Packaging City

Packaging Design Knowledge Center

นักออกแบบไทยระดับโลก กับความแตกต่างขั้นสุด ในงานTEDx Chiangmai 2016

TEDxChiangMai เป็นงาน TEDx ที่จัดขึ้นโดยอิสระ ซึ่งได้รับการอนุมัติจาก TED หากแต่ว่า TEDxChiangMai เป็นมากกว่างานสัมมนาทั่วไป มันเป็นเวทีของ “ความคิดที่ ควรค่าแก่การเผยแพร่” จากบุคคลที่เคลื่อนไหวในแวดวงต่างๆ มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นำเสนอแนวคิด ประสบการณ์ และการปฏิบัติจริง ภายใต้ TED = Technology, E = Entertainment, D= Design เทคโนโลยี, ความบันเทิง และ การออกแบบ

TEDxChiangMai_logo
Tedx Chiangmai Dare to 2016

TEDx ChiangMai ปี2016 มาในธีม “Dare to” กล้าที่จะ….
ซึ่งครั้งนี้มี Speaker จำนวน 22 ท่าน อาทิเช่น
คุณกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เเละอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
คุณโจน จันใด ผู้บุกเบิกและก่อตั้งศูนย์พันพรรณ ชุมชนแห่งการพึ่งตนเอง
คุณสุทธิศักดิ์ สุจริตตานนท์ ประธานกรรมการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ BBDO Bangkok
ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
สจวท เจ ราช เป็นทั้งนักภาษาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญหลายภาษา
คุณสมชนะ กังวารจิตต์ นักออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับโลก บริษัท Prompt Design
คุณโรส ซาลีน่า อเล็กซานเดอร์ แม็คเคย์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ The Rainbow Room ศูนย์ความตระหนักเชิงบวกเกี่ยวกับความต้องการพิเศษ
คุณจันทน์ปาย องค์สิริวิทยา บุคลากรหลักของ WWF ประเทศไทย
คุณชาคริต จันทร์รุ่งสกุล ผู้เชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจ Startup
คุณฉัตรชัย อภิบาลพูนผล จากธุรกิจบริษัท กล่องดินสอ จำกัด
นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต ศัลยแพทย์ประจำภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นต้น

Somchana Packaging TEDx Prompt DesignSomchana-Prompt-Design-Packaging-TED-Talk3

Speaker หนึ่งในทีมงาน Packaging City ที่ติดตามเสมอมานั้น ก็คือ
คุณสมชนะ กังวารจิตต์ นักออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับโลก บริษัท Prompt Design ซึ่งในงานนี้หัวข้อที่คุณสมชนะ พูดถึง ชื่อว่า Recreate Packaging เนื้อหาคร่าวๆก็คือ “แกบอกถึงว่าโลกปัจจุบันที่ทุกคนพูดถึงการสร้างความแตกต่าง ซึ่งสำหรับผมความแตกต่างๆในโลกปัจจุบันมันใช้ไม่ได้แล้ว มันต้องสร้างความแตกต่างแบบขั้นสุด” ในเนื้อหา 10 กว่านาทีนั้น แกมีให้ดูตาราง Differentiation Checklist ด้วย มันคือเครื่องมือไว้เตือนว่า เราสร้างความแตกต่างแบบขั้นสุดแล้วรึยัง

Prompt Design Packaging Design World Thailand

Designing good packaging requires imagination, creativity, and knowledge about materials. To create packaging that stands out from the competition is not easy in a highly competitive market, but Somchana believes it is possible if one pushes oneself. He says that Thai companies often overlook the impact of packaging and should focus more on good packaging design to increase the value of their products in domestic and international markets.

Somchana Kangwarnjit Thailand Designer TEDx Talk Chiang Mai Somchana Kangwarnjit TEDx Talk Somchana Kangwarnjit Designer TEDx Talk 12804733_933056853468899_5815032402795486151_n Somchana Kangwarnjit Packaging Design manny pacquiao10271634_933061436801774_9095272322749282032_n

Filed under: Idea Packaging, Other, Packaging Strategy, Packaging Tips, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Tone of voice คืออะไร

“กราบสวัสดีขอรับท่านผู้อ่าน วันนี้พูดไพเราะเพราะพริ้งเป็นพิเศษ เนื่องจากว่าผมจะมานำเสนอเรื่อง “Tone of voice” หรือเรียกง่ายๆ ว่า สำเนียงหรือภาษาที่เวลาแบรนด์ต่างๆนำเสนอเรา

หลายคนบอก หา….. แบรนด์มีสำเนียงด้วยเหรอครับ คำตอบคือ ใช่แล้วครับ
TOV
แบรนด์ก็เปรียบเสมือนคนที่ต้องมีการสื่อสารในหลายๆรูปแบบ ดังนั้นสำเนียง ข้อความ และคำพูดที่แบรนด์สื่อสารออกไปก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆอย่างนึงเลยครับ

ในโลกธุรกิจที่การตลาดเติบโตและแข่งขันกันอย่างไม่หยุดยั้ง ปฎิเสธไม่ได้ว่า นอกจากกลยุทธ์ทางการตลาดที่เฉียบแหลม สิ่งสำคัญไม่แพ้กัน คือ การสื่อสารเกี่ยวกับความเป็นแบรนด์ หรือองค์กร ออกไปสู่ผู้บริโภคอย่างไรให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และคนที่รับสาร สามารถเข้าใจและจดจำเอกลักษณ์ สำเนียงจากข้อความของแบรนด์นั้นๆได้ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ผมขอยกตัวอย่าง แบรนด์ “ Philosophy” เครื่องสำอางค์สายเลือดอเมริกัน ซึ่งถือเป็นตัวอย่างการใช้ Tone of voice ในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำได้อย่างชัดเจนมาก เริ่มตั้งแต่ชื่อแบรนด์ Philosophy แปลว่าปรัชญา เค้าก็นำเสนอผลิตภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ โดยใช้ถ้อยคำที่สละสลวยผ่านตัวอักษรมาร้อยเรียงเป็นปรัชญาได้สอดคล้องกับ
ความเชื่อของแบรนด์ที่มีทัศนคติเกี่ยวกับชีวิตและความงาม อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ “hope in a jar” นำปรัชญาเกี่ยวกับความหวังมาเป็นแรงบันดาลใจให้คุณผู้หญิงลุกขึ้นมาสวยอีกครั้งด้วยครีมจาก philosophy “don’t lose hope you never know what tomorrow may bring” อย่าสูญสิ้นความหวัง คุณไม่อาจรู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และ ใช้คำพูดที่เป็นแรงบันดาลใจมาเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เซรั่มย้อนวัยผิว “it’s time to try something ” ถึงเวลาแล้วที่จะลองสิ่งใหม่ๆ กับผลิตภัณฑ์ “Time in a bottle”

PhilosophyLogo
10329909_639689776123706_8238900037356974064_o 10307198_637090986383585_834696710383092211_n 10434242_648275395265144_1473600588057697396_n

ทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำได้ง่ายและสามารถสร้างความแตกต่างระหว่างคู่แข่งแบรนด์อื่นได้ นอกจากนี้ Tone of voice ที่ดีมันจะส่งข้อความที่สื่อสารแนวช่วยกระตุ้นหรือโน้มน้าว ไม่เพียงแค่นั้นมันจะส่งความรู้สึกผ่านไปได้ด้วย คล้ายๆ กับคนล่ะครับ เวลาเราจะคุยกับใครสักคนแบบจริงๆจังแล้วนั้น เราจะรับรู้ได้ว่าคนๆนั้นใช้ความรู้สึกคุยกันกับเรารึเปล่า

 

ถ้าพูดถึง Tone of voice จุดเริ่มต้นที่สำคัญ คือ ให้พิจารณาจากแบรนด์ของคุณเองว่าต้องการให้แบรนด์ของคุณมีคุณค่าอะไรในสายตาผู้บริโภค
โดยใช้การสื่อสารถ่ายทอดเป้าหมายเหล่านั้นออกมาให้ดูมีคุณค่าและตราตรึงในใจกลุ่มเป้าหมาย คุณค่าอะไรที่คุณอยากบอกให้โลกรับรู้? เพื่อที่คุณจะได้ทราบว่าคุณจะได้ตัดสินใจว่าจะส่งสาร Tone of Voice ออกไปอย่างไรนี่คือจุดเริ่มต้นที่คุณจะสามารถนิยามวัตถุประสงค์หลักในการสื่อสารของแบรนด์คุณเพื่อนำไปสู่การสร้าง Tone of voice

การสร้าง Tone of voice ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ง่ายซักเท่าไหร่ ก็เหมือนกับการสร้างแบรนด์ทางการตลาดนั่นแหละครับ คุณต้องรู้ก่อนว่าแบรนด์ของคุณมีจุดยืนหรืออยากให้คนที่มองเข้ามารู้สึกอย่างไรกับแบรนด์คุณ ดังนั้น
สิ่งที่สำคัญลำดับต่อมาก็คือ การใช้ภาษาในการสื่อสารครับ ไม่ว่าจะเป็น คำศัพท์ รูปประโยค หรือสัญลักษณ์ รูปแบบตัวอักษร แม้กระทั่งการออกแบบกราฟฟิกก็สำคัญด้วยนะครับ ลองคิดเล่นๆ นะครับ เวลาคุณพิมพ์อีเมลหาลูกค้าเพื่อติดต่องานกัน ภาษาที่ใช้ก็ต้องค่อนทางเป็นไปในเชิงทางการ แต่ถ้าพูดคุยติดต่อกับเพื่อนร่วมงาน ภาษาที่ใช้ก็ไม่ใช้ทางการ เน้นการพูดคุยเป็นกันเองมากกว่า ใช่แล้วครับ การใช้ภาษาในการสร้าง Tone of voice ก็เหมือนกันครับ ต้องปรับให้เข้ากับอารมณ์และความรู้สึกของแบรนด์คุณที่คุณคิดไว้ว่าอยากให้ผู้อื่นรับรู้ไปในอารมณ์แบบไหนนะครับ ตัวอย่างที่น่าสนใจ “Innocent” แบรนด์น้ำผลไม้ชื่อดังประเทศอังกฤษ นับว่าเป็นแบรนด์ที่มีความโดดเด่นในด้านการใช้ภาษาและสื่อความเป็น Tone of voice ผ่านทางผลิตภัณฑ์ เว็บไซต์ หรือสื่อโฆษณาต่างๆ ได้อย่างมีเอกลักษณ์ โดยเป้าหมายของแบรนด์ที่ต้องการสื่อไปยังผู้คนก็คือ ความไร้เดียงสา innocent ความแตกต่างที่โดดเด่น ความเป็นมิตร เป็นกันเอง และความมีเสน่ห์น่าสนใจ ลองมาดูตัวอย่างการใช้ Tone of voice ของ Innocent ในช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ “Big thanks from the big Knit” ชื่อแคมเปญสื่อความหมายได้ดีสื่อถึงความยิ่งใหญ่ในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมและแสดงความขอบคุณ “Big thanks” ไม่เป็นทางการแต่ได้ความรู้สึกจริงใจ

