Packaging City

Packaging Design Knowledge Center

Case Study วันวานที่น่าศึกษา..ของมหกรรมชาเขียว

หลังจากเทรนด์มหกรรมชาเขียวนั้นผ่านพ้นไปปีกว่าๆ ซึ่งมีหลากหลายแบรนด์ที่ต่อสู้กันจนเลือดตกยางออก มาปัจจุบันเหลือผู้ชิงชัยในวงการชาเขียวตัวจริงไม่ถึง 10 ราย จากเดิมกว่า 42 ราย เราจะมาวิเคราะห์การตลาดภาพรวมของชาเขียวแต่ละแบรนด์คร่าวๆ และเพิ่มเติมในมุมกลยุทธ์บรรจุภัณฑ์เฉพาะตัวกันเป็นรายๆไป

เริ่มจากเจ้าตลาดความเป็นญี่ปุ่นอย่าง ชาเขียว โออิชิ (Oishi)


โออิชิเดิมนั้น คือ ภัตตาคารบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น ที่กินได้ไม่อั้นในราคาเดียว ในช่วงนั้นเรียกได้ว่าว่าฮ๊อตและต้องต่อคิวกันเลยก็ว่าได้ ตรงนี้แหละเป็นกลจักรสำคัญที่ทำให้ทางโออิชิ (Oishi)นั้นได้ Image ความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆไปแบบเต็มๆ

หลังจากนั้นเมื่อ Image มี ทางก็เกิด ทำให้คุณ ตัน ภาสกรนที ไม่คิดรีรอที่จะต่อยอดธุรกิจในเรื่องอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นราเม็น(Ramen) ชาบูชิ(Shabushi) และสุดท้ายก็คือชาเขียวซึ่งถือว่าเป็นสุดยอดรายได้มหาศาล มาเข้าเรื่องชาเขียวของคุณตันกันดีกว่า ใช่ว่าชาเขียวโออิชิจะราบรื่นแบบนอนมาซะทีเดียว โออิชิตอนแรกนั้นขายชาเขียวเฉพาะในร้านอาหารเครือโออิชิ แล้วมองเห็นแนวโน้มของผู้บริโภคชาเขียวในร้าน ต่อมาจึงทำตลาดแบบ Full Scale โดยขยายเข้าสู่ร้านค้าทั่วประเทศนอกจากนั้นยังปรับขนาดเป็น 500 cc. เพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมการดื่ม แต่ยังขายราคาเท่าเดิม จากนั้นโออิชิโดนวิกฤตกรดเกลือในน้ำชาทำให้ยอดขายหยุดชะงักทันที เกมส์ต่อไปที่คุณตันเล่นก็คือ Crisis = Opportunity จึงถือโอกาสที่เป็นวิกฤตนี้ประชาสัมพันธ์โรงงาน และนำเข้าเครื่องจักรที่ QC สีของน้ำชาเขียวไปในตัว หลังจากนั้นจึงใช้ Promotion แบบถึงใจก็คือ รวยฟ้าผ่า 30 ฝา 30 ล้าน” ทำให้กระแสชาเขียวของคุณตัน โออิชินั้น พุ่งทะยานหนีคู่แข่งขันและก้าวไปเป็นเบอร์หนึ่งแบบขาดกระจุย จากนั้นมาดูถึงบรรจุภัณฑ์ที่ทางโออิชิใช้ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง


Packaging Communication

1. แบรนด์โออิชินั้น มี Image ความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆมาก่อนแล้ว อีกทั้งคำว่า โออิชี่ (おいしい Oishii) นั้นแปลว่า อร่อย ไปออกเสียงใกล้เคียงกับแบรนด์ โออิชิ (Oishi) ส่วนตัวอักษรด้านในโลโก้สีแดงนั้นอ่านว่า 味 (あじaji) แปลว่า รสชาติ  ถือเป็นข้อดีของตัวแบรนด์ซึ่งทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าสินค้าโออิชินั้นอร่อย

