรจุภัณฑ์(Packaging) ตัวอย่างเช่น น้ำดื่มอย่าง เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ กับน้ำดื่มช้าง มีการปรับไซส์ให้ขนาดเล็กลง ในราคาถูกลง ขานรับกับผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นการพกพาสะดวก น้ำหนักเบา และเหมาะกับผู้บริโภคต้องการน้ำดื่มในขนาดที่พอรับประทาน ซึ่งได้วางจำหน่ายมาระยะหนึ่งแล้ว ผลตอบรับค่อนข้างดีมาก สังเกตดีๆ จะพบว่า Case Study น้ำดื่มนี้จะเน้น Functional Benefit ก็คือชูการปรับไซส์ลงเพื่อสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคล้วนๆ ขอย้ำเพื่อสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคล้วนๆ และแทบไม่ได้อ้างอิงทางด้าน Emotional เลย นี่ก็เป็นอีก Case หนึ่งที่เป็นการศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มแล้วออกขนาดใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการ ซึ่งมันจะแตกต่างจาก Case Study ด้าน Emotional ตรงที่ฝั่ง Emotional จะพยายามสื่อสารผ่านความรู้สึกที่พยายามใส่ลงไปในทุกๆสื่อที่เลือกใช้ผิดกับน้ำดื่มเพียงแค่ปรับไซส์เท่านั้น

เพิ่มเติมอีก Case Study หนึ่งที่ร้อนแรง ณ เวลานี้ ก็คือ สงครามชาเขียวที่ดูจะเล่นกันจนหน้าชาไปหมดแล้วระหว่างเจ้าใหม่อย่างอิชิตัน กับ เจ้าตลาดอย่างโออิชิ ถ้าสังเกตโออิชิยิงขีปนาวุธแรกออกไป ด้วยบรรจุภัณฑ์ใหม่(New Packaging)อย่างกระป๋อง 4 รสชาติ ราคา 15 บาท ขนาด 320 ml. คำถามคือออกมาทำไมเนื่องจากชาด้านในก็เป็นรสเดิม เปลี่ยนแค่บรรจุภัณฑ์ คำตอบก็คือ ช่วยขยาย “พอร์ตสินค้า” ของโออิชิให้ครบถ้วน เพราะเป็นราคาที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง 20 บาท ที่เป็นขวด 500 ml. และ 10 บาท ที่เป็น UHT 250 ml. และยังช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น และยังได้เข้าถึงลูกค้าแต่ละกลุ่ม และได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ โดยเฉพาะลูกค้าผู้หญิงที่มักต้องการดื่มแค่ครั้งเดียว อีกทั้งยังพยายามขยาย Market Share ในตลาดชาของโออิชิให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เนื่องจาก ในร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 มีคู่แข่งชาหลากหลายไซส์ เช่น ชาอิชิตันขนาด 420 ml. ราคา 16 บาท ชาขาวเพียวริคุ 350 ml. ราคา  13 บาท ยูนิฟกรีนที 350 ml. ราคา 12 บาท ซึ่งครอบคลุมแถบจะทุก Segment ทำให้เจ้าตลาดอย่างโออิชิพยายามอุดให้ครอบคลุมทุกๆราคา นี่ก็เป็นหนึ่งทางของการปรับเพิ่มหรือลดไซส์สินค้า เพื่อเพิ่มไซส์ของแชร์ให้มากยิ่งขึ้น นับเป็นหนึ่งมุมมองทางด้าน Functional Benefit ที่น่าสนใจ


ยังมี Case Study อื่นๆอีกมากมายในเรื่องของ Sizing ถ้าท่านสังเกต ไม่ว่าจะเป็น นมถั่วเหลืองแล็คตาซอย 5 บาท 125 มิลลิลิตร, เบียร์ไฮเนเก้นรุ่นกระป๋องสูง จุใจ ขนาด 500 ml. ในราคา 55 บาท จากขนาดเดิมคือ 330 ml. หรือจะเป็นพวกขนมสแน็คต่างๆ ที่เพิ่มขนาด เพิ่มความคุ้มค่าเยอะแยะมากมายในตลาด หรือแม้แต่มุมมองในเรื่องตลาดรถยนต์ประเภทต่างๆ ทั้งรถเก๋ง, รถSUV, รถ Eco-Car เป็นต้น ก็เป็นการปรับไซส์ให้เหมาะสมกับความต้องการทั้งนั้น