Dude_Logo_StraplineScreen Shot 2559-06-18 at 7.37.29 PM

ข้อความในทวิตเตอร์ ที่มีการเล่นคำ ใส่มุขตลกๆ ให้คนได้มีอารมณ์สนุกดึงดูดความสนใจให้คนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ หรือ แม้กระทั่ง Facebook cover page ที่มีการใช้รูปประโยคง่ายๆ “Say hello to our new veg pots” แต่สามารถสื่อถึงความต้องการที่จะแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ของแบรนด์ได้อย่างมีเอกลักษณ์
twittterInnocent

FB

โดยกลยุทธ์ที่ทาง Innocent ปรับใช้ในการสร้าง Tone of voice ได้อย่างมีเอกลักษณ์ และประสบความสำเร็จ คือ
1. การใช้ภาษาที่เป็นมิตร คือ ไม่เป็นทางการมากเกินไป เข้าใจ และเข้าถึงความรู้สึกของผู้รับสาร โดยอย่างที่กล่าวข้างต้น Innocent รู้จุดยืนและความต้องการของตัวเองได้ชัดเจนมากๆ ดังนั้น แบรนด์จึงสื่อสารโดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย เหมือนกับใช้ภาษาในชีวิตประจำวัน ภาษาที่เป็นธรรมชาติ ทำให้ผู้อ่านรู้สึกเข้าถึงได้ และคุ้นเคย สามารถจดจำและมึความรู้สึกร่วมไปกับภาษาที่ใช้ได้อย่างดี จึงไม่แปลกใจเลยว่า แคมเปญเพื่อการกุศลหลายๆ แคมเปญของ Innocent ประสบความสำเร็จและสร้างเอกลักษณ์และชื่อเสียงให้กับแบรนด์และผลิตภัณฑ์เป็นอย่างมาก
2.ใช้ช่องทางการสนทนาอื่นๆ สำหรับติดต่อ หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ เช่น Facebook Twitter
นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง สามารถใช้ข้อมูลจากการพูดคุยกับผู้อื่น มาช่วยประเมินถึง Tone of voice ที่เราต้องการสื่อไปยังผู้อื่น ว่าสามารถรับรู้และเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกไปในทิศทางที่แบรนด์ตั้งใจและวางไว้หรือไม่ ถ้าแนวโน้มไปคนละทิศทาง แสดงว่า ภาษา หรือรูปประโยคที่ใช้ อาจมีข้อผิดพลาดในการสื่อสารที่ต้องปรับปรุงใหม่ หรือปรับแนวคิดใหม่ให้สอดคล้องกับกลุ่มหรือเหตุการณ์ปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ดี หัวใจหลักของการสร้างเอกลักษณ์ของ Tone of voice ที่สำคัญ คือ หัวใจของแบรนด์คืออะไร การเลือกใช้ภาษาให้เหมาะสมกับแบรนด์ อารมณ์ของภาษาเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ และมีการพัฒนาปรับปรุงภาษาให้ทันสมัย ทันกับเหตุการณ์ปัจจุบัน เพียงเท่านี้ สำเนียงหรือภาษาแบรนด์ของคุณก็จะเข้าไปอยู่ในใจผู้คนได้อย่างประสบความสำเร็จครับ

Cr. SMEs Plus Magazine, ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงทุกๆแหล่ง

Filed under: Other, , , , , , , , , , , , , , , , , ,

ขอซูฮก..!!! นักออกแบบบรรจุภัณฑ์ไทยได้ที่ 1 โลก Best of Food Category

เราคงเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ คุณสมชนะ กังวารจิตต์ ECD แห่ง Prompt Design กันมาบ้างแล้ว ทั้งบทบาทของนักออกแบบบรรจุภัณฑ์รางวัลระดับโลกมากมาย ทั้งรางวัลที่หนึ่งของ The Dieline Awards และเหรียญทองของทาง PENTAWARDS มาหลายครั้ง อีกทั้งยังถูกรับเชิญไปเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชาวไทยในการตัดสินการออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับโลกอย่าง PENTAWARDS

แต่ครั้งนี้ไม่ธรรมดาอีกแล้วครับ ขอย้ำ คือ บริษัท Prompt Design ได้ไปคว้ารางวัล Best of the Food (Platinum) ของสมาคม PENTAWARDS (WORLDWIDE PACKAGING DESIGN AWARDS COMPETITION) ซึ่งพูดกันง่ายๆว่า เป็นผลงานออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุด ในหมวดหมู่อาหารทั้งหมดของทั้งโลกในปี 2015 เลยทีเดียว ถือว่าไม่ธรรมดามากๆ เพราะหมวดหมู่อาหารนั้นมีมากเป็นอันดับหนึ่งของหมวดหมู่ทั้งหมด นี่เป็นความมานะพยายามและอุดมการณ์ที่แน่วแน่ของทางคุณสมชนะ กังวารจิตต์ และทีมงานบริษัท Prompt Design ที่พยายามผลักดันวงการออกแบบรรจุภัณฑ์ของไทย โดยคนไทย ไปอยู่ในเวทีโลกเสมอมา

ขอแสดงความยินดีด้วยครับ คุณคือนักออกแบบไทยที่สุดยอดมากๆ

PENTAWARDS_2015_GALA_00329_Somchana_Prompt_Design_packaging

Somchana Kangwarnjit Jury Member PENTAWARDs from Thailand

PENTAWARDS_2015_GALA_00299

PENTAWARDS_Platinum_Awards_Winner_Packaging_Prompt_Design

Prompt Design Best Package Design of the Food Category of the world

 

Prompt_Design_Pentaward_Platinum

Prompt Design Platinum Award Winner

ผลงานที่ได้รับรางวัลนี้คือ JL Fruit Signature

In the city of Chantaburi (Thailand) lives a farmer who loves growing fruit. Because of the care given at each step of the fruit production, his farm products are recognized as premium grade quality.

A big company bought all the fruit from his farm. Unfortunately his farm products were mixed, packaged together and sold with lower grade fruit, much to his disappointment. This prompted the launch of JL Fruit in 2014 to enable consumers to enjoy the authentic taste of the premium grade fruit from his farm.

The packaging is made of a clear thermoform box showing the fruit contained inside, and a label displaying a beautiful close-up image of the fruit’s skin.
From a distance this design is wholly distinctive on the shelf, with a strong appetite appeal which helped its successful market launch.

PENTAWARDS PLATINUM WINNERPENTAWARDS-2015-003D-PROMPT-FRUIT-SIGNATURE-570x570 PENTAWARDS-2015-003C-PROMPT-FRUIT-SIGNATURE-570x570 PENTAWARDS-2015-003B-PROMPT-FRUIT-SIGNATURE-570x570

Filed under: Idea Packaging, Other, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Category Code คืออะไร?

วันนี้ผมมีคำถามง่ายๆ มาให้ทุกท่านลองคิดกันดูเล่นๆ นะครับ ว่าเวลาท่านไปซื้อสินค้าตามห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านสะดวกซื้อต่างๆ ท่านใช้หลักเกณฑ์อะไรในการเลือกซื้อกันบ้างครับ ความต้องการ ความจำเป็นที่ต้องใช้ หรือความอยากที่จะทดลองสินค้าใหม่ๆ แล้วถ้าสินค้าที่ท่านต้องการซื้อ มีตัวเลือกมากมายหลายแบรนด์ หลายประเภทเยอะแยะไปหมด ท่านจะพิจารณาจากอะไร แน่นอนครับ ชื่อแบรนด์ที่คุ้นหูติดตาอาจจะมาก่อนอันดับแรก แต่ถ้ามีความแปลกใหม่ดีไซน์สะดุดตาวางบนเชลฟ์เด่นกว่าแบรนด์อื่นก็อาจจะถูกใช้เป็นเกณฑ์ที่ถูกเลือกได้เช่นกัน

panogram shelf display
เอาละครับ วันนี้!! ผมมีประเด็นน่าสนใจเหมาะสำหรับผู้ประกอบการทุกท่านได้นำไปประยุกต์ใช้กับการจัดวางสินค้าแบรนด์ของท่านให้ประสบความสำเร็จโดยมีหัวใจสำคัญ 3 ข้อสั้นๆครับ ข้อแรก คือ จัดวางต้องดูโดดเด่นเมื่อวางบนเชลฟ์ และสามารถดึงดูดสายตาผู้พบเห็นได้ ข้อสอง ข้อมูลบนบรรจุภัณฑ์ต้องสามารถกระตุ้นต่อการซื้อสินค้า สามารถอธิบายลักษณะเฉพาะ หรือจุดขายของสินค้าได้ และใช้เวลาที่เหมาะสมในการรับรู้ข้อมูลได้อย่างตรงประเด็นครบถ้วน และสุดท้ายที่ขาดไม่ได้เลย คือ ต้องสอดคล้องกับ Brand Positioning เพื่อสามารถช่วยสร้างคุณค่า และความเชื่อของแบรนด์ได้อย่างแท้จริงครับ

