Packaging City

Packaging Design Knowledge Center

Tone of voice คืออะไร

“กราบสวัสดีขอรับท่านผู้อ่าน วันนี้พูดไพเราะเพราะพริ้งเป็นพิเศษ เนื่องจากว่าผมจะมานำเสนอเรื่อง “Tone of voice” หรือเรียกง่ายๆ ว่า สำเนียงหรือภาษาที่เวลาแบรนด์ต่างๆนำเสนอเรา

หลายคนบอก หา….. แบรนด์มีสำเนียงด้วยเหรอครับ คำตอบคือ ใช่แล้วครับ
TOV
แบรนด์ก็เปรียบเสมือนคนที่ต้องมีการสื่อสารในหลายๆรูปแบบ ดังนั้นสำเนียง ข้อความ และคำพูดที่แบรนด์สื่อสารออกไปก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆอย่างนึงเลยครับ

ในโลกธุรกิจที่การตลาดเติบโตและแข่งขันกันอย่างไม่หยุดยั้ง ปฎิเสธไม่ได้ว่า นอกจากกลยุทธ์ทางการตลาดที่เฉียบแหลม สิ่งสำคัญไม่แพ้กัน คือ การสื่อสารเกี่ยวกับความเป็นแบรนด์ หรือองค์กร ออกไปสู่ผู้บริโภคอย่างไรให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และคนที่รับสาร สามารถเข้าใจและจดจำเอกลักษณ์ สำเนียงจากข้อความของแบรนด์นั้นๆได้ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ผมขอยกตัวอย่าง แบรนด์ “ Philosophy” เครื่องสำอางค์สายเลือดอเมริกัน ซึ่งถือเป็นตัวอย่างการใช้ Tone of voice ในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำได้อย่างชัดเจนมาก เริ่มตั้งแต่ชื่อแบรนด์ Philosophy แปลว่าปรัชญา เค้าก็นำเสนอผลิตภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ โดยใช้ถ้อยคำที่สละสลวยผ่านตัวอักษรมาร้อยเรียงเป็นปรัชญาได้สอดคล้องกับ
ความเชื่อของแบรนด์ที่มีทัศนคติเกี่ยวกับชีวิตและความงาม อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ “hope in a jar” นำปรัชญาเกี่ยวกับความหวังมาเป็นแรงบันดาลใจให้คุณผู้หญิงลุกขึ้นมาสวยอีกครั้งด้วยครีมจาก philosophy “don’t lose hope you never know what tomorrow may bring” อย่าสูญสิ้นความหวัง คุณไม่อาจรู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และ ใช้คำพูดที่เป็นแรงบันดาลใจมาเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เซรั่มย้อนวัยผิว “it’s time to try something ” ถึงเวลาแล้วที่จะลองสิ่งใหม่ๆ กับผลิตภัณฑ์ “Time in a bottle”

PhilosophyLogo
10329909_639689776123706_8238900037356974064_o 10307198_637090986383585_834696710383092211_n 10434242_648275395265144_1473600588057697396_n

ทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำได้ง่ายและสามารถสร้างความแตกต่างระหว่างคู่แข่งแบรนด์อื่นได้ นอกจากนี้ Tone of voice ที่ดีมันจะส่งข้อความที่สื่อสารแนวช่วยกระตุ้นหรือโน้มน้าว ไม่เพียงแค่นั้นมันจะส่งความรู้สึกผ่านไปได้ด้วย คล้ายๆ กับคนล่ะครับ เวลาเราจะคุยกับใครสักคนแบบจริงๆจังแล้วนั้น เราจะรับรู้ได้ว่าคนๆนั้นใช้ความรู้สึกคุยกันกับเรารึเปล่า

 