ตามปกติแล้วในตลาดนั้นจะควบรวมกันทั้งสองมุมระหว่าง Emotional Benefit หรือ Functional Benefit ให้ไปพร้อมๆกัน อย่างแยกออกไม่ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น เรื่อง Emotion จะเด่นมากกว่าหรือ Function จะเด่นน้อยกว่า ก็ต้องพิจารณาจากความเหมาะสมในมิติของแบรนด์และผลิตภัณฑ์หลายๆด้าน มา weight กันแล้วค่อยทำการตัดสินใจ ทั้งหมดนี้ก็เป็นตัวอย่างแค่เรื่องการปรับ Size มุมเดียวเท่านั้นจาก กลยุทธ์การตลาดอีกมากมาย

เห็นมั้ยครับว่า ผมบอกแล้วว่า “ขนาด…..สำคัญขนาดไหน” ผมว่าผมจะลองไปเพิ่มขนาดดูครับ 5555

ขอขอบคุณ : นิตยสาร SMEs PLUS คอลัมน์ Idea Cafe ของคุณสมชนะ กังวารจิตต์

Filed under: Packaging Strategy, , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

คุณสมชนะ กังวารจิตต์ นักออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่1 ของโลกตัวจริงเสียงจริง

คุณสมชนะ กังวารจิตต์ เล่าแชร์ประวัติส่วนตัว ณ รายการสิงห์ ไอดอล (Singha Idol)
ในเรื่องราวที่เค้าไปชนะเลิศอันดับหนึ่งของโลก ในการแข่งขันออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับโลก
ของสมาคม PENTAWARD และ The Dieline Awards
ขอบอกว่าพี่คนนี้เค้าเป็นแบบอย่างให้นักออกแบบรุ่นใหม่หลายๆคนจริงๆ^^

Filed under: Idea Packaging, , , , , , , , , , , , , , , , , ,

กลยุทธ์บรรจุภัณฑ์เทศกาลแบบชัดๆ ชมๆ

ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทน์ คริสมาสต์ ตรุษจีน หรือเทศกาลอื่นๆ ก็มักจะมีการมอบของมีค่า มีความหมาย ให้ผู้อื่นในโอกาสที่เป็น วันสำคัญต่างๆ ด้วยเหตุนี้เองนักการตลาดจึงเร่งหาวิธีการขายสินค้าผ่านช่วงเวลาเทศกาลให้สามารถกอบโกยผลกำไรให้ได้มากที่สุด ซึ่งกลยุทธ์ การทำตลาดผ่านช่วงเวลาและฤดูกาลนั้นจะเรียกกันว่า “Seasonal Marketing” หรือ “Celebrate Marketing” เป็นกลยุทธ์การทำตลาด ตามฤดูกาล ถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่สร้างสีสันทางการตลาดได้เป็นอย่างดีในช่วงระยะเวลาอันจำกัด และเป็นการทำตลาดช่วงที่เหนื่อยน้อยที่สุด แต่ยอดขายเติบโต สูงที่สุด จริงๆแล้วกลยุทธ์นี้เป็นกลยุทธ์ที่คลาสสิกมากๆ แบรนด์ดังๆหลายๆแบรนด์จะใช้ช่วงเวลานี้ในการทำโปรโมชั่น เพิ่มยอดขาย หรือแม้แต่ การออกสินค้าใหม่ๆ เนื่องจากผู้บริโภคอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องจับจ่ายใช้เงินอยู่แล้ว โดยมีเทศกาลต่างๆ มากำหนดความต้องการไม่ว่าจะเป็น ปีใหม่ ,ตรุษจีน ,กินเจ ,วาเลนไทน์ ,คริสต์มาส ,ฮาโลวีน และสงกรานต์ เป็นต้น หนึ่งในหนทางที่สามารถกระตุ้นยอดขายได้ง่ายที่สุด และลงทุนน้อยที่สุด นั่นก็คือ บรรจุภัณฑ์ หรือ แพคเกจจิ้ง นั่นเอง ตามปกติแล้วบรรจุภัณฑ์เองนั้น มีหน้าที่ของมันก็คือการสร้างภาพลักษณ์ให้กับสินค้า และแบรนด์ แต่มีอีกหน้าที่หนึ่งของบรรจุภัณฑ์ที่จะลืมไป เสียไม่ได้ก็คือ Occasion Packaging แปลว่า บรรจุภัณฑ์ตามวาระต่างๆ โดยจะแบ่งเป็นข้อๆแยกแยะให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ 1. ใช้วิธีการปรับหรือเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นไปตามวาระนั้นๆ เช่น เทศกาลกินเจ นมถั่วเหลืองไวตามิลค์ ออกไวตามิลค์สูตรเจ เพื่อรับมือกับความต้องการในช่วงเทศกาลการกินเจ โดยทำให้ไวตามิลค์ออกบรรจุภัณฑ์ พิเศษสำหรับสูตรเจ ทำให้บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ไม่เพียงแต่ไวตามิ้ลค์ที่จับกระแสช่วงเทศกาลกินเจเท่านั้น ยังมีกลุ่มพวกเครื่องปรุงรส ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กสมบูรณ์ หยั่นหว่อ หยุ่น เข้ามาเล่นในช่วงเทศกาลกินเจอีกด้วย รวมทั้งแบรนด์ขนมอย่างเถ้าแก่น้อย และ มันฝรั่งกรอบตราโปเต้ ก็เข้ามาเหมือนกัน ถือเป็นเทศกาลที่สนุกไม่น้อยเลยทีเดียว