package design code cooking oil_01

Category-Code

โดยหลักการ 3 ข้อนี้นะครับนำมาเชื่อมโยงกับการวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อของคนเราได้ คือ ผู้บริโภคส่วนใหญ่เมื่อต้องการเลือกซื้อสินค้าอะไรก็แล้วแต่สมองของคนเราจะรีบนำข้อมูลเก่ากลับมาใช้หรือความรู้จากประสบการณ์เดิมมาช่วยในการพิจารณา ถ้าเป็นสินค้าก็จะพยายามนึกถึง Product’s category ของหมวดหมู่สินค้านั้น ถ้าเป็น Designer จะเรียกว่า “Category code” ตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยากซื้อน้ำมันพืชซักขวด เราก็จะนึกถึงภาพในหัวว่า น้ำมันพืชต้องมีลักษณะบรรจุภัณฑ์อย่างไร ใส่ขวดแบบไหน ภาพกราฟิกที่เคยเห็นเป็นอย่างไร หรือสีสันที่ใช้เป็นสีอะไร ทั้งหมดล้วนมาจากประสบการณ์หรือความรู้ความทรงจำเดิมๆ ที่สามารถนึกขึ้นมาได้ ดังนั้น เราจึงมุ่งตรงไปที่เชลฟ์เลือกขวดน้ำมันพืช ซึ่งสินค้าหมวดหมู่เดียวกันความแตกต่างจะอยู่ที่ แบรนด์สินค้า ดีไซน์บรรจุภัณฑ์ ข้อมูลองค์ประกอบต่างๆที่แสดงไว้ ณ จุดขาย และตำแหน่งการวาง โดยปกติเมื่อคนจะเลือกสินค้าจะใช้สัญชาตญาณ (Intuition) ก่อนแล้วจึงตามด้วยการใช้เหตุผล (Reasoning) เพราะสมองของมนุษย์ชอบความเร็ว ดังนั้น คนต้องการที่จะตัดสินใจทันทีทันใดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งนับว่าสำคัญมากนะครับในธุรกิจปัจจุบันที่ต้องเข้าใจถึงหลักการในการพิจารณาเลือกซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภคหรือลูกค้า

Cognitive-DissonanceRené-Magritte-Not-to-Be-Reproduced-1937-MoMA-LR

อย่างไรก็ดี หลายๆ ครั้งที่บริษัทต่างๆ พยายามเสนอสินค้าที่เป็นนวัตกรรมใหม่ หรือพัฒนาเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ๆ ที่รวมความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และจุดขายไว้ ถ้าประสบความสำเร็จก็จะกลายเป็นมาตรฐานแบบอย่างให้แบรนด์อื่นได้ทำตาม โดยจะเห็นว่าสินค้าในแต่ละหมวดหมู่จะมีแบรนด์สินค้าที่เป็นผู้นำตลาดอยู่ไม่กี่แบรนด์ ซึ่งแบรนด์อื่นก็จะพยายามทำตามเพื่อให้เป็นผู้นำบ้าง ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการแข่งขันนั้น รูปแบบจุดขายในหมวดหมู่สินค้าเดียวกันบางครั้งจะมีรูปแบบคล้ายกันมาก จนบางครั้งเกิดความสับสนหยิบผิดหยิบถูกก็มีครับ ลองคิดดูนะครับว่า จำเป็นหรือไม่ ที่แบรนด์ใหม่ที่อยากจะเป็นแบรนด์ชั้นนำบ้าง จำเป็นหรือที่จะต้องทำเหมือนกับแบรนด์ชั้นนำที่มีอยู่ในตลาด คำตอบคือ ไม่จำเป็นครับ!!! วิธีการก็คือ ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆให้ผู้บริโภครู้ถึงคุณประโยชน์ใหม่ๆ ของสินค้าเราที่แตกต่างจากคนอื่นอย่างสิ้นเชิง เช่น เพิ่มเทคโนโลยีใหม่ (New Technology) แนวปฏิบัติใหม่ (New regulations) และโครงสร้างใหม่ๆ (New Infrastructure) ซึ่งสิ่งใหม่ๆ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ จะสร้างการรับรู้ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับผู้บริโภคได้รับรู้ ที่เรียกว่า “Cognitive Dissonance” คือ การไม่ลงรอยกันของการรู้คิด เป็นทฤษฎีแรงจูงใจของมนุษย์กระตุ้นให้เราเปลี่ยนแปลงความคิด ทัศนคติ และพฤติกรรม สั้นๆ ง่ายๆ เลยครับ อะไรที่เราคาดหวังว่าจะเห็น กลับสิ่งที่เจอไม่เหมือนกัน เป็นเทคนิคที่ถูกออกแบบมาจะช่วยทำให้สร้างการจดจำใหม่เป็นประสบการณ์ใหม่ได้ดี ตัวอย่างเช่น ภาพวาดของ Rene Magritte ชื่อว่า “Not to be Reproduced” ที่มีรูปผู้ชายยืนมองกระจกแต่รูปสะท้อนในเงากระจกกลับไม่เป็นไปตามธรรมชาติ เห็นเป็นภาพเดียวกัน แทนที่จะสะท้อนเป็นไปตามกฎทางกายภาพ ซึ่งตรงจุดนี้แหละครับ เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้สำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่ ให้เป็นที่จดจำได้โดยฉีกรูปแบบเดิมๆ ใส่นวัตกรรมใหม่ๆ ต่างๆลงไป และเป็นการกระตุ้นให้ผู้บริโภคสนใจและเลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ แบรนด์ของเราโดยการใช้การสื่อสารถึงคุณประโยชน์เข้ามาช่วย

Dyson-Code

ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว คือ เครื่องดูดฝุ่น แบรนด์ Dyson เมื่อปี 1990 ได้ดีไซน์เครื่องดูดฝุ่นออกมาที่มีเอกลักษณ์ นับว่าประสบความสำเร็จมากในสมัยนั้น หลังจากนั้นในปี 2014 ก็มีการพัฒนาแบบใหม่ซึ่งแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ชื่อรุ่น DC54 Animal cylinder นับว่าเป็นการปฎิวัติพลิกโฉมเครื่องดูดฝุ่นและเป็นผู้นำให้กับแบรนด์อื่นได้ทำตาม เห็นมั้ยละครับว่า ถ้าแบรนด์ของท่านมีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนใคร ก็สามารถเป็นผู้นำและสร้าง Category Code ใหม่ให้เป็นที่จดจำและทำตามได้

Diamond-Grains-Granola-Packaging-Design

Diamond-Grains-Granola-Packaging-Design2

ถ้ายกตัวอย่างแบรนด์ไทยๆ ท่านอาจจะเห็นภาพชัดขึ้น อย่างเช่น แบรนด์กราโนล่าคลีน (Granola) เจ้าแรกอย่าง Diamond Grains ซึ่งปกติแล้วแต่เดิมแบรนด์อื่นๆของกราโนล่าที่นำเข้ามาขายในไทยนั้น จะขายแบบใส่กล่องบ้าง หรือใส่ซองบ้างก็ดี แต่ด้วยหลักคิดที่ใส่ใจผู้บริโภคและฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆของแบรนด์กราโนล่า Diamond Grains ไม่ได้มองแบบนั้น เค้าฉลาดเลือกที่จะใช้บรรจุภัณฑ์ Tray แบบ Single Serve เป็นเจ้าแรก ทำให้กลายเป็นการสร้าง Category code ใหม่ขึ้น ดังนั้นจึงทำให้คู่แข่งที่ตามมาภายหลังอีกมากมายจำเป็นต้องเลือกใช้ Tray Single Serve เช่นเดียวกัน นี่ถือเป็น Case Study ที่มหัศจรรย์มากๆของ SME ไทยในเรื่อง Category Code เลยที่เดียว

package design Cooking oil_02

ถ้าสมติว่าเราจะออกแบบน้ำมันมะกอกสุกยี่ห้อนึงล่ะจะทำอย่างไร ตามมาเลยนะครับ ผลิตภัณฑ์น้ำมันมะกอกนั้นเป็นที่นิยมในตลาดต่างประเทศมากๆ จะเห็นได้ว่ามีหลากหลายร้อยแบรนด์ โดยถ้าให้ลองนึกถึงภาพสินค้าน้ำมันมะกอก ทุกคนอาจจะนึกถึง สีเขียวใส ภาพผลมะกอก ใส่ขวดแก้ว เป็นต้น เพราะเป็นความทรงจำหรือประสบการณ์ที่เราพบเห็นเป็นส่วนมาก ดังนั้น ถ้าจะมีแบรนด์ใหม่อยากจะผลิตสินค้าน้ำมันมะกอกบ้างละ จะทำอย่างไรดี แน่นอนครับ การออกแบบบรรจุภัณฑ์นี่แหละครับที่จะเป็นอาวุธหลักสำคัญให้สามารถแข่งขันกับแบรนด์อื่นๆ ได้ แต่ก็ไม่พอนะครับ โครงสร้างทางบรรจุภัณฑ์ก็มีส่วนช่วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญที่แบรนด์ใหม่ๆ ควรจะมีคือ นวัตกรรมในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ทั้งตัวผลิตภัณฑ์เอง และตัวบรรจุภัณฑ์ ให้มีรูปแบบใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์โดนใจผู้บริโภคในยุคสมัยใหม่นี้ด้วยครับ

สุดท้าย นอกจากนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จำเป็นสำหรับการเป็นแบรนด์ผู้นำแล้วสิ่งสำคัญไม่แพ้กันก็คือ การสร้างเรื่องราวให้เกิดความเชื่อในแบรนด์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ทางการตลาด เพราะการตัดสินใจซื้อขึ้นอยู่กับข้อมูลต่างๆ ที่ได้รับ เช่น สื่อโฆษณาต่างๆ ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ และ POSM Display ต่างๆ ที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงว่าจะสามารถช่วยสร้างความภักดีในตราสินค้า (Brand Loyalty) ที่ต้องพิจารณาจากมุมมองของพฤติกรรมในการซื้อและมุมมองในเชิงจิตวิทยาของผู้บริโภคด้วยเช่นกัน และสามารถนำเสนอความแตกต่างโดยใช้ “ Touchpoints” จุดสัมผัสแรกที่ลูกค้าได้พบเห็นผ่านตัวบรรจุภัณฑ์สินค้าที่จะออกแบบเพื่อสื่อสารระหว่างลูกค้าและผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการได้ตรงจุดและโดนใจผู้บริโภคได้อย่างไร