ถ้าพูดถึง Tone of voice จุดเริ่มต้นที่สำคัญ คือ ให้พิจารณาจากแบรนด์ของคุณเองว่าต้องการให้แบรนด์ของคุณมีคุณค่าอะไรในสายตาผู้บริโภค
โดยใช้การสื่อสารถ่ายทอดเป้าหมายเหล่านั้นออกมาให้ดูมีคุณค่าและตราตรึงในใจกลุ่มเป้าหมาย คุณค่าอะไรที่คุณอยากบอกให้โลกรับรู้? เพื่อที่คุณจะได้ทราบว่าคุณจะได้ตัดสินใจว่าจะส่งสาร Tone of Voice ออกไปอย่างไรนี่คือจุดเริ่มต้นที่คุณจะสามารถนิยามวัตถุประสงค์หลักในการสื่อสารของแบรนด์คุณเพื่อนำไปสู่การสร้าง Tone of voice

การสร้าง Tone of voice ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ง่ายซักเท่าไหร่ ก็เหมือนกับการสร้างแบรนด์ทางการตลาดนั่นแหละครับ คุณต้องรู้ก่อนว่าแบรนด์ของคุณมีจุดยืนหรืออยากให้คนที่มองเข้ามารู้สึกอย่างไรกับแบรนด์คุณ ดังนั้น
สิ่งที่สำคัญลำดับต่อมาก็คือ การใช้ภาษาในการสื่อสารครับ ไม่ว่าจะเป็น คำศัพท์ รูปประโยค หรือสัญลักษณ์ รูปแบบตัวอักษร แม้กระทั่งการออกแบบกราฟฟิกก็สำคัญด้วยนะครับ ลองคิดเล่นๆ นะครับ เวลาคุณพิมพ์อีเมลหาลูกค้าเพื่อติดต่องานกัน ภาษาที่ใช้ก็ต้องค่อนทางเป็นไปในเชิงทางการ แต่ถ้าพูดคุยติดต่อกับเพื่อนร่วมงาน ภาษาที่ใช้ก็ไม่ใช้ทางการ เน้นการพูดคุยเป็นกันเองมากกว่า ใช่แล้วครับ การใช้ภาษาในการสร้าง Tone of voice ก็เหมือนกันครับ ต้องปรับให้เข้ากับอารมณ์และความรู้สึกของแบรนด์คุณที่คุณคิดไว้ว่าอยากให้ผู้อื่นรับรู้ไปในอารมณ์แบบไหนนะครับ ตัวอย่างที่น่าสนใจ “Innocent” แบรนด์น้ำผลไม้ชื่อดังประเทศอังกฤษ นับว่าเป็นแบรนด์ที่มีความโดดเด่นในด้านการใช้ภาษาและสื่อความเป็น Tone of voice ผ่านทางผลิตภัณฑ์ เว็บไซต์ หรือสื่อโฆษณาต่างๆ ได้อย่างมีเอกลักษณ์ โดยเป้าหมายของแบรนด์ที่ต้องการสื่อไปยังผู้คนก็คือ ความไร้เดียงสา innocent ความแตกต่างที่โดดเด่น ความเป็นมิตร เป็นกันเอง และความมีเสน่ห์น่าสนใจ ลองมาดูตัวอย่างการใช้ Tone of voice ของ Innocent ในช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ “Big thanks from the big Knit” ชื่อแคมเปญสื่อความหมายได้ดีสื่อถึงความยิ่งใหญ่ในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมและแสดงความขอบคุณ “Big thanks” ไม่เป็นทางการแต่ได้ความรู้สึกจริงใจ

Dude_Logo_StraplineScreen Shot 2559-06-18 at 7.37.29 PM

ข้อความในทวิตเตอร์ ที่มีการเล่นคำ ใส่มุขตลกๆ ให้คนได้มีอารมณ์สนุกดึงดูดความสนใจให้คนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ หรือ แม้กระทั่ง Facebook cover page ที่มีการใช้รูปประโยคง่ายๆ “Say hello to our new veg pots” แต่สามารถสื่อถึงความต้องการที่จะแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ของแบรนด์ได้อย่างมีเอกลักษณ์
twittterInnocent