เทศกาลวาเลนไทน์ โออิชิเปิดตัวชาเขียวกลิ่นสตรอเบอรี และนับเป็นเวลาติดต่อกัน 3 ปีที่โออิชิทำตลาดในช่วงวาเลนไทน์ โดยปีแรกเปิดตัว ชากุหลาบ ปีที่สองเปิดตัว ชารสซากุระ ซึ่งออกมากระตุ้น Variety ของสินค้าได้ดี ยังมีแบรนด์ที่เป็นไอดอลของวาเลนไทน์อย่างลูกอมรูปหัวใจอย่างฮาร์ทบีท ก็เปิด ตัวบรรจุภัณฑ์ใหม่ “ห่อลูกอมมหัศจรรย์” ที่เขียนบอกความในใจลงบนบรรจุภัณฑ์ได้ด้วยมือของตัวเอง โดยทางฮาร์ทบีทนั้นต้องการสร้าง Gimmick หรือ ลูกเล่นใหม่ๆ ต้อนรับยอดขายมหาศาลที่จะเกิดขึ้นในวันวาเลนไทน์ ซึ่งผลตอบรับถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ

2. ใช้วิธีการจัด หรือรวมหน่วยสินค้า ตรงนี้เองถือเป็นข้อดีที่บรรจุภัณฑ์สามารถสร้างให้เกิดโอกาสในการขายตามวาระต่างๆได้อีกมาก ตัวอย่าง ชัดๆและเห็นเป็นรูปธรรมก็คือ บรรจุภัณฑ์แบรนด์รังนกเนื้อทองที่ขายเป็น Giftset ในเทศกาลวันแม่ สามารถสร้างยอดขายกว่า 3.5 ล้านบาท และขายหมดภายในสัปดาห์เดียว หรือแม้แต่แบรนด์ซุปไก่ที่จัดเป็น Set ขายในกระเช้าตะกร้าสานหลากหลายขนาด ก็ยังนิยมไม่เสื่อมคลาย ตรง นี้เองจะเห็นว่าเพียงแค่การรวมหน่วยของสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการรวมหน่วยสินค้าชนิดเดียวกัน เช่น แบรนด์ซุปไก่หนึ่งขวด มาแพ็ครวมกันเป็น 6 ขวด หรือจะเป็นการรวมหน่วยสินค้าหมวดหมู่เดียวกัน เช่น แบรนด์ซุปไก่สิบขวด มาแพ็ครวมกับผ้าอ้อมเด็ก และถุงมือเด็ก ็เพื่อบำรุงคุณแม่ที่เพิ่งคลอด ลูกมาหมาดๆ แบรนด์บิสกิตขนาดใหญ่อย่างโอรีโอก็ไม่น้อยหน้า จับสินค้าของตนเองมารวมหน่วยแล้วขายตามเทศกาล เช่น แพ็ครวมโอรีโอรส สตรอเบอรี่ขายในเทศกาลวาเลนไทน์ หรือ แพ็ครวมโกลเด้นโอรีโอขายในเทศกาลตรุษจีน เป็นต้น นี่คือหนึ่ง มุมเพียงแค่การรวมหน่วยสินค้า ก็สามารถสร้างโอกาสในการขายสินค้าได้อีกมากมาย