2. มีการใช้ตัวอักษรญี่ปุ่นตรงกลางบรรจุภัณฑ์ (Packaging) เพื่อแสดงความเป็นต้นตำรับ ซึ่งถือว่าเป็นความฉลาดในการสร้างภาพลักษณ์เป็นอย่างมาก

3. Graphic บนบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ด้านบนให้รู้สึกเสมือนอยู่ในไร่ใบชายามเช้า ด้านล่างก็จะเป็น Graphics หยดน้ำเกาะขวด ดูภาพรวมสดชื่น ดื่มแล้วได้ประโยชน์

4. Color คุมโทนสีออกมาได้ชัดเจนเข้าใจในรสชาติต่างๆของผลิตภัณฑ์ได้ทันที

สรุปภาพรวมบรรจุภัณฑ์ชาเขียวโออิชิทำได้ดี สามารถทำให้ผู้บริโภครับรู้ถึงแก่นแท้จากญี่ปุ่นได้ แต่ส่วนหนึ่งที่ทำให้ Need ของชาเขียวโออิชิทะยานขึ้นสูงไปอีกนั้น ส่วนหนึ่งเป็นการใช้กลยุทธ์ Product Variety ของสินค้าโดยทำให้สินค้าที่ออกมาใหม่นั้นเป็น Limited Edition เช่น ชาเขียวโออิชิถั่วแดง, สตรอเบอรรี่, กี่วี่,วาเลนไทน์ และขวดบอลโลก เป็นต้น เพื่อกระตุ้นกลุ่มที่อยากลองรสชาติใหม่ๆ

ยูนิฟ กรีนที (Unif Green tea)


เดิมนั้นยูนิฟ กรีนที เป็นผู้บุกเบิกตลาดชาเขียวในเมืองไทย และเป็นผู้จุดประกายให้เกิดวัฒนธรรม “ชาเขียว” เกิดขึ้นมา จากเดิม Unif Green Tea เป็นเจ้าตลาดอยู่แล้วด้วยการใช้สื่อโฆษณาชนิด Talk of the Town ซึ่งคำว่า “shinme chodai shinme shodai”(しんめい ちょうだい
) กลายเป็นคำสะกดจิตที่เรียกได้ว่าฮิตที่สุดในขณะนั้นจนกลายเป็นกระแสที่ทำให้ใครหลายคนต้องมานั่งรออยู่หน้าจอโทรทัศน์เพื่อที่จะได้ชมโฆษณาชุดหนอนของยูนิฟ กรีนที

ด้วยเสียงพากษ์ภาษาญี่ปุ่นที่แฝงด้วยความน่ารักบวกกับท่าทางของหนอนพ่อลูกที่เล่นเอาคนดูเห็นแล้วต้องขำไปตามๆ กันจนเจ้าของประเทศยังเข้าใจว่าเป็นงานโฆษณาที่มาจากญี่ปุ่นโดยตรง ซึ่งดังมากจนมีเพลงลูกทุ่งเอาไปร้องกันเลย แต่ด้วยในปัจจุบันการเป็นเจ้าตลาดนั้นไม่ง่ายที่จะรักษาแชมป์ไว้ถ้าไม่ทำตลาดอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคสมัยนี้การ Switch Brand นั้นเป็นเรื่องปกติ จึงเป็นสาเหตุให้ยูนิฟนั้นโดนโออิชิแซงไปเป็นอันดับหนึ่งได้

Packaging Communication

ทาง Unif Green Tea เนื่องจากเป็นเจ้าตลาดอยู่แล้วเสมือนเป็น Blue Ocean ในตลาดชา ทำให้ผู้บริโภคเกิดการอยากทดลองสินค้า ซึ่งตัวบรรจุภัณฑ์ (Packaging) นั้นจะเน้นสีเขียวคุมโทนทั้ง 3 รสชาติ และมี Icon เล็กๆบอกรสชาติอยู่ แต่อาจทำให้ผู้บริโภคและการจัดเรียงสินค้าตาม TT นั้นแยกแยะรสชาติได้ยาก ส่วนหนึ่งของตลาดชาต้นตำรับนั้น Key Factor สำคัญเลยก็คือทำอย่างไรให้ผู้บริโภคนั้นอยากดื่มชาที่มาจากญี่ปุ่นแท้ๆ ซึ่งภาพของ Unif Green Tea นั้นแทบไม่เห็นความเป็นญี่ปุ่นเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ทั้งในเรื่องของคำว่า กรีนที หรือ Green T ที่ใช้ภาษาไทยและอังกฤษ