FB

โดยกลยุทธ์ที่ทาง Innocent ปรับใช้ในการสร้าง Tone of voice ได้อย่างมีเอกลักษณ์ และประสบความสำเร็จ คือ
1. การใช้ภาษาที่เป็นมิตร คือ ไม่เป็นทางการมากเกินไป เข้าใจ และเข้าถึงความรู้สึกของผู้รับสาร โดยอย่างที่กล่าวข้างต้น Innocent รู้จุดยืนและความต้องการของตัวเองได้ชัดเจนมากๆ ดังนั้น แบรนด์จึงสื่อสารโดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย เหมือนกับใช้ภาษาในชีวิตประจำวัน ภาษาที่เป็นธรรมชาติ ทำให้ผู้อ่านรู้สึกเข้าถึงได้ และคุ้นเคย สามารถจดจำและมึความรู้สึกร่วมไปกับภาษาที่ใช้ได้อย่างดี จึงไม่แปลกใจเลยว่า แคมเปญเพื่อการกุศลหลายๆ แคมเปญของ Innocent ประสบความสำเร็จและสร้างเอกลักษณ์และชื่อเสียงให้กับแบรนด์และผลิตภัณฑ์เป็นอย่างมาก
2.ใช้ช่องทางการสนทนาอื่นๆ สำหรับติดต่อ หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ เช่น Facebook Twitter
นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง สามารถใช้ข้อมูลจากการพูดคุยกับผู้อื่น มาช่วยประเมินถึง Tone of voice ที่เราต้องการสื่อไปยังผู้อื่น ว่าสามารถรับรู้และเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกไปในทิศทางที่แบรนด์ตั้งใจและวางไว้หรือไม่ ถ้าแนวโน้มไปคนละทิศทาง แสดงว่า ภาษา หรือรูปประโยคที่ใช้ อาจมีข้อผิดพลาดในการสื่อสารที่ต้องปรับปรุงใหม่ หรือปรับแนวคิดใหม่ให้สอดคล้องกับกลุ่มหรือเหตุการณ์ปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ดี หัวใจหลักของการสร้างเอกลักษณ์ของ Tone of voice ที่สำคัญ คือ หัวใจของแบรนด์คืออะไร การเลือกใช้ภาษาให้เหมาะสมกับแบรนด์ อารมณ์ของภาษาเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ และมีการพัฒนาปรับปรุงภาษาให้ทันสมัย ทันกับเหตุการณ์ปัจจุบัน เพียงเท่านี้ สำเนียงหรือภาษาแบรนด์ของคุณก็จะเข้าไปอยู่ในใจผู้คนได้อย่างประสบความสำเร็จครับ

Cr. SMEs Plus Magazine, ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงทุกๆแหล่ง

Filed under: Other, , , , , , , , , , , , , , , , , ,

หลัก 3 ประการในออกแบบ Window Packaging

Microsoft ออกแบบ Packaging Windows 7 โดยเน้นใช้ง่ายและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ในการออกแบบ Packaging ของ Windows 7 นั้น ไมโครซอฟท์ได้เปิดรับฟังความต้องการ และคำแนะนำต่างๆ จากลูกค้า

จากนั้นจึงออกแบบโดยยึดหลัก 3 อย่าง Simple Design, Easy To Open และ Reduce Waste
Win7 Professional Packaging
Simple Design
ตัวกล่องของ Windows 7 นั้น จะมีโลโก้ Windows ขนาดใหญ่ซึ่งเห็นแล้วทราบได้ทันทีว่าเป็นโลโก้ของ Windows 7 ในขณะที่ตัวหนังสือขนาดใหญ่บนด้านหน้ากล่องนั้นสามารถอ่านได้ง่ายและมองเห็นได้ชัดเจน ในขณะที่กล่องของแต่ละเวอร์ชันจะมีสีพื้นหลังที่แตกต่างกันทำให้ง่ายต่อการแยกแยะและจดจำ ซึ่งเห็นแค่สีก็รู้แล้วว่าเป็น Windows 7 version ไหน (Home Premium ,Professional, Ultimate)