3. ใช้วิธีการสร้างบรรจุภัณฑ์ให้เป็น Limited Edition คือ พยายามสร้างให้บรรจุภัณฑ์กลายเป็นของที่หายาก ผลิตมาจำนวนจำกัด ทำให้บรรจุภัณฑ์ นั้นมีคุณค่า น่าสะสม ยกตัวอย่างเช่น โค้กเป็นสปอนเซอร์การแข่งขันฟุตบอลโลกออกกระป๋องรุ่นบอลโลกลวดลายต่างๆแบบ Limited Edition เพราะเนื่องจาก Campaign ของบอลโลกนั้นมีระยะเวลาที่จำกัดจึงทำให้กระตุ้นยอดขายกลุ่มนักสะสมอีกด้วย เพราะคนที่เค้าสะสมกระป๋องโค้กนั้น เค้าให้คุณค่ากับเรื่องนี้มากๆ ถึงกับกระป๋องโค้บางรุ่นนั้นมีราคาเหยียบแสนบาทกันเลยทีเดียว

ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่ามุมมองของบรรจุภัณฑ์นั้นมีมิติของการสร้างยอดขายอยู่อีกมาก ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างที่นำเสนอในบทความนี้นั้นเป็นมุมมอง ของบรรจุภัณฑ์ตามวาระต่างๆ ที่สามารถเพิ่มยอดขายได้ ซึ่งอยากให้ทาง SME ทั้งหลายหันมาตระหนักและใส่ใจกับกลยุทธ์ขั้นพื้นฐานเหล่านี้ เพื่อจะได้ต่อยอดกลยุทธ์อื่นๆได้อีกมากมาย และจะทำให้ SME อย่างเราๆนั้นกลายเป็น SME ที่มีศักยภาพในที่สุด

Filed under: Packaging Strategy, , , , , , , , , , , , , , ,

คนมีสี แบรนด์ก็มีสีเหมือนกัน….!!!!

หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งคือการเลือกสี ในทุกๆสีนั้นล้วนมีความรู้สึกที่แตกต่างกัน การเลือกสีหรือการจับคู่สีเพื่อแบรนด์ของคุณนั้น คุณจำเป็นต้องนำมันมาเลือกใช้และใส่ลงไปในแบรนด์ของคุณ เพราะสีจะทำให้เกิดอารมณ์และความรู้สึกบางอย่างที่มีต่อตราสินค้า ดังนั้นจึงเป็น สิ่งสำคัญมากในการเลือกสีที่จะแสดงอัตลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Identity) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการวิจัยต่างประเทศเปิดเผยว่าคนทั่วไปจะตัดสินใจจากจิตใต้สำนึก (Subconscious judgment) เกี่ยวกับ คน, สภาพแวดล้อม หรือสินค้า ภายในเวลา 90 วินาทีของการเริ่มต้นการดู และระหว่าง 62% ถึง 90% ของการตัดสินใจนัั้นจะอยู่บนพื้นฐานของสีเพียงอย่างเดียว

ทำไมต้องเป็นเรื่องสี….???

ผมจะถามง่ายๆ ให้ตอบในใจนะครับว่า แบรนด์ที่ผมพูดนั้นคือแบรนด์อะไร

ค่ายมือถือสีฟ้า…..??? ร้านกาแฟสีเขียว…..??? แบรนด์น้ำดำสีแดง….??? สายการบินสีม่วง….???

คงจะตอบถูกกันถ้วนหน้าแน่ๆ ฉะนั้นหากคุณเป็นเจ้าของสีหนึ่งในอุตสาหกรรมอะไรก็แล้วแต่ สีของคุณนี้จะเป็นสัญลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ของคุณ มันสามารถแสดงภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Image) ได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีสีแบรนด์แล้ว ถ้าคุณขายสินค้าชนิดหนึ่ง สีบนบรรจุภัณฑ์ของคุณก็จะโดดเด่นจากคู่แข่งขันใน Shelf สีเองนั้นจะเป็นที่รู้จักและจดจำในสื่อส่งเสริมการขายทั้งหมด รวมทั้งร้าน โลโก้ นามบัตร หัวจดหมาย และอื่นๆ อีกมากมาย

แล้วจะเริ่มกันอย่างไรดีล่ะเนี่ย….???