Cr. SMEs Plus Magazine, ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงทุกๆแหล่ง

Filed under: Other, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Eye Tracking Technology

ปัจจุบันไม่ว่าจะบริษัทยักษ์ใหญ่ แบรนด์ดังทั้งหลาย ก็คลอดสินค้าใหม่แตกไลน์ผลิตภัณฑ์มากมาย นี่ยังไม่รวมแบรนด์เล็กแบรนด์น้อยของชาว SME อีกนะครับ ถ้าให้ลิสต์รายการแบรนด์และสินค้าที่ออกใหม่คิดว่าคงจะใช้เวลาถึงปีหน้าก็ไม่รู้ว่าจะครบหรือเปล่า ก็มันมากมายมหาศาลจริงๆ นี่ครับ เอาละครับ!! วันนี้ผมจะมาแชร์ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการวิจัยการตลาดที่น่าสนใจให้กับทุกท่านได้นำไปปรับใช้กันนะครับผม เริ่มกันเลยครับ…
การวิจัยทางการตลาด (Marketing Research) เป็นกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ และการรายงานข้อมูลทางการตลาดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ โดยมีเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เพื่อนำไปปรับใช้และช่วยในการวางแผน การตัดสินใจในการผลิตสินค้าและบริการให้สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพมากที่สุด
การวิจัยทางการตลาด มีหลากหลายมากครับ เช่น การสัมภาษณ์ แบบตัวต่อตัว แบบกลุ่ม การแจกแบบสอบถาม ทั้งออนไลน์ออฟไลน์ เป็นต้น โดยสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้เป็นสองประเภท คือ การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) และการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative research) หรืออาจรวมใช้ทั้งสองประเภทมาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดก็ได้ครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการทำวิจัยว่าต้องการข้อมูลเชิงลึกหรือละเอียดแค่ไหน

shutterstock_186692354
นอกจากนี้ การวิจัยข้อมูลโดยใช้เครื่องมือ Eye Tracking ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจเช่นกันครับ ถึงแม้ว่า Eye Tracking ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้วิจัยข้อมูลแบบใหม่ล่าสุด เพราะมีการใช้และพัฒนามาเรื่อยๆ เป็นหลายสิบปีแล้ว มีจุดเริ่มต้นใช้ในทางทหารและทางการแพทย์จนถึงปัจจุบันที่พัฒนามาใช้สำหรับการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค การวิจัยเกี่ยวกับการซื้อสินค้าในร้านค้า การวิจัยด้านโฆษณา การวิจัยทางด้านกีฬา การวิจัยด้านการขับขี่ และการวิจัยด้านการรักษาความปลอดภัย เป็นต้น Eye Tracking เป็นเครื่องมือที่วัดผลเชิงการมองเห็น ใช้บันทึกพฤติกรรมการมองของจริงได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อนำมาใช้วัดผลว่าคนส่วนใหญ่มองกันอย่างไรครับ โดยการทำงานของ Eye Tracking จะตรวจจับปฏิกิริยาตอบสนองจากสายตาของผู้ใส่เครื่องมือที่มีลักษณะเป็นแว่นวัดผลได้แบบ Real time โดยจะจับความสนใจที่ผู้ใส่มองไปยังจุดต่างๆ

Tobii Glasses

market shelf tropicana

แบบ Heat Map

Visualizing_Analyzing_eye movement data

Gaze Plots (การพล็อตจุดเชื่อมกัน)

ตัวอย่างเช่น วัดผลการจัดวางผลิตภัณฑ์ใหม่บน Shelf แล้ววิเคราะห์จากการเคลื่อนไหวสายตาว่ามี impact กับผลิตภัณฑ์อย่างไรบ้าง สนใจมองหรือเพ่งเล็งจุดไหนเป็นพิเศษ ทิศทางการมอง จุดไหนที่ไม่ได้รับความสนใจเลย โดยการข้อมูลที่แสดงก็จะอยู่ในรูปแบบ Gaze Plots (การพล็อตจุดเชื่อมกัน) แบบ Heat Map (วัดจากระดับความสนใจไล่ตามสเกลสี แดงคือได้รับความสนใจมากที่สุด) Clusters แบ่งกลุ่ม และ Areas of Interest (AOI) การกำหนดพื้นที่ที่สนใจ ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อจำกัดแตกต่างกันนะครับคงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาช่วยเลือกการวัดผลแบบไหนที่เหมาะสมกับสินค้าและบริการเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ ทั้งด้านการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เมื่อวางบน shelf ในแต่ละสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร เปรียบเทียบกับบรรจุภัณฑ์คู่แข่ง การวิเคราะห์จุดเด่นและจุดด้อยเพื่อนำไปปรับแก้และพัฒนาการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

ดังนั้น Eye Tracking ได้รับความนิยมค่อนข้างแพร่หลายในบริษัท FMCG ที่เกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการแข่งขันสูง
ตั้งแต่เริ่มออกแบบผลิตภัณฑ์ การใช้พื้นที่และการจัดวางสินค้าบน Shelf ที่มีค่าใช้จ่ายในการวางสินค้าค่อนข้างสูง โดยเฉพาะถ้าไปวางในห้างหรือซุปเปอร์มาเก็ตชั้นนำที่มีโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลาย ดังนั้น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างมากที่ควรจะใช้การวิจัยทางการตลาดต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วม เราควรจะทำอย่างไร ให้สินค้าของเราสามารถขายได้เอง ผ่านตัวแทนขายที่เรียกว่า บรรจุภัณฑ์ (Package) โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์มาช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์ ถ้าบรรจุภัณฑ์ใดได้รับการออกแบบที่ดีก็เปรียบเสมือนมีพลังวิเศษที่ทำให้ผลิตภัณฑ์สินค้าดูโดดเด่นมีออร่าเหนือกว่าคู่แข่ง สามารถช่วยขับเคลื่อนแบรนด์สินค้า ถ่ายทอดและเชิญชวนไปยังผู้บริโภคดึงดูดให้มาหยิบมาจับมาเลือกซื้อและกลายเป็นลูกค้าประจำของแบรนด์ในที่สุด เพราะฉะนั้นการทำการวิจัยเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ก่อนที่จะออกสู่ตลาดนั้นถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการ นักการตลาดและนักออกแบบบรรจุภัณฑ์ควรจะให้ความสำคัญเพื่อจะได้นำข้อมูลไปวิเคราะห์และประเมินผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการได้อย่างตอบโจทย์โดนใจกลุ่มเป้าหมาย
Herbal2herbal1

ตัวอย่างเช่น บริษัทยักษ์ใหญ่ พีแอนด์จี หรือ พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G: Procter & Gamble) จากสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าอุปโภคหลากหลายยี่ห้อ อาทิ แพนทีน โอเลย์ รีจ๊อยซ์ วิสเปอร์ เฮดแอนด์โชว์เดอร์ และอื่นๆอีกมากมาย ก็ใช้การวิจัยข้อมูลโดยใช้ Eye Tracking ช่วยประเมินผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Herbal Essences โดยให้ความเห็นว่าบางครั้งสิ่งที่ผู้บริโภคพูดกับปฏิกิริยาที่ตอบสนองออกมานั้นไม่เหมือนกัน การสัมภาษณ์หรือถามความคิดเห็นโดยตรงจากผู้บริโภคเกี่ยวกับสินค้าที่วางบน shelf ก็เช่นกัน ผู้บริโภคมักจะตอบจากความคิดที่เกิดจากประสบการณ์หรือความทรงจำเก่าๆ มาช่วยตอบแสดงความคิดเห็น ซึ่งข้อมูลที่ได้อาจจะไม่ใช้ข้อมูลที่แท้จริง ดังนั้น P&G จึงนำ Eye Tracking มาช่วยในการเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่โดยนำผลวิจัยจาก Eye Tracking มาพัฒนาด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ โดยเปลี่ยนรูปทรงและฉลากดีไซน์ใหม่ทำให้ผลิตภัณฑ์ herbal Essences ในโฉมใหม่สามารถโดดเด่นมีจุดดึงดูดสายตามากขึ้นและสามารถช่วยเพิ่มยอดขายขึ้นอีกด้วย
อย่างไรก็ดี การวิจัยทางการตลาดก็เปรียบเสมือนเนวิเกเตอร์ที่จะช่วยประเมินทิศทางให้กับผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการว่าควรจะไปในทิศทางใด ไปทางไหนจะถึงเป้าหมายได้อย่างปลอดภัย ไปทางไหนจะเสี่ยงและเป็นอันตราย การวิจัยทางการตลาดก็สามารถเป็นทั้งเนวิเกเตอร์และถุงลมนิรภัยให้สินค้าและบริการของท่าน ถึงที่หมายหรือเป้าหมายได้อย่างปลอดภัยและคุ้มค่าแก่การเดินทางมากที่สุด
Cr. Smes Plus Column Idea Café

Filed under: Idea Packaging, Other, Packaging Tips, , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