Window Packaging Design

Make It Easy To Open

ไมโครซอฟท์ได้ออกแบบกล่องพลาสติกของ Windows 7 ให้ง่ายต่อการเปิด โดยการลดชิ้นส่วนในการผลิตเหลือเพียง 3 ส่วน คือ

1. กล่องพลาสติก (Plastic case)

2. กระดาษสลีฟ (Paper sleeve) และ

3. คู่มือใช้งานเบื้องต้น (Getting Started Guide)

โดยตัวกล่องพลาสติกนั้น สามารถเปิดได้ง่ายเพียงมือเดียว

Packaging easy open

 

 

Reduce Waste

กล่องพลาสติกของ Window 7 นั้นมีน้ำหนักเบา และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เพราะสามารถนำไปรีไซเคิลได้ ซึ่งน้ำหนักโดยรวมของ Packaging ของ Windows 7 ลดลง 37% และมีค่าคะแนน Econometrics เพิ่มขึ้น 50% จาก Packaging ตัวเก่า

“การทำ Packaging ให้น่าสนใจและคำนึงถึงแง่มุมต่างๆ ดัง

Case Study ตัวอย่างของกล่อง Window 7 Packaging นั้น

ถือเป็นแบบอย่างที่น่าชื่นชมและควรนำไปใช้เป็นแบบอย่าง”

ขอบคุณ: window steam blog

Filed under: Packaging Strategy, , , , , , , , , ,

Case Study Consumer Insight in Packaging

Goodnites_Logo

 

แบรนด์ GoodNites ของ Kimberly-Clark’s นั้น ท้าทายทีมนักออกแบบมาก เนื่องจากว่าเป็นหนึ่งในสินค้าใหม่ของหมวดหมู่กางเกงเด็ก ที่สร้างความสะอาด และสะดวกสบายให้กับคุณแม่ที่ไม่ต้องคอยมาเปลี่ยนผ้าปูเตียงอยู่เสมอๆ กลยุทธ์การออกแบบใหม่นี้จะถูกเปิดตัวในต่างประเทศ มันเป็นการง่ายมากสำหรับคุณแม่ที่จะเลือกให้กับน้องหนู ซึ่งลักษณะหน้าตาของ design นี้ ดูร่วมสมัย ขนาดและน้ำหนักสินค้าก็ลงตัว และมีความแตกต่างจากสินค้าที่เป็นกางเกงในและ boxer ในประเภทเดียวกัน

เป็นความท้าทายมากที่จะทำให้ Brand และ Packaging ของ Goodnites นั้น เป็นแสงสว่างในยามค่ำคืนมาให้หนูน้อยและคุณแม่ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เราจึงโฟกัสไปที่การออกแบบ Packaging ซึ่งมี 4 วัตถุประสงค์หลักๆ คือ

1. สร้างความรู้สึกปกติ เมื่อได้ทดลองใช้มัน โดยไม่เขอะเขิน

2. สร้างความแตกต่างและสร้างความโดดเด่นของสินค้าใน Shelf ได้

3. สร้างเส้นทางให้ผู้ซื้อมาสู่สินค้าได้

4. สำคัญที่สุดคือ ต้องสอบถามคุณแม่ และเด็กที่ใช้สินค้า เพื่อได้รับข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์จาก Consumer Insight

ทั้งด้านความรู้สึก และแรงบันดาลใจในการออกแบบ

มันเป็นจุดสำคัญที่สุดสำหรับ Brand Goodnites นั้นคือมันต้องส่งผ่านความรู้สึก และสัญชาตญาณไปสู่แม่และเด็กผู้ซึ่งเป็นทั้งผู้เลือกซื้อและผู้ใช้สินค้า

Goodnites_Packaging

ความแตกต่างของบรรจุภัณฑ์นี้ จะโดดเด่นในเรื่อง Consumer Insight หรือ ความรู้สึกภายในใจของผู้ซื้อ  ที่มีต่อสินค้านี้ คือ 