มีเครื่องมือหนึ่งที่ยอดเยี่ยมซึ่งสามารถช่วยเลือกสีได้เรียกว่า Cymbolism มันมาจากคำว่า Color+Symbolism คือแบบสำรวจของสมาคมสีด้วย Keyword เช่น Hot ก็คือสีแดง, Warm ก็คือสีส้ม, Cold ก็คือสีน้ำเงิน เป็นต้น ซึ่งคุณจะต้องเลือกสีที่รู้สึกดีที่สุดเป็นตัวแทนของแบรนด์คุณ เพื่อช่วยให้คุณเลือกสีได้เหมาะสมสำหรับตราสินค้าของคุณ ผมได้รวบรวมผลจากการ Cymbolism แบบพื้นฐานทั่วไปเบื้องต้น ซึ่งสามารถไปปรับใช้ได้ และนอกจาก นี้ยังมีตัวอย่างของโลโก้ที่ใช้สีแต่ละสีมาเป็น Guideline

(ดูภาพประกอบ) คำที่อยู่บนตารางเหล่านี้เป็นตัวแทนความรู้สึกความหมายที่เกี่ยวข้องกับสีต่างๆ ซึ่งคำนั้นๆ จะเป็นความรู้สึกเบื้องต้นของคนทั่วไป ที่มีต่อสีต่างๆ มันเป็นสิ่งที่ดีที่บอกถึงความรู้สึกของแบรนด์เราได้ชัดเจนด้วย Keyword และความรู้สึกว่าสีหนึ่งๆนั้น มีความหมายว่าอย่างไร

ผมยังได้ยกตัวอย่างสีแบรนด์ที่มีหลายๆสี ซึ่งอยู่หัวข้อ MULTI นั้น บางแบรนด์เลือกไม่ใช้สีเดียว แต่กลับเลือกใช้ 4สี หรือมากกว่านั้น นี้คือการแสดงถึง ความหลากหลาย ทำให้ความรู้สึกของแบรนด์นั้นแตกต่างจากตลาดที่แข่งอยู่

แล้ววิธีการเลือกสีของคุณจะทำอย่างไรกันล่ะเนี่ย!!!!

มองผ่านตารางข้างต้นโดยภาพรวม สีแต่ละสีหมายถึงอะไรคุณน่าจะรู้ เพราะเป็น Common Sense

แต่มี 3 คำถามที่คุณจะต้องถามตัวเองก่อนที่จะทำแบรนด์ว่า….

สีอะไรจึงจะหมายถึงบุคลิกของตราสินค้าคุณ(Brand Personality)….???

สีอะไรที่เหมาะสมกับลักษณะของสินค้า / บริการคุณ(Brand Characteristic)….???

สิ่งที่สีคู่แข่งใช้งานเป็นอย่างไร(Brand Competitor Comparisons)….???

สิ่งเหล่านี้ต้องให้ผู้ประกอบการกลับไปทำการบ้านมาว่า จริงๆแล้วบุคลิกภาพของสีแบรนด์ที่เราต้องการนั้น คืออะไร ให้พยายามลองศึกษาและ ตอบคำถามทั้ง 3 ข้อให้ได้เบื้องต้นก่อน หากพิจารณาแล้วอย่าลืมคำนึงถึงความแตกต่างในเรื่องของวัฒนธรรมหรือบริบทของสีในแต่ละประเทศ ตัวอย่างเช่นในโลกตะวันตก, สีขาวถือว่าเป็นสีของ ความบริสุทธิ์และความสงบสุข แต่ในบางแห่งของเอเชียนั้นสีขาวเป็นสีของความตาย ฉะนั้นการตรวจสอบว่าสีที่คุณเลือกจะให้ความถูกต้องกับและความ เหมาะสมในตลาดนั้นๆหรือไม่

จุดที่สำคัญที่สุดที่จะต้องพิจารณาซึ่งขาดเสียไม่ได้คือ สีคู่แข่งหลักของคุณ สีของคู่แข่งหลักๆของคุณ หากคุณเป็นคนแรกในตลาดใหม่หรือเรียกว่า Blue Ocean ในวงการธุรกิจ คุณจะต้องเลือกอย่างพิถีพิถัน และเลือกสีที่แสดงถึงผลิตภัณฑ์และบุคลิกภาพของคุณ แต่หากว่าคุณมาเป็นที่สองในตลาด สิ่งแรกที่ต้องดำเนินการ แทนการเลือกสีเดียวกันหรือคล้ายกันจากคู่แข่ง ให้เลือกตรงข้าม เช่น เลือกสีฟ้าถ้าหากคู่แข่งของคุณมีสีแดง, เลือกสีม่วงถ้าพวกเขาใช้สีเหลือง เป็นต้น จุดแข็งของแบรนด์นั้นอยู่ที่ความสามารถที่จะโดดเด่น หรือแตกต่าง การเลือกสีเดียวกันกับที่ของคู่แข่งหลัก จะทำให้คุณเป็นผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า ผลิตภัณฑ์เลียนแบบ (Me-too product) แต่คุณต้องการที่จะแยกตัวเองจากคู่แข่งขัน คุณต้องต้องแสดงความ แตกต่างให้ได้