สมชนะ กังวารจิตต์ กรรมการการออกแบบบรรจุภัณฑ์โลก PENTAWARDS ปี 2015

ไม่บ่อยครั้งนักที่คนไทยจะผงาดในเวทีโลก โดยเฉพาะทางด้านบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากว่าประเทศไทยเรายังไม่ได้เห็นคุณค่าของบรรจุภัณฑ์เท่าที่ควรเหมือนอย่างประเทศที่เป็นมหาอำนาจแล้วที่พัฒนาด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์
ประเทศที่พัฒนาแล้วจะส่งเสริมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ด้วยเหตุที่ว่าตัววัตถุดิบสินค้าการเกษตรส่งออกไปขายทั่วโลกจะมีมูลค่าต่ำ ฉะนั้นจึงเป็นเหตุที่ต้องมีการพัฒนาแปรรูปสินค้าจากวัตถุดิบมาเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ เพื่อสร้างมูลค่า และนำมาสร้างแบรนด์โดยการใส่บรรจุภัณฑ์สวยงาม จึงยิ่งทำให้มีมูลค่ามากขึ้นไปอีก
คุณสมชนะ กังวารจิตต์ แห่ง Prompt Design หนึ่งในกรรมการการออกแบบบรรจุภัณฑ์โลกผู้ทรงคุณวุฒิคนไทยที่ไปสร้างชื่อให้โลกอย่างแท้จริง กล่าวว่า “ตัวเขาเองมี Passion ในเรื่องบรรจุภัณฑ์มาก ทำให้เขาไปเปิดตลาดในโลก และเรียนรู้นวัตกรรมในการสร้างมูลค่าของสินค้าผ่านบรรจุภัณฑ์ เพื่อจะมาพัฒนาผู้ประกอบการไทยแบบยั้งยืนต่อไป และคุณสมชนะยังกล่าวต่อไปอีกว่า ยิ่งประเทศไทยมีผลผลิตทางการเกษตรมากมาย ทำให้เราควรที่จะต้องให้การตระหนักเรื่องการสร้างมูลค่าผ่านการออกแบบ เข้าไปอีก”
london-home-page-packaging-prompt-designriba1
ผลงานของคุณสมชนะ กังวารจิตต์ นั้นได้รับการยอมรับจากวงการออกแบบบรรจุภัณฑ์โลกเป็นอย่างมาก ซึ่งทาง Packaging City ได้เสนอเรื่องราวของคุณสมชนะ กังวารจิตต์ ไปบ้างแล้ว ล่าสุด ณ กรุง LONDON ประเทศอังกฤษ จะประกาศรางวัลบรรจุภัณฑ์จากสมาคม PENTAWARDS หรือ สมาคมออกแบบบรรจุภัณฑ์โลกโดยมี คุณสมชนะ กังวารจิตต์ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในปฐพีนี้มี 13 ท่าน คือ
1. Gérard Caron – Chairman of the Pentawards, France
2. Somchana Kangwarnjit – Prompt Design, Thailand
3. Asa Cook – Design Bridge, UK
4. Moyra Casey – After Hours, UK
5. Isabelle Dahlborg Lindström – NINE AB, Sweden
6. Dayton Henderson – Global Design for Kimberly-Clark Corporation, USA
7. Takeshi Usui – Kanagawa – Pola Art Foundation, Japan
8. Anna Lukanina – Depot WPF, Russia
9. Sarah Moffat – Turner Duckworth, USA
10. Elie Papiernik – centdegrés, France
11. Gregory Tsaknakis – Mousegraphics, Greece
12. Jamie Stone – GSK, Singapore
13. Olof ten Hoorn – Cowan, Australia
Chaired by Gérard Caron-France, the truly International Jury of the 9th Pentawards is composed by 12 highly esteemed packaging designers and brand-owners.
Somchana Kangwarnjit from Prompt Design Thailand one of jury members in World Packaging Design Awards Competition PENTAWARDS 2015

Somchana Kangwarnjit from Prompt Design Thailand one of jury members in World Packaging Design Awards Competition PENTAWARDS 2015

Filed under: Idea Packaging, Other, Packaging Strategy, Packaging Tips, , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Personal Branding การสร้างแบรนด์บุคคล

สวัสดีครับวันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัว ซึ่งท่านสามารถปรับใช้ได้

มาเริ่มกันเลยครับผม..!!!!Personal-branding

เมื่อคุณนึกถึงแฮมเบอร์เกอร์ คุณจะนึกถึงแบรนด์อะไร ใช่แล้ว ส่วนมากก็ต้องนึกถึงแมคโดนัลด์ แล้วถ้ากาแฟพรีเมี่ยมๆ หน่อยละ ก็อาจจะนึกถึง สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ หรือแม้แต่แบรนด์สินค้าต่างๆ ที่คุณใช้เป็นประจำและสามารถจำลักษณะพิเศษของสินค้านั้นๆ ได้เป็นอย่างดี พูดถึงสิ่งนี้แล้วจะนึกถึงแบรนด์นี้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยความสาเร็จจากการสร้าง แบรนด์ทำให้ตราตรึงอยู่ในใจของผู้บริโภค บางแบรนด์ก็นำกลยุทธ์ร้อยแปดพันเก้ามาสร้างจุดขายให้กับแบรนด์ เช่น สร้างเพลงให้ติดหูบ้างล่ะ สร้างคุณค่าทางการบริการมีคนมายืนเต้นๆ เพื่อความเอนเตอร์เทนให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการบ้างล่ะ หรือแม้กระทั่งการทำโฆษณาแนวเฮฮา ซึ้ง หรือสะเทือนอารมณ์ สิ่งต่างๆเหล่านี้คือการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำได้ทั้งสิ้น แต่ยังไม่พอนะครับ ยุคนี้สมัยนี้ นอกจากตัวสินค้าที่สามารถสร้างแบรนด์จนขายดีทำกำไรได้มหาศาลแล้ว แต่ก็อย่าลืมว่า คนนี่แหละครับก็สามารถขายตัวเองเพิ่มมูลค่าโดยการสร้าง Personal Brand ได้เช่นกัน เรื่องการสร้างแบรนด์บุคคลก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวนะครับ มีตัวอย่างชัดๆ ในปัจจุบันที่ใกล้ตัวผู้อ่านอย่างเช่น นักร้อง ดารา ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งแต่ละคนจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ลองนึกภาพถึง ตุ๊กกี้ชิงร้อย อั้มพัชราภา และเบิร์ดธงไชย นะครับว่า ถ้าพูดถึงคนนี้ เราจะนึกถึงอะไรที่โดดเด่นของเค้าเป็นอันดับแรก ความตลกสนุกสนาน ความสวยเซ็กซี่ และก็ความสามารถ เป็นต้น นอกจากนี้ ในยุคแห่งโลกเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทอย่างมาก จึงเกิดกระแสคนดังจากการใช้ Social Media ลงคลิปใน Youtube ทำเว็บเพจ Facebook, Instragram แล้วโด่งดังชั่วข้ามคืน ก็ถือเป็นช่องทางในการสร้างแบรนด์ให้กับตัวเองอย่างหนึ่ง ตัวอย่างที่เป็นข่าวมากมาย เช่น เรื่องราวของวัยรุ่นระหว่าง เนวัดดาว กับแก๊งโอรส ที่ท้าต่อยตีกันผ่าน Socialcam จนกลายเป็นข่าวดังในสังคมออนไลน์ และสุดท้าย เนวัดดาว ก็ได้กลับตัวกลับใจเป็นคนดีเพื่อสังคม ได้รับความสนใจจากสื่อโทรทัศน์ต่างๆ ให้ไปสัมภาษณ์เกี่ยวกับชีวิตด้านมืดเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับวัยรุ่นไม่ให้เลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่ดี ทาให้เนวัดดาวมีชื่อเสียงและมีแฟนคลับในเฟชบุ๊ค และ Socialcam เป็นจำนวนมาก ถือว่าเป็นอีกกรณีที่น่าสนใจจาก brand personal ด้านลบกลับกลายมาเป็นด้านบวกได้ครับ

tun-branding

ถ้าพูดถึงการสร้าง Personal Brand ในวงการธุรกิจไทย ก็คงต้องขอยกตัวอย่างคุณ ตัน ภาสกรนที (อิชิตัน )ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เจ้าของเครื่องดื่มชาเขียวแบรนด์ใหม่ที่ประสบความสาเร็จได้อย่างรวดเร็ว ปัจจัยสาคัญที่ทาให้แบรนด์ อิชิตัน สามารถไต่อันดับความนิยมได้อย่างรวดเร็วมากๆ ก็คงต้องชื่นชมตัวบุคคล คือ คุณตัน ที่มีความโดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์และมีสัญชาติญาณที่เฉียบแหลมในการทำธุรกิจ สามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้ และยังเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคเป็นอย่างดี ซึ่งกรณีของคุณตัน ถือว่าเป็นตัวอย่างในการสร้าง Personal Brand ที่ประสบความสาเร็จของประเทศไทยได้เลยนะครับ ทั้งจุดเด่น ความเก่ง และการนำเสนอตัวเองที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและกลุ่มคนทั่วไป เรียกได้ว่าแฟนคลับเยอะถึงขั้นซุปเปอร์สตาร์แนวหน้าของไทยก็ว่าได้

shutterstock_98799173

ถ้าตัวอย่างระดับโลกต้องยกให้เจ้าพ่อนวัตกรรมของบริษัทยักษ์ใหญ่ แอปเปิล นั่นก็คือ สตีฟ จ๊อบส์ เป็นบุคคลที่โลกยังจดจำถึงผลงานและเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของเค้า ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกการแต่งกาย วิธีการพูด วิธีการคิด การนาเสนอไอเดียสร้างสรรค์ต่างๆ และยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทั่วโลก สตีฟ จ๊อบส มีความเชื่อที่สามารถทาให้คนอื่นเชื่อในสิ่งที่เค้าทำ และเห็นคุณค่าได้อย่างประสบความสาเร็จ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า แม้สตีฟ จ๊อบส์ จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ความ

แข็งแกร่งใน Personal Brand ของเค้าก็ยังเป็นที่จดจำต่อชาวโลก

คำถามคือ ต้องทำอย่างไรถึงจะสามารถสร้าง Personal Brand ให้ประสบความสำเร็จได้บ้าง..??