1. ชื่อ Brand ทำให้เข้าใจตัวสินค้า และบอก Benefit ของสินค้าได้ง่ายมากขึ้น

2. ทาง Team Research นั้นรู้ถึงว่าในเวลากลางคืนความเลอะเทอะนั้นเป็นความทุกข์ทั้งเด็กและแม่ จึงเลือกใช้รูปเด็กที่มีหน้าตาดูมีความสุขในการใช้สินค้ากางเกงในนี้ และ Present มุมมองได้น่าสนใจมาก เสมือนแม่กำลังห่มผ้าและบอกลูกว่าฝันดี (Goodnites) ในคืนนี้นะ

3. Sizing นั้นเมื่อวางอยู่บน Shelf จะดูโดดเด่น เนื่องจากขนาดแตกต่างจากสินค้าอื่น

4. ยังเพิ่มความน่าสนใจในตัว Product ที่อยู่ภายใน Packaging ด้วยลวดลายน่ารักๆ ทั้งหญิงและชาย

5. มีการใช้สีเป็นตัวแยกเพศที่ใช้ อีกทั้งยังมีการบอกถึงขนาดเอว หรืออื่นๆได้อย่างเด่นชัด

ทั้งหมดนี้ได้มาจากการเข้าถึงสิ่งที่อยู่ภายในใจของผู้บริโภคที่มีต่อบรรจุภัณฑ์นี้ ทำให้สินค้าตัวใหม่ของ Kimberly-Clarks ใน Brand Goodnites นั้นประสบความสำเร็จอย่างไม่ต้องมีข้อสงสัย

ตรงนี้เองที่เหล่านักออกแบบ หรือบริษัทออกแบบ Packaging ควรที่จะต้องใช้ประสบการณ์ในหลากหลายมิติทั้ง Consumer Research, Marketing Research, Design Strategy เป็นต้น มารวบรวมวิเคราะห์และสังเคราะห์ ออกมาให้ได้มากที่สุดว่าความต้องการภายในใจของผู้ใช้นั้นคืออะไร…? แล้วคุณทราบรึยังล่ะ….ว่าสิ่งที่คุณกำลังจะออกแบบนั้น ตรงใจกลุ่มเป้าหมายจริงเหรอ?

Filed under: Packaging Strategy, , , , , , , , ,

Packaging สาหร่ายเถ้าแก่น้อย หนึ่งในความสำเร็จที่ไม่ควรมองข้าม

เรื่องราวของเถ้าแก่น้อย ที่ปัจจุบันกลายเป็นเถ้าแก่ใหญ่ นั้นคุณๆท่านๆสามารถหาข้อมูลได้จากหลายๆทาง

young-en17

แต่วันนี้ทาง Packaging City นั้นจะมาผ่าเสี้ยวหนึ่งที่ทำให้เถ้าแก่น้อยนั้นประสบความสำเร็จจนทุกวันนี้ก็คือ บรรจุภัณฑ์ (Packaging) นั่นเอง

เหตุใดทำไมบรรจุภัณฑ์จึงมีผลขนาดนั้นเชียวรึ….? คำตอบคือใช่  มันมีส่วนอย่างมากเกินกว่าที่คุณคิดเลยก็ว่าได้