แต่ล่าสุด ยูนิฟเปิดไลน์เครื่องดื่มจำพวกชากลับมาอีกครั้งชื่อ ยูนิฟที(UnifT) โดย Repackaging ใหม่มีหนอนชาเขียวอยู่บนฉลาก ซึ่งทาง Unif น่าจะทำเพื่อให้เกิด Brand Recall มาลองดูกันว่าวันวานอันแสนหวานของยูนิฟที่ใช้หนอนนั้นจะกลับมาทวงแชมป์ได้รึเปล่า

โมชิ ชาเขียว (Moshi Green Tea)


โมชิ เป็นชาเขียวที่มาตอนกราฟ Decline ตัวบ้างแล้ว ทำให้ทางบริษัท บุญรอด เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตราสิงห์ชาเขียวโมชิ นั้นจำเป็นต้องใช้กลเม็ดต่างๆ ทั้งวิธีจัดกิจกรรมและออกชาเขียวที่มีรสชาติใหม่ไม่ซ้ำใคร เพราะทางเบียร์สิงห์มองแล้วว่าในขณะนั้นยังไม่มีใครดำเนินการตลาดชาด้วย Mascot ทำให้เจ้าโมชิมารุ จึงเกิดขึ้น ซึ่งบุคลิกของโมชิมารุจะเป็นการป่วนแบบน่ารัก สร้างสรรค์ เพื่อให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย และจะใช้โมชิมารุเป็นตัวเล่าเรื่องราวผ่านการทำการตลาดทั้งหมด

Packaging Communication
รูปทรงขวดมีลักษณะคล้ายเป็นกระบอกไม้ไผ่ สื่อถึงความเป็นญี่ปุ่นได้ดี ส่วนการเล่าเรื่องราวโดยใช้เจ้าMascot โมชิมารุ มันอาจจะประสบความสำเร็จกว่านี้ถ้าตัว Mascot มีความน่ารัก อย่างหนอนชาเขียว หรือ หมีนามาชะ(ที่มาทีหลัง) ซ้ำยัง Mascot ที่นำมาลงบน Packaging นั้น น่ารักไม่เท่าในตัว TVC จึงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้สินค้าไม่น่าทาน เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในการใช้ Mascot เล่าเรื่องราว อันดับแรก คือ รูปร่างของ Mascot จะต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย อันดับสอง เรื่องราวที่จะเล่านั้นต้องเข้าใจว่ามันคือบุคลิกภาพของตัว Mascot นั้นจริงๆ

สรุปการที่เข้ามาเป็นอันดับท้ายๆของโมชินั้น ทำให้หนทางนั้นค่อนข้างริบหรี่ บวกกับการพยายามเล่าเรื่องราวที่เปลี่ยนมุมมองจากชาเขียวเดิมๆ โดยใช้ Mascot อาจต้องไปทบทวนอีกครั้งหนึ่ง ว่าตลาดชาเขียวจากญี่ปุ่น เค้าต้องการอะไรเป็นแก่นแท้จริงๆ ถามว่าทำไมชาเขียวที่เพิ่งเข้ามาทีหลังแบบรถไฟขบวนสุดท้ายอย่าง ชาเขียวฟูจิ หรือชาที่มีมานานอย่างชาเขียว pokka นั้นทำไมยังขายได้อยู่ จวบจนปัจจุบัน

ส่วนแบรนด์อื่นๆ ทั้งที่ยังจำหน่ายอยู่หรือปิดไป เช่น นามาชะ เพียวริขุ โตเซ็น เซ็นย่า ทีเบรค และมาโนบุ นั้นก็ต้องลองศึกษาโมเดลความสำเร็จจากแบรนด์เบื้องต้นดูว่าสามารถจะปรับตัวและสร้างสีสันให้กับวงการชาเขียวได้อีกทีหนึ่งหรือเปล่า ต้องลองติดตามกันยาวๆ ต่อไป