Personal-c จริงๆ แล้วถ้าเรามองง่ายๆ การสร้างแบรนด์จะมีพื้นฐานหลักเหมือนกับการสร้างแบรนด์สินค้าทั่วไป อาจจะใช้หลัก 4Ps ง่ายๆก็ได้ครับ แต่ในที่นี้ Product คือ ตัวบุคคล และเพิ่ม Personality เข้ามา ซึ่งหมายถึง การดึงตัวตนของคุณออกมา ความเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างและโดดเด่น ย้ำนะครับ ว่าต้องไม่เหมือนใครด้วย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า แค่คุณมีความต่างโดดเด่นที่ไม่เหมือนใครแล้วจะประสบความสาเร็จเสมอไปนะครับ ซึ่งการนำเสนอ หรือการขายตัวเองต่างหากล่ะครับที่มันยากกว่า จะทำอย่างไรให้น่าสนใจ และเป็นที่จดจำของคนหมู่มาก เพราะคุณต้องสร้างความคิดและความรู้สึกของคนอื่นที่จะมีต่อตัวคุณ ก่อนอื่นเลยนะครับเราลองมาทาความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะของการสร้างแบรนด์บุคคล หรือการสร้างเอกลักษณ์บุคคล (Personal Brand Characteristics) มีกุญแจหลักสาคัญ 3 ประการที่จะช่วยสร้าง แบรนด์ให้แข็งแกร่ง ดังนี้

ประการแรก คือ การวิเคราะห์ความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นของตัวคุณเอง โดยต้องมีความเข้าใจก่อนว่า คำว่า โดดเด่น ไม่ได้หมายความเพียงแค่ว่า แตกต่างเท่านั้น แต่ต้องหมายถึงความเข้าใจความต้องการของคนอื่น ความต้องการที่จะตอบสนองความต้องการเหล่านั้น โดยต้องตั้งคำถามและตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า คุณเชื่ออะไร และต้องมีความมุ่งมั่นที่จะทำตามความเชื่อนั้น
ประการที่สอง คือ การเชื่อมต่อประเด็นสำคัญ เมื่อคุณเข้าใจในจุดเด่นเอกลักษณ์ของตัวคุณเองแล้ว ดังนั้น คุณจึงสามารถกาหนดเป้าหมายและรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการคือใคร เพื่อคุณจะได้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ โดยพิจารณาจากคำถามที่ว่า อะไรที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ อะไรที่เค้าอยากได้ อะไรที่เค้าให้คุณค่า อะไรที่เค้าคาดหวัง ซึ่งคำตอบทั้งหมดเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจว่าควรทำอะไรให้สัมพันธ์กับสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ เพื่อที่จะเข้าถึงความสนใจได้อย่างตรงประเด็นและสามารถตอบสนองความต้องการที่แท้จริงได้

และประการสุดท้าย นับว่าสำคัญมากครับ คือ การสร้างความจงรักภักดี โดยการทำซ้ำ เน้นนะครับทำซ้ำๆ อย่างต่อเนื่องจนกว่าคุณจะได้รับการยอมรับจากผู้อื่นในสิ่งที่คุณเชื่อและลงมือทำจนเป็นนิสัยหรือพฤติกรรม จนทำให้ผู้อื่นรับรู้และเชื่อไปกับสิ่งที่คุณทำด้วย ตัวอย่างเช่น สตีฟ จ๊อบส์ ได้สร้างความเชื่อให้คนศรัทธาในนวัตกรรมใหม่ๆ ของเค้า ซึ่งเค้ามีความมุ่งมั่นหมั่นคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาเสมอๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้คนเห็นภาพจนเกิดความเชื่อและ อินไปกับสิ่งที่เค้าทำ ส่งผลให้แบรนด์และผลิตภัณฑ์ที่เค้าสร้างเข้าไปอยู่ในความคิดและสามารถสร้างความจงรักภักดีในแบรนด์ได้อย่างประสบความสำเร็จ

personal_b

อย่างไรตาม การสร้างแบรนด์บุคคลให้ประสบความสาเร็จนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก อาจต้องอาศัยปัจจัยส่งเสริมในหลายๆ ด้าน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากนักเพียงแค่คุณสามารถตอบตัวเองได้ว่า คุณคือใครและคุณเชื่อในสิ่งใด ซึ่งสองสิ่งนี้จะช่วยต่อยอดในสิ่งที่คุณทำและนำไปสู่การตั้งเป้าหมายและขั้นตอนการปฎิบัติ เพื่อที่จะเชื่อมต่อไปยังบุคคลอื่นให้ได้รับรู้และเข้าใจถึงตัวตนที่คุณแสดงออกมา เมื่อความเชื่อของคุณสามารถตอบสนองและเข้าถึงการรับรู้และสามารถสร้างความคิดไปยังผู้อื่นได้แล้ว ความโดดเด่นหรือเอกลักษณ์ของคุณจะเป็นที่รู้จัก ถูกจดจำ และสามารถสร้างมูลค่าให้กับตัวคุณ ส่งผลให้การสร้างเอกลักษณ์บุคคลได้อย่างประสบความสำเร็จอีกด้วย

Credit : SMEs Plus

Filed under: Other, , , , , , , , , , , ,

อูว่ะ..ศาสตร์ฮวงจุ้ย เกี่ยวอะไรก็โลโก้ ?

ความเชื่อนั้นอยู่คู่คนไทยมานานแสนนาน ถ้าเป็นตัวบุคคลก็ทั้งดูหมอ ดูไพ่ ดูลายมือ ลายเท้า เบอร์มือถือ ทะเบียนรถ จัดบ้าน หรือหมอดูบางคนประยุกต์ศาสตร์นี้โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์เพิ่ม เช่น หมอดูขยำกระดาษ, หมอดูกระดองเต่า ซึ่งศาสตร์พวกนี้มันก็ได้ประยุกต์ หรือคืบคลานเข้ามาในงานออกแบบซะงั้น โดยเฉพาะโลโก้ หรือตราสัญลักษณ์

Fungshui_compass

น่าคิดนะครับความทำไม มันจึงมีอิทธิพลเข้ามาในงานออกแบบโลโก้(Logo Design)ได้ ถ้าวิเคราะห์กันดีๆแล้ว จะพบว่า เรื่องของตราสัญลักษณ์นั้น มันเสมือนดั่งตัวแทนชื่อเสียงเรียงนาม ภาพลักษณ์ ถ้าลงไปลึกอีกมันก็จะเหมือนกับ ลายนิ้วมือนั่นเอง ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความเป็นเฉพาะตัวทั้งสิ้น ดังนั้นหมอดูทำนายชีวิตจากลายนิ้วมือได้ ทำไมเล่าจะทายจากโลโก้ไม่ได้

แต่ๆๆๆลายนิ้วมือมันสร้างเองไม่ได้นะ (หมอดูจึงได้แค่ทำนายเฉยๆ) แต่โลโก้นั้นถูกสร้างขึ้นมา ด้วยเหตุกระนั้นหมอดูจึงเอาศาสตร์ของตนเองมาผสมผสานกับศาสตร์ของการออกแบบนั้นเอง

อ่า…เท้าความกันมานาน เข้าเรื่องเลยดีกว่า

Feng shui (เฟิ่งสุ่ย) หรือฮวงจุ้ย มีประวัติยาวนานมาหลายพันปี เริ่มตั้งแต่ราชวงศ์ถัง (Tang Dynasty) โดยมีประวัติเล่าขานกันว่าฮวงจุ้ยในสมัยก่อนเริ่มจากการใช้ในการเลือกสุสานให้ฮ่องเต้ และใช้ในการคัดสอบเข้าคัดเลือกข้าราชการบุคคลที่มีชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์ฮวงจุ้ยคือ อาจารย์ ยาง หยุน ซาน (Master Yang Yun Sang) ท่านเป็นคนเขียนตำราเกี่ยวกับฮวงจุ้ยโบราณ และยังสร้างโรงเรียนสอนเกี่ยวกับฮวงจุ้ย การดูทำเล สถานที่ต่างๆ อีกด้วย

425928832_orig

โดยสิ่งสำคัญสำหรับการเลือกทำเลสถานที่ตามคำโบราณชาวจีนก็คือ ต้องเน้นทำเลที่มีพลังงานมังกร หรือลมหายใจของมังกร ต้องตรวจสอบรายละเอียดลักษณะทำเลที่ดี เช่น ภูเขา ที่ดิน หุบเขา แหล่งน้ำ แม่น้ำ และยังใช้พลังชีวิต หรือพลังชี่ (The Vital energy, or Chi) ที่ใช้ในการอธิบายถึงการหาทำเลธรรมชาติที่เหมาะสมและมีพลังขับเคลื่อนที่ดี โดยอ้างอิงจากสัญลักษณ์หรือลักษณะของสัตว์ในตำนาน เช่น มังกรหยก, เสือขาว, นกสีแดง และ เต่าดำ  นอกจากนี้ ก็ยังมีเรื่องของศาสตร์ฮวงจุ้ยในเชิงองศาทิศทาง (Compass Feng Shui) เช่น หยินหยาง (Yin-Yang) ธาตุทั้ง 5 (Five Elements) และจตุรัสกลลัวซู (Lo-Shu Square) มาใช้เกี่ยวกับฮวงจุ้ย และสุดท้ายก็ คือ เรื่องสัญลักษณ์ฮวงจุ้ยต่างๆ (Symbolic Feng Shui) ที่สื่อถึง ความร่ำรวย ความเชื่อโบราณสืบทอดกันมาและความหมายทีดี สรุปก็คือ ฮวงจุ้ย เป็นศาสตร์ว่าด้วยการเหนี่ยวนำเอากระแสพลังงานที่ดีจากทิศทางที่เหมาะสมรวมไปถึงการคำนวณถึงความสัมพันธ์ของวงโคจรของดวงดาวต่างๆ ในแต่ละปีต้องสัมพันธ์กันทั้ง ชะตาฟ้า (Heaven Luck) ชะตามนุษย์ (Man Luck) และชะตาดิน (Earth Luck) พูดง่ายๆคือศาสตร์ของฮวงจุ้ยนั้นมีมากมายจริงๆ

logo_inter

พอจะเข้าใจคร่าวๆ ถึงภาพรวมๆแล้วนะครับว่า ศาสตร์ฮวงจุ้ยมีที่มาที่ไป หรือเกี่ยวข้องกับอะไรบ้างพอสังเขป คราวนี้เราลองมาดูกันนะครับว่า ศาสตร์ฮวงจุ้ยต่างๆเหล่านี้ มันเกี่ยวข้องกับชีวิต หรือธุรกิจของเราอย่างไรบ้าง ขอเกริ่นก่อนเลยนะครับว่าหลักฮวงจุ้ยไม่ใช้เรื่องไกลตัวหรือยากเกินไป ผมจะลองยกตัวอย่างง่ายๆ ให้ทุกท่านได้เห็นภาพ และเกี่ยวกันกับการออกแบบโลโก้สำหรับผู้ประกอบการ ให้ท่านสามารถนำหลักฮวงจุ้ยมาปรับใช้กับธุรกิจได้