             ถ้าค้นคว้าความเป็นมาเป็นไปของคุณต๊อบ “อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์” นั้นช่วงแรกที่เค้าคิดจะทำสินค้าสาหร่ายนั้น ตัวเค้าเองได้ส่งสินค้าไปจำหน่ายตามร้านโชว์ห่วยในหลายๆที่ ซึ่งบรรจุภัณฑ์ที่เค้าใช้นั้นเป็นแค่เพียงถุงพลาสติกใสๆ ติดแบรนด์เถ้าแก่น้อยแค่นั้นเอง อาจพูดได้ว่า บรรจุภัณฑ์ของ OTOP นั้นสวยกว่าเยอะ ซึ่งหลังจากนั้นยอดขายของสาหร่ายของคุณต๊อบเรียกได้ว่าขายไม่ค่อยดี แต่หลังจากนั้นเค้าจึงคิดจะใช้กลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง” นั้นคือคิดจะเข้า 7- eleven ที่มีสาขาร่วม 4,000 สาขา แต่การที่จะขาย 7- eleven นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมาตรฐานในการวางจำหน่ายของ 7- eleven นั้นสูงมาก ทำให้คุณต๊อบต้องมีการคิดโดยรอบคอบและปรับเปลี่ยนทัศนคติหลายๆอย่าง เดิมที Packaging ของเถ้าแก่น้อยดูไม่น่าซื้อ แต่ภายหลังจากการค้นหาข้อมูลทางคุณต๊อบได้เปลี่ยนทัศนคติใหม่ ซึ่งก็รู้ว่าจริงๆ แล้วการทำ Packaging ให้สวยเทียบเท่าแบรนด์ขนมชั้นนำนั้นไม่ได้ลงทุนสูงอย่างที่คิด มันมีทางเลือกมากมายหลากหลาย ด้วยเหตุนี้เองคุณต๊อบจึงได้การเปลี่ยนแปลง Packaging ให้ดูน่าซื้อมากขึ้น ทำให้ 7- eleven นั้นไม่รีรอที่จะนำสาหร่ายเถ้าแก่น้อยไปจำหน่าย รวมทั้งคุณต๊อบเองเรียกได้ว่าเป็น First mover ของตลาด Snack สาหร่ายอย่างจริงจัง ทำให้คุณต๊อบหรือเถ้าแก่น้อยนั้นประสบความสำเร็จและเป็นเบอร์หนึ่งในวงการสาหร่ายไปโดยปริยาย นับได้ว่าน่าชื่นชมกับยอดคนไทยคนนี้เป็นอย่างมาก

Packaging City จะมาผ่ากลยุทธ์บรรจุภัณฑ์ความสำเร็จของเถ้าแก่น้อยออกมาเป็นข้อๆให้เข้าใจได้ง่าย ว่าทำไมถึงออกแบบได้ดี

 

taokaenoi

Communication

1. Naming : การตั้งชื่อ “เถ้าแก่น้อย” ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยม เพราะไม่มีชื่อนี้ในตลาดไทยและตลาดโลก อีกทั้งชื่อเถ้าแก่ กับคำว่าน้อย นั้น contrast กัน ทำให้ดูใหม่ น่าสนใจ จดจำได้ง่ายเข้ากับกลุ่มเป้าหมาย การตั้งชื่อจะคล้ายๆกับแบรนด์ โก๋แก่ เป็นต้น

2. Brand : ตัวโลโก้เถ้าแก่น้อยนั้น ไม่เพียงแต่เป็น Mascot เฉยๆ ยังมีการสื่อสารด้าน Emotion ของรสชาติสินค้า ทำให้ผู้บริโภครู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์นี้มากขึ้น

อีกทั้งเถ้าแก่น้อยเป็น Brand ใหม่ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างยิ่งก็คือ Logo ต้องมีขนาดใหญ่ๆ ซึ่งถือว่าทำได้ดี

3. Product : Packshot (รูปของสินค้า) นั้นถ่ายภาพได้ค่อนข้างน่ากินและเข้าใจง่าย

4. Color : มีการให้สีไปตาม Flavour ของสินค้า

5. Copy : ทำได้ดี มีการบ่งบอกคุณลักษณะผลิตภัณฑ์ 3 ประการ 1. สาหร่ายเราเป็นของญี่ปุ่น 2. สาหร่ายเราเป็นของแท้ของจริง และ 3. อร่อยได้ง่ายๆได้คุณค่าอีกต่างหาก

6. Other : มีการเว้นให้เห็น Foil บริเวณด้านข้าง โดยการทำเป็นเส้นหยักๆ ให้ให้ดูแตกต่างและน่าสนใจ อีกทั้งด้านหลังบรรจุภัณฑ์โดยรวมก็ทำได้ดี ไม่ละเลยจุดเล็กๆ