Case Study ที่เห็นชัดเจน และใกล้ตัวมากๆ ก็คือ ตลาดของธนาคาร ที่นับวันจะมีสีสันออกมามากมายเหลือเกิน เริ่มต้นจากเจ้าแรกๆ ในเรื่องพลังของสี อย่าง “พลังม่วง” ของไทยพาณิชย์, สีเขียวอย่าง กสิกร ซึ่งหลังจากนั้นก็มีองค์กรที่ทำตามกันมาเช่น สีส้มอย่าง ธนชาติ, สีชมพู อย่างออมสิน, สีเหลือง อย่างกรุงศรี และล่าสุดเพิ่งเปลี่ยนมาไม่นานอย่างธนาคารกรุงไทย ที่ใช้สีฟ้า เป็นต้น นี่แหละ!!! แสดงให้เห็นองค์กรใหญ่ๆ และมั่นคงอย่างธนาคารต่างๆ ที่ระดมให้ความสำคัญในเรื่องของสีสัน เพราะเป็นสิ่งที่สามารถสื่อสารได้ ชัดเจน เข้าใจง่ายที่สุด (Single Minded) ฉะนั้น คุณรู้แล้วใช่มั้ยล่ะว่า แบรนด์คุณจะต้องใช้สีอะไร….???

Filed under: Other, , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

บรรจุภัณฑ์ถุง Kokoa Hut คนไทยได้รางวัลระดับโลก The Dieline Awards 2011

โก..โก..โกอินเตอร์อีกแล้ว!!! บรรจุภัณฑ์ไทย (Packaging)
หลังจากที่ Packaging City เคย Review บรรจุภัณฑ์ไทยที่ไปชนะรางวัล PENTAWARDS คราวนี้มาอีกแล้วครับท่าน!!!!! เป็นการประกวดบรรจุภัณฑ์เมพขิงๆของสมาคม The Dieline ชื่อการประกวดว่า The Dieline Awards 2011
สมาคม The Dieline นั้นเป็นสมาคมที่รวบรวมแรงบันดาลใจทางด้านบรรจุภัณฑ์จากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งการแข่งขันรางวัลประกวดการออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging) แข่งขันทั่วโลก บริษัทชั้นนำของโลกส่งผลงานรวมกว่า 900 ผลงาน จาก 31 ประเทศ ชั้นนำทั่วโลก เพื่อชิงความเป็นบรรจุภัณฑ์ยอดเยี่ยม 39 รางวัลใน 13 ประเภทจากหมวดหมู่ต่างๆ จะถูกตัดสินโดย 12 ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเช่น Debbie Millman ผู้สร้างแบรนด์ Coca-Cola, Hershey, Hallmark เป็นต้น ซึ่งถือว่ารายการนี้ค่อนข้างมหาหินมากๆ

แต่กลับกลายเป็นว่าคนไทยไปชนะมาอีกแล้ว ต้องชื่นชมจริงๆสำหรับการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ กว่าจะฝ่าด่านของท่านกรรมการมาจวบจนได้รับรางวัลที่ 1 นั้นต้องยกนิ้วให้บริษัท Prompt Design มา ณ ที่นี้ด้วยทางทีม Packaging City นั้นได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์หัวหอกอย่าง คุณสมชนะ กังวารจิตต์ แห่ง Prompt Design ว่ามีแนวความคิดว่าอย่างไรบ้าง