ก่อนอื่นผมอยากให้ท่านจำและจด เรื่องพลังงานธรรมชาติพื้นฐานของธาตุทั้ง 5 หรือ เบญจธาตุ (Five Feng Shui Elements) ก่อนเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจในการปรับหรือเลือกโลโก้ (Logo)นะครับ

  • ธาตุไฟ (Fire) สัญลักษณ์ สีแดง,เหลือง,ส้ม,ม่วง, ชมพู รูปสามเหลี่ยม
  • ธาตุดิน (Earth) สัญลักษณ์ สีเหลือง,น้ำตาลอ่อน รูปสี่เหลี่ยมจตุรัส
  • ธาตุทอง (Metal) สัญลักษณ์ สีขาว,เทา วงกลม
  • ธาตุน้ำ (Water) สัญลักษณ์ สีน้ำเงิน,ดำ คลื่น
  • ธาตุไม้ (Wood) สัญลักษณ์ สีเขียว,น้ำตาล สี่เหลี่ยมผืนผ้า

5element_Guide Fengshui Logo

 

องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการออกแบบโลโก้(Logo Design)ในมุมของฮวงจุ้ย คือ สี, ภาพ และความหมาย (Colors & Image & Meaning)

ฉะนั้น วิธีที่จะทำให้เกิดพลังที่ดีคือ

1. เริ่มจากพิจารณาธาตุเกิดของเจ้าของกิจการว่าเป็นธาตุใด ต้องใช้สีหรือสัญลักษณ์รูปภาพแบบไหนมาใช้ในการออกแบบโลโก้

2. ธุรกิจที่ท่านทำเกี่ยวกับอะไร เช่น ธุรกิจอาหาร อยู่ในธาตุไฟ สีที่ควรนำมาใช้ควรมีสีแดง สัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยม

3. เมื่อทราบถึงธาตุทั้ง2ส่วนที่สำคัญ คือ ธาตุของตัวท่าน และธุรกิจที่ทำ ก็สามารถช่วยในการพิจารณาว่า ธาตุของท่านกับธุรกิจนั้น ช่วยส่งเสริมหรือเป็นปฎิปักษ์กันนะครับ ถ้าเป็นปฎิปักษ์ก็อาจจะต้องปรับเน้นธาตุที่มีพลังเกื้อหนุนมากกว่าธาตุที่มีพลังหักล้าง หรืออาจจะเพิ่มส่วนประกอบของธาตุอื่นที่สามารถสร้างสมดุลให้ท่านและธุรกิจของท่านสามารถมีพลังงานที่ดีสอดคล้องกันได้ครับ

4. สุดท้ายคือควรออกแบบให้โลโก้นั้นมีความหมายที่ดี

ตัวอย่างเช่น ถ้าท่านเป็นคนธาตุไฟ แต่ทำธุรกิจประเภทอาหารทะเลซึ่งเป็นธาตุน้ำ ในหลักฮวงจุ้ย ธาตุน้ำเป็นปฎิปักษ์กับธาตุไฟ วิธีปรับก็คือ อาจจะนำธาตุที่ส่งเสริมธาตุไฟ เช่น ธาตุไม้ มาช่วยเติมพลังให้ไฟแข็งแกร่ง อาจจะใช้สีเขียวหรือสีน้ำตาล หรือรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ผสมผสานกับเอกลักษณ์สีและรูปทรงของธาตุไฟ มาออกแบบโลโก้ให้ดูโดดเด่น กว่าการใช้ลักษณะของธาตุน้ำที่เป็นปฎิปักษ์ เช่น อาจจะใช้ ความเป็นคลื่นของธาตุน้ำ แต่ใช้สีเขียว หรือน้ำตาลของธาตุไม้ หรือแดงของธาตุไฟ ให้สมดุลกันตามหลักการหยินหยาง เป็นต้นครับ
เราลองมาดูกันนะครับว่าองค์กรใหญ่ๆ ว่าทำไมเค้าถึงนำหลักการฮวงจุ้ยมาใช้กันอย่างมากมาย ทั้ง การออกแบบสัญลักษณ์โลโก้ และการคัดเลือกพนักงาน เพราะเค้าเชื่อว่าฮวงจุ้ยที่ดีนั้นจะส่งผลต่อพลังงานที่ดีให้ธุรกิจ หรือคนในองค์กรขับเคลื่อนไปได้อย่างทรงพลัง เหมือนเกื้อหนุนซึ่งกันและกันครับ เราลองมาดูตัวอย่างโลโก้ ของบริษัทที่ประสบความสำเร็จและใช้หลักการฮวงจุ้ยในการออกแบบโลโก้นะครับ

KasikornLogoidentity

เช่น ธนาคารกสิกร, บริษัทสหพัฒนพิบูล ก็เป็นอีกตัวอย่างที่น่าสนใจนะครับ ถ้าดูตามหลักฮวงจุ้ยนับว่าเป็นสัญลักษณ์โลโก้ที่มีความสมดุลกันตามหลักหยินหยาง สีแดงส้มของ ธาตุไฟที่สอดคล้องกับธุรกิจ และผู้บริหารอย่าง ดร.เทียม โชควัฒนา พร้อมยังแสดงความหมายเกี่ยวกับ element สัญลักษณ์ภายในโลโก้ได้อย่างชัดเจน หรือ

apple

แม้แต่โลโก้ Apple ในแง่ความหมายก็ใช้ภาพสัญลักษณ์แอบเปิ้ลที่มีรอยกัด ถ้าลองนึกดูดีๆ นะครับ ความเชื่อที่ว่าแอปเปิ้ลเป็นผลไม้แห่งชีวิตที่ให้กำเนิดอาดัมและอีฟ ตามหลักฮวงจุ้ย ก็คือ สิ่งที่ก่อให้เกิดพลังงาน ส่วนเรื่องสีนั้น ใช้สีดำ เหมาะสมกับธาตุเจ้าของกิจการอย่าง Steve Job ซึ่งก่อนหน้านั้นโลโก้ Apple เป็นสีรุ้งก็เหมาะเพราะเนื่องจากมีสีตัวแทน 5 ธาตุ คล้ายๆกับโลโก้ Google ถือว่าใช้สีได้ครบตามธาตุทั้ง 5 เช่น G สีฟ้า ธาตุน้ำ O และ e ธาตุไฟ O สีเหลือง ธาตุดิน และ l สีเขียว ธาตุไม้
google

การออกแบบสัญลักษณ์โลโก้ให้กับแบรนด์ โดยใช้หลักการฮวงจุ้ยนั้น ถือเป็นทางเลือก เป็นเรื่องของความเชื่อเฉพาะบุคคล บางคนใช้ศาสตร์นี้เพื่อความสบายใจ บางคนใช้เพื่อสร้างความฮึกเหิม แต่ทั้งหมดทั้งปวงสิ่งสำคัญที่สุดในการออกแบบโลโก้(Logo Design)ก็คือ ต้องสามารถ จำได้ง่าย และต้องแสดงตัวตนหัวใจของสินค้า และขาดไม่ได้ที่เป็นหลักสำคัญให้แบรนด์ชื่อดังต่างๆ ประสบความสำเร็จ ก็คือ การบริหารการจัดการ การวางแผนกลยุทธ์ที่ดี รวมถึงการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่นับว่าเป็นหัวใจของการประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจได้อย่างยั่งยืนครับ

Cr : SMEs PLUS Column Idea Café

Filed under: Other, , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

ข่าวล่าสุด! คุณ สมชนะ นักออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับโลกมือ 1 ของไทย ไปตัดสินอีกแล้ว

นักออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับโลก-สมชนะ หลังจากครั้งแรกที่ผ่านมา คุณแชมป์ สมชนะ กังวารจิตต์ จากบริษัท Prompt Design กับการไปเป็นกรรมการ PENTAWARDS 2013 ณ กรุงบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน มาปี 2014 นี้ คุณสมชนะ ได้รับเกียรติไปตัดสินรางวัลสุดยอดการออกแบบบรรจุภัณฑ์ของโลกอีกครั้งหนึ่งที่ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจากประสบการณ์ในครั้งแรกนั้น คุณสมชนะ กล่าวว่า “เขาพบว่างานออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging Design)ในโลกล้วนสุดยอดจริงๆ ผมประทับใจเรื่องแนวคิดกลยุทธ์บรรจุภัณฑ์ที่ต่างประเทศให้ความสำคัญมาก มันเสมือนดั่งเป็นการคิดค้นอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทรงพลานุภาพมากขึ้น บรรจุภัณฑ์ในต่างประเทศจึงเสมือนเป็นท่าไม้ตายที่สำคัญท่าหนึ่งเลยทีเดียว” Somchana_Jury_member_Pentawards2014 ซึ่งปี 2014 นี้ คุณสมชนะ กังวารจิตต์ จาก Prompt Design ตัวแทนชาติไทย ก็จะไปตัดสินรางวัลการออกแบบบรรจุภัณฑ์โลกอย่าง PENTAWARDS ณ กรุงโตเกียว ได้ข่าวคราวยังไง ทางเราจะคาบข่าวมาเรียนครับ

Filed under: Idea Packaging, Other, Packaging Tips, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Co-Branding โคแบรนด์ดิ้ง มิใช่โคบาล

ยุทธวิธี Co-Branding มันหมายความว่าอย่างไรล่ะเนี่ย..!!!! มันคือคาวบอย โคบาล รึป่าว..???