Function

1. เลือกใช้ซอง Metalize ซึ่งถูกต้องแล้ว เพราะซอง Metalize นั้นช่วยยืดอายุของผลิตภัณฑ์ได้ดี

2. มีการใช้ Ziplock เพื่อการเก็บรักษาขณะแกะซองสินค้าแล้วทานไม่หมด


ลองมาดูเพื่อนบ้านของเถ้าแก่น้อยกัน

competitor_taokaenoi

 

              จะเห็นได้ว่าคู่แข่งเจ้าอื่นๆก็ลงมาเล่นชิ้นเค้กที่แสนจะหอมหวานของตลาดสาหร่ายกันเยอะ อีกทั้งยังมีการใช้กลยุทธ์ Me too Strategies ทั้งในเรื่องของ

1. Naming เช่น เถ้าแก่น้อย –> เถ้าแก่เนี้ย (เป็นแม่), ตี๋เล็ก(เป็นน้องชาย), โชกุเนะ (เป็นเถ้าแก่น้อยแบบญี่ปุ่น), ซีลีโกะกับทาเบรุ (จะออกแนวญี่ปุ่นๆ) เป็นต้น

2. Packaging ซึ่งจะเห็นว่าแบรนด์คู่แข่งทุกแบรนด์จะต้องมีตัว Mascot เหมือนเถ้าแก่น้อยกันหมด อีกทั้งเรื่องสีสันภาพรวมของบรรจุภัณฑ์ ก็ยังทำเหมือนกันอีก Original(สีเขียว) ต้มยำ(สีแดงๆส้มๆ) เป็นต้น

ทำให้ตลาดสาหร่ายนั้นมีความแตกต่างกันด้าน Packaging น้อยมาก ทำให้คู่แข่งนั้น ไม่อาจฉีกหนีจากรูปแบบของซองเถ้าแก่น้อยได้เลย

นี่ถือเป็น Case Study ของ First-Mover Advantage ที่ถือได้ว่ามีอิทธิพลเป็นอย่างมากในวงการสาหร่าย ทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่ๆที่เข้ามาเลยถอดแม่แบบออกมาเลย ดังนั้นการที่จะเป็นผู้แข่งขันอย่างจริงจังนั้นต้องสร้างความแตกต่างจากตลาดเพื่อเป็นจุดเปลี่ยนให้ได้

Filed under: Packaging Strategy, , , , , , , ,

Packaging = Brand Image

               นอกเหนือจากบรรจุภัณฑ์ที่มีหน้าที่หลักในการเก็บสินค้าแล้ว ยังมีหน้าที่อื่นๆ อีกหลายหลากของบรรจุภัณฑ์ซึ่ง ณ เวลานี้หน้าที่ที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้น การใช้บรรจุภัณฑ์ในการสร้างภาพลักษณ์ หรือ Brand Image ให้กับบริษัทนั้นเองครับ สินค้าที่มีการต่อสู้กันอย่างมากในเรื่องบรรจุภัณฑ์คงหนีไม่พ้นกลุ่มสินค้า FMCG(Fast Moving Consumer Goods) ที่มีการแข่งขันกันอย่างสูง เพื่อให้บรรจุภัณฑ์ของบริษัทมีความโดดเด่นดึงผู้ซื้ออย่างเราๆ ให้หันมามอง (จากงาน วิจัยหลายแห่งพบว่า บรรจุภัณฑ์ในซูเปอร์มาร์เก็ตมีเวลาน้อยกว่า 3 วินาทีในการดึงความสนใจจากผู้บริโภค)

Packaging_Image

               งานออกแบบบรรจุภัณฑ์ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาทั้งด้านรูปแบบ วัสดุ รวมทั้งกรรมวิธีการผลิต ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่หลังในการรักษาสินค้าภายใน ได้อย่างดียิ่งแล้ว ยังได้ทำหน้าที่หลักในการสร้างแบรนด์เนมให้กับผู้ผลิตได้เป็นอย่างดี บทความจาก Design Council จากประเทศอังกฤษในเรื่องบรรจุภัณฑ์ ได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า