ต้องขอขอบคุณรูปภาพจาก : http://ds30482.bloggang.com

Filed under: Packaging Strategy , , , , , , , , , , , , ,

บรรจุภัณฑ์ขำขัน Packaging Idea Joke

วันนี้ทาง Packaging City จะมาแก้เครียดนิดๆหน่อยๆ ด้วยไอเดียขำขันของบรรจุภัณฑ์ แบบเจ็บๆ ที่เอามาล้อเลียนกันแบบสนุกๆ มาเริ่มกันเลยดีกว่า…!!!

1. ทางเครื่องดื่มเกลือแร่ Gatorade ก็เอามาล้อเลียน Tiger Wood ที่เป็นข่าวนอกใจภรรยาด้วยไอเดียขำๆ

2. เป็นการล้อเลียนบุหรี่ Marlboro กับซุป Campbell’s

3. เป็นการล้อเลียน Brand Chanel

4. Tide เป็นผงซักฟอกเบอร์หนึ่งของอเมริกาก็ถูกล้อเหมือนกัน

5. น้ำยาล้างจานซันไลต์ (Sunlight) โดนค่อนข้างเจ็บๆคันๆ

Filed under: Idea Packaging , , , , , , , , , , , ,

Packaging เมื่อคนดัง ก็ขอดังด้วย!!!

คนดัง หรือ “Celebrity” นั้น ก็คือ คนที่เป็นที่รู้จัก และชื่อเสียงในความสำเร็จในแต่ละอาชีพ ซึ่งสามารถเป็นตัวแทนของกลุ่มคนได้

นี่แหละจึงเป็นสาเหตุที่สินค้าต่างๆจึงนิยมใช้ กลยุทธ์ Celebrity Marketing เพื่อที่จะมาเป็นผู้นำกระแสในสินค้าหรือบริการต่างๆ อีกทั้งยังมีอิทธิพลทางความคิดต่อผู้บริโภค ทำให้เกิดการเลียนแบบเรียกทั้งหมดนี้ว่าเป็น Trend Setters และ Opinion Leaders ด้วยเหตุนี้เอง จึงไม่แปลกใจที่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เค้าใช้ Celebrity เป็น Presenter กัน

ในวงการบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ก็ยังไม่เว้นที่จะมี Celebrity มาเวียนวนอยู่บนหน้าตากล่องหรือซอง แต่ในเชิงบรรจุภัณฑ์นั้นเค้าจะนิยมใช้กัน 2 วิธี ก็คือ

1. นำคนดังมาลงบรรจุภัณฑ์ (Celebrity on Pack) เช่น ดารา พิธีกร เป็นต้น

2. นำผลงานคนดังมาลงบรรจุภัณฑ์  (Celebrity Creation) เช่น ศิลปิน บุคคลสำคัญอื่นๆ เป็นต้น

ที่ผ่านมา จากปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน แบรนด์ต่างๆมีการใช้ Packaging Celebrity กันพอสมควร ซึ่งทางทีม Packaging City จะมาเล่าให้ฟังว่ามีแบรนด์ไหนกันบ้าง….

1. กระดาษทิชชูเซลล็อกซ์ นั้นเปิดตัว Cellox Purify Artists Collection (เซลล็อกซ์ พิวริฟาย อาร์ทิสต์ คอลเลคชั่น) ที่มี 4 ลวดลาย สะท้อนความเป็นตัวตนคนศิลปะในแบบ ครูโต ม.ล.จิราธร จิระประวัติ

ซึ่งทางเซลล็อกซ์นั้นใช้ผลงานของคนดังชั้นครู อย่าง ม.ล.จิราธร จิระประวัติ มาวาดลวดลายลงบนกล่องกระดาษทิชชู เพื่อที่จะยกระดับ และเปิดฐานผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะ และเหล่าวัยรุ่น เพราะว่า Style ของครูโตนั้นจะออกแนวอาร์ตที่มีความน่ารักเหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย

2. มันฝรั่ง ก๊อบ กอบ (Kob kob) เปิดตัว Presenter ชื่อดังอย่าง เวียร์ ศุกลวัฒน์ มาลงกระแทกเจ้าตลาดมันฝรั่งอย่าง เลย์ กับ เทสโต้ โดยนำมาใช้บน media และนำมาลงบน Packaging ด้วยเพื่อให้ภาพลักษณ์ครอบคลุมไปในทางเดียวกัน

ทาง Packaging City มองว่า การที่ ก๊อบ กอบ นั้นใช้วิธีใช้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งผลิตภัณฑ์ (Product Repositioning) เพื่อที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์เดิมๆของแบรนด์ แต่การเลือกใช้ Celebrity อย่างเวียร์นั้น จะได้ Brand Image ที่เรียบร้อย เรียบง่าย สุภาพ ซึ่งดันมี mood คล้ายๆ กับเลย์(คู่แข่ง)ที่ใช้ พอลล่า เป็นพรีเซนเตอร์ จึงไม่ค่อยได้ประสิทธิผลมากนัก

3. โรลเลอร์ โคสเตอร์ (Roller Coaster) เปิดตัว ตั๊ก บริบูรณ์ ที่มีบุคลิกความสนุกสนาน แบบไร้ขีดจำกัด ลงภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ media และ packaging ไปแบบครบวงจร

ทาง Packaging City เห็นด้วยกับการเลือกใช้ ตั๊ก ที่มีบุคลิกภาพชัดเจน โดดเด่น เหมาะกับสินค้า ตัวโฆษณาสามารถดึงบุคลิกแบบบ้าๆของตั๊กได้อย่างชัดเจน สามารถทำให้คนจดจำขนมได้ดี และเมื่อนำตั๊กมาลง Pack ก็ยังชูจุดขายที่เป็นขนมมีรูได้อีก ถือว่าภาพที่สร้างนั้นค่อนข้างชัดเจนมาก และกระตุ้นความสนใจได้สูง (Increase Attention)

___________________________________________________________

ทั้งหมดนี้ทาง Packaging City จะขอสรุปคร่าวๆและง่ายๆว่า การเลือก Celebrity นั้น ควรต้องศึกษาอย่างแท้จริงทั้งเรื่อง Communication Effectiveness และ การ Match-Up Hypothesis
in Celeb Advertising เพราะมีผลต่องบประมาณค่อนข้างเยอะ ซึ่งการใช้ Celebrity Marketing นั้นสินค้าส่วนมากก็จะประสบความสำเร็จ แต่ก็มีสินค้าไม่น้อยเหมือนกันที่ปิดตัวไป แต่ในวงการบรรจุภัณฑ์(Packaging)นั้น ถ้าจะนำ Celebrity มาลงบนบรรจุภัณฑ์ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดี กับข้อเสีย ดังนี้

ข้อดีคือ สามารถเพิ่ม Media Advertising บน Shelf ได้ และลดงบประมาณ POP on Shelf ได้ระดับนึง

ข้อเสียคือ ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณมากในการพิมพ์ เพราะเมื่อหมดสัญญากับดาราคนนั้นก็ต้องปรับบรรจุภัณฑ์ใหม่ 

สรุป ถ้าจะไม่นำคนดังลง Pack แต่จะเล่นกับกลยุทธ์ Celebrity Marketing ก็ควรที่จะต้องสร้างคนดังให้ควบคู่กับ Packaging ลองศึกษาแบรนด์ของ มันฝรั่งเลย์ – พอลล่า, Doublemint – อนันดา, อร่อยชัวร์ – หน่อย บุษกร เป็นต้น
 เป็นต้น

Filed under: Packaging Strategy , , , , , , , , , , , , , , ,

Case Study ผลพลอยได้จากแพนด้าฟีเวอร์

ในช่วงที่ผ่านมาตอนหมีแพนด้าช่วงช่วง กับหลินฮุ่ย จากประเทศจีน มาเป็นทูตสันถวไมตรี กระแสตอบรับถือว่าดีมาก เมื่อกระแสกำลังจะซาลง เจ้าหลินฮุ่ยได้ตกลูกหมีแพนด้าเพศเมียออกมาอย่างไม่มีใครคาดคิด กระแสจึงเริ่มกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง จนกลบกระแสข่าวอื่นจนหมด