ผลงานที่ได้รับรางวัลนั้นเป็นผลงานที่ทำให้แบรนด์ช็อกโกแลต(Chocolate)คนไทยอย่าง Kokoa hut โดยผลงานนั้นเป็นถุง Shopping Bag ที่สร้างให้เป็น Interactive Packaging อย่างแท้จริง โดยศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค ผนวกกับวาระโอกาสต่างๆ จึงออกมาเป็น ถุง Shopping Bag ที่สามารถบ่งบอกความรู้สึก ให้กับผู้รับได้อย่างง่ายๆ เพียงแค่พลิกแผ่นกระดาษที่ทำรอยฉลุไว้ขึ้น เป็นข้อความหรือรูปภาพต่างๆ ตามที่เราต้องการ ขั้นตอนการพัฒนาไอเดียไปสู่งานจริงนั้น เป็นขั้นตอนที่ยากตั้งแต่ลูกค้า เราต้องพยายาม Approach ลูกค้า ให้มั่นใจและยอมรับงานออกแบบที่เราได้นำเสนอไป เนื่องจากค่า Production ของ ถุง Shopping Bag นั้นราคา ต่อหน่วยค่อนข้างสูงมาก อีกทั้งงานสไตล์นี้ในปี 2008 ถือเป็นงานที่ใหม่มาก ดังนั้นต้องให้เวลาพัฒนาแบบทั้งการ เลือกใช้พื้นผิวของกระดาษ และวัสดุต่างๆ อยู่พอสมควร ทำให้ Cost ของถุงใบนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด ตกถุง ราคา 50 บาทต่อหนึ่งใบ ซึ่งสรุปสุดท้ายนั้นถุงใบนี้จะต้องแจกฟรีสำหรับลูกค้าที่ซื้อของครบ 1,000 บาท คำถามคือ แล้วจะคุ้มรึป่าว?? คือตอบคือคุ้มมากๆ เพราะ Feedback ที่ได้รับกลับมาถือว่ายอดขายทะลุเลยก็ว่าได้ มีลูกค้าหลายๆราย ประทับใจ และชมเป็นจำนวนมาก จนขนาดว่าอยากได้ถุงจนต้องซื้อช็อกโกแลตกันเลยทีเดียว

ซึ่งทั้งหมดนี้ทางคณะกรรมการของ The Dieline Awards 2011 ชมว่าสามารถประยุกต์เอาไลฟ์สไตล์ของแบรนด์มา สร้างเป็น Packaging ที่จดจำได้ น่าซื้อ แปลกใหม่ ทำให้ทีมคณะกรรมการบอกได้คำเดียวว่า มันทำให้เค้ารู้จักแบรนด์ Kokoa Hut ของไทย ทั้งๆที่แบรนด์ช็อกโกแลตมันต้องมาจากต่างประเทศ ตัวอย่างนี้เป็นการสร้างแบรนด์ด้วยบรรจุภัณฑ์ อย่างแท้จริง

เครดิต : ออกแบบโดย Prompt Design Team
สมชนะ กังวารจิตต์

http://www.thedieline.com/blog/2011/6/24/the-dieline-awards-2011-first-place-kokoa-hut-shopping-bag.html

http://www.prompt-design.com

Filed under: Idea Packaging, , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Minimalist effect in the maximalist market

ลองคิดดูว่าถ้าเราถอดองค์ประกอบที่แสดงในบรรจุภัณฑ์เดิมให้มันน้อยที่สุดแล้ว เราจะรู้สึกอย่างไร???

โปรเจ็คนี้เป็นโปรเจ็คการทดลองของกลุ่ม A2591 ที่พยายามและทดลองลดบทบาทความสำคัญของกราฟิกที่มีอิทธิพลต่อบรรจุภัณฑ์ดู

โดยเริ่มต้นทางกลุ่ม A2591 ได้เลือกทดลองกับสินค้า 3 ชิ้นที่ชื่นชอบ ชิ้นแรกก็คือสินค้า Nutella ซึ่งถือได้ว่าประสบความสำเร็จที่สุดใน Cat สินค้าเดียวกัน เมื่อบรรจุภัณฑ์เอาลวดลายที่อยู่บนฉลากออก โดยให้เห็นสินค้าภายใน เพราะไม่ต้องการที่จะส่วนผสมที่กราฟฟิกสร้างขึ้นบนฉลาก และก็ต้องการมองเห็นสินค้าชัดเจน อีกทั้ง Nutella น่าจะขายได้ด้วยแบรนด์ในที่สุด

ชิ้นที่สองคือ Mr.Muscle ซึ่งอันนี้น่าจะดีกว่าอันแรก เนื่องจากว่าพอเอาฉลากสินค้าออก มันจะเห็นความลึลับของขวดที่บรรจุของเหลวสีเขียว ซึ่งขวดนี้นั้นจะสื่อสารความหมายของสิ่งที่อยู่ด้านในไม่ได้ชัดเจน ซึ่งน่าจะมีมากกว่านี้

ตัวอย่างสุดท้ายคือ CornFlakes ข้าวโพดเนสท์เล่ ซึ่งน่าจะเห็นภาพชัดเจนว่ารูปภาพความรู้สึกว่าสำคัญแค่ไหน ที่กลุ่มลูกค้าพอที่จะสามารถจินตนาการถึงความอร่อยที่พวกเขาอาจจะได้ลิ้มรส