ไม่ใช่ครับผม มันคือ โค-แบรนด์ Co-branding หรือ Dual Branding จริงๆก็คือ ความร่วมมือกันจับมือกันระหว่างสองแบรนด์ องค์กร บริษัท หรืออาจจะมากกว่า 2 แบรนด์ก็ได้ โดยใช้จุดแข็ง หรือความชำนาญของแต่ละแบรนด์มาผนึกกำลังกันสร้างสินค้าบริการให้อยู่ภายใต้ผลิตภัณฑ์เดียวกัน เช่น บริษัท A เชี่ยวชาญด้านไอที และบริษัท B ชำนาญด้านการตลาด มีฐานลูกค้ารองรับ ได้ร่วมมือกัน ใช้ศักยภาพของทั้ง 2 บริษัท สร้างสรรค์สินค้าและบริการ ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์โดยใช้แบรนด์ร่วมกัน พูดอาจเข้าใจยากเอาเป็นว่าตัวอย่าง

Co Branding Packaging

เช่น Apple และ Nike ที่เคยร่วมกันทำ Nike + ipod sport kit มันคือนวัตกรรมใหม่ของอุปกรณ์เสริมเพื่อการวิ่ง พูดง่ายๆก็คือ เอาอุปกรณ์นี้ไปติดที่กับรองเท้าไนกี้รุ่นพลัส และเอามาเชื่อมต่อกับ iPod เพื่อรายงานการวิ่งประมาณนั้นครับ ซึ่งการจับมือครั้งนี้นับว่าประสบความสำเร็จในการเลือกจับคู่แบรนด์ได้เหมาะสม ทั้งในแง่ของ แบรนด์ที่มีการพัฒนาด้านนวัฒกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอและยังมีฐานลูกค้าสูงทำให้ศักยภาพของทั้งสองแบรนด์ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ออกมาได้รับความนิยม และประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี

cobranding-nike_ipod_sportkit

อย่างไรก็ดีลักษณะของการทำ Co-Branding มีหลายรูปแบบมาก

1. Ingredient Co-branding การใช้ส่วนประกอบของแบรนด์นึง ในการร่วมผลิตสินค้ากับอีกแบรนด์หนึ่ง และใช้ตราสินค้าร่วมกัน เช่น Dell computer กับ Intel processors คอมยี่ห้อ Dell แต่ชิพประมวลผลของ Intel เป็นต้น เรียกง่ายๆ ว่าเป็นการนำส่วนประกอบของแบรนด์อื่นๆ มาผสมกับแบรนด์เราเอง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งมากขึ้น
Dell-Intel-co-branding
2. Joint Venture Co-branding การร่วมมือกันระหว่างบริษัทตั้งแต่ 2 บริษัท หรือมากกว่านั้น โดยกำหนดกลยุทธ์ร่วมกัน และมีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน เช่น การวางแผนการตลาดร่วมกันของสายการบินไทย กับซิตี้แบงค์ เพื่อให้สิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้บัตรเครดิตสะสมคะแนนแลกไมล์ในการใช้บริการสายการบินไทย เป็นต้น

Citibank-Cebu-Pacific-Card-Visa-Platinum
3. Same –company Co-branding คือ ภายในบริษัทเดียวกัน ที่มีผลิตภัณฑ์หลายๆ ตัว ต้องการที่จะทำรายการส่งเสริมการขายร่วมกัน เช่น สินค้าในเครือ P&G จัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายให้กับห้างสรรพสินค้า ทำรายการซื้อสินค้าในเครือ P&G ครบตามจำนวนจะได้รับของสมนาคุณ หรือ เห็นชัดๆอย่างมหกรรมลดราคาของ Unilever ไชโย SALE เป็นต้น

Unilever
4. Multiple Sponsor Co-branding คือ การใช้ความร่วมมือกันจากหลายๆ แบรนด์เพื่อสร้างเครือข่าย และผนึกกำลังช่วยส่งเสริมกันระหว่างแบรนด์ โดยอาศัยความชำนาญที่แตกต่างกันได้มาพัฒนา เช่น การจับมือกัน 3ฝ่าย ระหว่าง Jet Airway + VISA + ICICI Bank เป็นต้น

VISA-Jet-Airway-ICIC

จากตัวอย่างและรูปแบบทั้งหมดข้างต้นนั้น ผมนำมาย่อยให้ท่านได้เห็นเป็นกลยุทธ์วิธีในการทำ Co-brand เป็น 4 ประการ เพื่อท่านจะได้เลือกใช้ได้อย่างง่ายดาย
1.Reaching in เน้นการเข้าถึงส่วนแบ่งทางการตลาด โดยการเลือกหุ้นส่วนที่ช่วยเพิ่มศักยภาพต่อแก่นของแบรนด์ตัวเองให้ได้รับประโยชน์สูงสุด เช่น ตัวอย่างข้างต้น ก็คือ ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ Dell เลือกร่วมมือกับ Intel ในการร่วมผลิตด้วย เนื่องจากลูกค้ามีความเชื่อและมั่นใจในประสิทธิภาพของ ระบบประมวลผลของ Intel จึงเป็นการช่วยเพิ่มคุณค่าของแบรนด์สินค้ามากขึ้น นอกจากนี้ อีกตัวอย่างหนึ่งคือบริษัทขนมขบเคี้ยวชื่อดังค่าย Frito-Lay ได้จับมือกับน้ำอัดลมเปิดตัว ชีโตสรสเมาเทนดิว (Mountain Dew Cheetos) และชีโตสรถเป๊ปซี่ เป็นสแน็กที่น่าสนใจไม่น้อยและสามารถกอบโกยยอดขายได้อย่างง่ายดาย

เมาเทนดิว-ขนม-บรรจุภัณฑ์เป๊ปซี่-ชีโตส-บรรจุภัณฑ์-COBRANDING

2.Reaching out เน้นการเข้าถึงช่องทางการตลาดใหม่ โดยเลือกหุ้นส่วนที่นอกจากเพิ่มศักยภาพของแบรนด์แล้ว ยังต้องเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ด้วย ตัวอย่างเช่น ร้านค้าปลีกร่วมมือกับแบรนด์สินค้า และผู้ให้บริการอื่นๆ เพื่อตอบสนองลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในร้านค้าได้สะดวกและครบถ้วนมากที่สุด One-stop service นอกจากนั้น ยังช่วยเพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เพราะมีการให้บริการที่หลากหลายภายในร้านเดียว นอกจากนี้ ยังมีกรณีของ McDonald’s McFlurry กับ Kitkat รวมมือกันพัฒนาสินค้าในรสชาติใหม่ และยังสามารถปรับช่วงเวลาในการซื้อสินค้าของทั้งสองประเภทได้อย่างลงตัว เนื่องจากเดิม Kitkat เป็นของว่างทานเล่น ต่างจาก McDonald’s ที่ไว้ทานเป็นมื้ออาหาร เมื่อทั้งสองมารวมกันเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ นับว่าลงตัวและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ได้อย่างดี หรือแม้แต่ Adidas จับมือกับยาง Good Year ออกรองเท้ารุ่นพิเศษที่ใช้ยางจากล้อรถ Good Year เป็นต้น

Goodyear-Adidas-อาดิดาส

3.Reaching up เน้นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Image) และทำให้แบรนด์ดูมีคุณค่าเพิ่มขึ้น (Brand Value) ตัวอย่างเช่น การให้บริการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ผู้ค้าออนไลน์ในอินเทอร์เน็ตมักจะประสบปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือในการชำระเงินสินค้า ดังนั้น การร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง Paypal ในด้านการชำระสินค้าก็สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ตัวเอง ซึ่งมีผลต่อลูกค้าได้เชื่อมั่นในสินค้าและบริการ และเพิ่มคุณค่าให้กับแบรนด์ตัวเองมากขึ้น

Payment_logo-Verify

4.Reaching beyond เน้นการพัฒนาต่อยอด โดยเลือกหุ้นส่วนที่มีความแข็งแกร่งด้านภาพลักษณ์ และมีศักยภาพในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ได้ด้วย ตัวอย่างเช่น Credit card ร่วมมือกับ MasterCard และ Visa สร้างเครือข่ายขยายตลาดสินค้าและการบริการไปยังสถาบันการศึกษา หน่วยงานการกุศลต่างๆ ผู้ให้บริการด้านรถยนต์ ปั้มน้ำมัน สายการบิน ที่พัก และร้านค้าต่างๆ โดยผู้ใช้บริการบัตรเครดิตสามารถใช้ Reward card ในการรับสิทธิพิเศษต่างๆ ซึ่งกลยุทธ์นี้จะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นจำนวนมาก

การทำ Co-brand ถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่น่าสนใจ แต่การทำเพื่อให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ขึ้นกับแต่ละแบรนด์ที่ร่วมมือกันว่าจะสามารถช่วยเพิ่มคุณค่าของแบรนด์ให้ต่อกันได้มากน้อยเพียงใด โดยอาจจะประเมินจากศักยภาพของกลุ่มลูกค้าหลังจากที่ได้ทำการ Co-branding แล้วว่ามีผลตอบรับเป็นอย่างไร ทั้งนี้ขึ้นกับทัศนคติ มุมมองที่ลูกค้ามองเข้ามาต่อการรวมแบรนด์ใหม่ ด้วยว่าสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และตอบสนองความต้องการ ความพึงพอใจของลูกค้าได้มากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม การทำ co-brand ก็อาจมีปัจจัยเสี่ยงได้เช่นกัน เพราะถ้าเกิดแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งได้รับผลกระทบ ก็จะส่งผลไปยังอีกแบรนด์เช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นเจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการต้องประเมินถึงข้อดีและข้อเสียของการรวมแบรนด์ว่าคุ้มค่ากว่าการสร้างแบรนด์เดียวหรือไม่ ขอบคุณครับผม^^

credit : SMEs Plus Column Idea Café

Filed under: Idea Packaging, Other, , , , , , , , , , , , , , ,

Join to Fan Page

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 68 other followers