               งานออกแบบบรรจุภํณฑ์ที่ดีนั้นมิใช่มีหน้าที่จบลงหลังจากผู้ซื้อหยิบสินค้าออกจากชั้นวางขาย แต่ Life Cycleของบรรจุภัณฑ์ที่สมบูรณ์เริ่มต้นด้วยหน้าที่หลักในการห่อหุ้มสินค้า จากนั้นมันก็ได้เดินทาง ไปทำหน้าที่ Salesmanบนชั้นวางสินค้า ตามมาด้วยการใช้บรรจุภัณฑ์ของผู้บริโภคหลังจากซื้อกลับบ้าน และท้ายสุดที่ขาดไม่ได้ก็คือการนำกลับมาใช้อีกครั้งในรูปแบบ Recycle-After use

               หน้าที่หลักและสำคัญของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ก็คือการทำให้บรรจุภัณฑ์ของเรา นั้นมีความเด่น และดึงดูดความสนใจ (Visual Equities) ซึ่งเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่กลุ่มนักออกแบบมักนำมาใช้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อให้บรรจุภัณฑ์ของเราโดดเด่น แปลกใหม่ จดจำได้ ซึ่งเคล็ดลับของการสร้าง Visual Equities มีดังนี้นะครับ

               เริ่มจากรูปทรง (Shape) การสร้างรูปทรงที่สอดคล้องกับสินค้าจะมีส่วนสำคัญที่ช่วย ผลักดันให้คุณค่าของสินค้าภายในดีขึ้น ตัวอย่างเช่นขวดน้ำแร่ Perrier ที่ออกแบบโดยใช้รูปทรง ของหยดน้ำมาเป็นรูปแบบ ของขวด ซึ่งถือเป็นการออกแบบที่สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ ที่บ่งบอกถึงน้ำแร่ที่บรรจุอยู่ภายใน

perrier_packaging

นอกจากรูปทรงแล้ว อีกสิ่งที่จำเป็นต้องนำมาใช้ก็คือ สี (Color) โดยสีนั้นจะมีส่วนสำคัญอย่างสูงในการทำให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์เนมของเราได้เป็นอย่างดี เช่น สีเหลืองได้อยู่คู่กับแบรนด์เนมของชาลิปตันมานานแสนนาน

ถัดจากสีก็เห็นจะเป็น เรื่องของตัวแทนสินค้าหรือ Mascot ที่ปรากฎบนบรรจุภัณฑ์ ซึ่งมีส่วนช่วยอธิบายภาพลักษณ์ของสินค้าแทนคำพูด เช่นภาพเสือบนกล่อง Kellogg’s Cornflake หรือจะเป็นแบรนด์ใหม่ๆอย่างเถ้าแก่น้อย ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจของเด็กและกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี

 

kelloggs_taokaenoi

ท้ายที่สุดก็จะเป็นรูปแบบของตัวอักษร โลโก้สินค้า ชื่อสินค้า ฯลฯ ที่ปรากฎบนบรรจุภัณฑ์ รูปแบบตัวอักษรนั้นนอกจากจะทำหน้าที่ในการให้รายละเอียดของสินค้าแล้ว ยังทำหน้าที่เสริมสร้างภาพลักษณ์ทางอ้อมได้ด้วย

               ทั้งหมดนี้เป็นเคล็ดที่ไม่ลับของ Visual Equities บนบรรจุภัณฑ์ เป็นข้อมูลพื้นฐานหลักที่ผู้ประกอบการควรจะเรียนรู้ลองหันกลับไปดูและพิจารณาบรรจุภัณฑ์ของท่านที่มีอยู่นะครับ ว่าองค์ประกอบที่ปรากฎช่วยส่งเสริมแบรนด์ และสินค้านั้นเป็นเพียงแค่ไม้ประดับที่ไม่มีความหมายรึเปล่า…?

Filed under: Packaging Strategy, , , , , , ,

Join to Fan Page