และยังมีตัวอย่างเพิ่มเติมอีกมากมาย ซึ่งชาว Packaging City จะได้ชมกันว่าบทบาทของแบรนด์นั้นสำคัญแค่ไหน

ที่มา : http://www.a2591.com/2010/12/minimalist-effect-in-maximalist-market.html

Filed under: Idea Packaging, , , , , , ,

เชื่อแล้ว!!! Evian น้ำแร่กับการสร้างแบรนด์แบบชั้นยอด

วันนี้ Packaging City จะมา Review ถึงน้ำแร่ Evain ที่ใช้นักออกแบบระดับโลกในการสร้าง Limited Collection แบบ Exclusive เพื่อที่จะผูกแบรนด์ให้ติดไปกับชื่อเสียงของนักออกแบบระดับโลก รวมทั้งจะได้สร้าง Image ของแบรนด์ให้ดูมี Style และตอกย้ำความเป็นผู้นำมากกว่าน้ำแร่อื่นๆได้

โดยขวดน้ำแร่เอเวียงรุ่น Limited Edition เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2003-2004   เป็นคอนเซ็ปต์ “Water Drop Shape”  หรือ  ขวดรูปหยดน้ำปี 2005-2007 เป็นคอนเซ็ปต์ “ French Alps Shape”  ่หรือ ขวดรูปภูเขา และจุดเปลี่ยนที่ทำให้เอเวียงได้รับการจับตามองมากขึ้นคือเมื่อปลายปี 2007 ที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ฝรั่งเศสชื่อดัง Christian Lacriox ด้วยรูปทรงหรูหราและดูมีคุณค่าน่าสะสมมากขึ้น

ในปี 2008 Jean Paul Gaultier นักออกแบบแฟชั่น ได้รังสรรค์ลวดลายลงบนขวดแก้ว โดยงานสื่อถึงความเยาว์วัย สดใสลงบนขวดน้ำแร่ธรรมชาติ Evian ที่บอกเล่าถึงน้ำแร่บริสุทธิ์อันทรงคุณค่าสุดแสนจะพรรณา ในสไตล์โมเดิร์น ประกอบกับตัวอักษรขนาดใหญ่ที่โอบล้อมรอบขวด เกิดเป็นลูกเล่นแสงโปร่งใสและลวดลายลวงตา น่าสนใจ สมแล้วที่เป็นฝีมือระดับพระกาฬ

ในปี 2009 เป็นความร่วมมือกับนักออกแบบแฟชั่นระดับโลกกับน้ำแร่ Evian, Evian ได้เลือกหนึ่งในนักออกแบบที่มีชื่อเสียงและ Style ชัดเจนมากๆ ผู้ซึ่งมี Sense ของความสนุกและมองโลกในแง่ดี ซึ่งเค้าคนนั้นก็คือ Paul Smith นี่เอง

Evian ขวดใหม่ได้รับการออกแบบที่พิเศษเฉพาะตัวโดยใช้สีในแบบรื่นเริงสดใส โดยใช้ลายที่เป็นเอกลักษณ์ของ Paul Smith ซึ่งหรูหราและตอกย้ำความบริสุทธิ์ของน้ำแร่ธรรมชาติจากเทือกเขาแอลป์ในฝรั่งเศส

ในปี 2010 ที่ผ่านมา เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง Evian กับ Issey Miyake ซึ่งเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นชื่อดังระดับโลกดีไซน์ Limited Collection ทั้งหมด 4 ขวด จำกัด ซึ่งขวด Limited Edition Evian นั้นจะเริ่มขายก่อนที่ www.ShopEvian.com

Evian น้ำแร่ธรรมชาติได้ร่วมมือกับแฟชั่นไอคอนที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง Issey Miyake ที่เอกลักษณ์รูปแบบใหม่ ๆ และเรียบง่าย การออกแบบขวดใหม่ของเขานั้นได้แรงบันดาลใจจากการตกแต่งด้วยดอกไม้แห่งจินตนาการซึ่งส่องแสงเจิดจรัสดั่งน้ำแร่ โดยบนขวดนั้นจะมีเขียนว่า Pleats Please ซึ่งเป็นเสมือนลายเซ็นต์ของ Issey งาน Issey ชิ้นนี้ให้ความรู้สึกที่ทันสมัยนั้น มีความดึงดูด ทำให้เกิดความสนใจของประชาชนที่ใส่ใจแฟชั่นทั่วโลกจริงๆ

Filed under: Packaging Strategy, , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Join to Fan Page