จากนั้นจึงทำให้ผู้คนเริ่มที่จะสนใจและเอาใจช่วยลุ้นเจ้าหลินฮุ่ยในการคลอดลูกอย่างใกล้ชิด จนสื่อทีวีต่างๆจำเป็นที่ต้องนำเสนอข่าวอย่างชนิดเกาะกระแสทุกวินาทีเลยทีเดียว

เมื่อเจ้าหลินฮุ่ยได้คลอดลูกออกมาสำเร็จ ทางสวนสัตว์เชียงใหม่ องค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์จึงจัด “โครงการตั้งชื่อลูกหมีแพนด้า” โดยให้คนไทยทั่วประเทศมีส่วนร่วมในการตั้งชื่อลูกหมีแพนด้า โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นคําที่มีความหมายทั้งไทยและจีน เมื่อคัดเลือกชื่อที่ส่งเข้าประกวดมาได้แล้ว ทางสวนสัตว์เชียงใหม่ฯ จึงได้ออกไปรษณียบัตรฉบับพิเศษ(รูปหมีแพนด้า)เพื่อให้ประชาชนชาวไทยสามารถลงคะแนนตั้งชื่อลูกหมีแพนด้ากันทั่วประเทศ และยังใช้ Sales Promotion 2 อย่างคือ 1.ตั้งเงินรางวัลชนะเลิศไว้สูงมาก 2.ไปรษณียบัตรแผ่นละ 5 บาท จะเข้าสมทบกองทุนแพนด้าจํานวน 2 บาท เสมือนได้ทำบุญไปในตัว

___________________________________________________________
ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้กระแสคนสนใจอยากมีส่วนร่วมกันเป็นอย่างมาก ทำให้ยอดขายไปรษณียบัตรทั้งหมด 28.6 ล้านฉบับหรือประมาณ 143,000,000 บาท ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน จึงมีผู้ที่ที่อยากเกาะกระแสกันเป็นส่วนมากทั้ง เรื่องในการสร้าง Promotion เกาะกระแส ,ของ Premium หรือของแถมต่างๆ ทั้งหมดนี้ล้วนอยากกระตุ้นยอดขายให้แบรนด์ตนเอง


กระแสแพนด้านั้นเป็นเสมือน Trend หรือคำศัพท์ของนักการตลาดและนักโฆษณาจะเรียกว่า “FAD”อย่างเช่น โรตีบอย, Wristband เป็นต้น ซึ่งเป็นกระแสที่มาเร็วไปเร็ว
ซึ่งเหล่านี้นั้นก็ทำให้ในสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์ (Packaging) เป็นแนวๆหมีๆก็พลอยขายดีไปด้วย เนื่องจาก
“ผู้บริโภคจะเกิด need อยากลองสินค้าได้ง่ายมากขึ้น” เนื่องจากสินค้าแบบหมีๆนั้นเป็นสินค้าที่มีความน่ารักอยู่แล้ว

ถึงแม้กระแสหมีๆ นั้น จะซาลงก็มิได้หมายความว่าสินค้าหมีๆ นั้นจะขายไม่ได้ ทีมงาน Packaging City กลับมองว่าเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับหมีนั้น มันเสมือนเป็นของคู่กับเด็กและผู้หญิงอยู่แล้ว มันยากที่จะลบภาพดังกล่าวออกไปได้ ถึงแม้กระแสจะลงขนาดไหนก็ตาม ดังนั้นจึงเป็นผลพลอยได้ของสินค้าบรรจุภัณฑ์ (Packaging) แนวหมีๆที่ทำออกมาขายนั่นเอง (เช่น Hello Panda กับ Yan Yan Tsukebo ของค่าย Meiji, Koala March ของค่าย Lotte, Pandaro ของค่าย ยูโร่เปี้ยน ฟู้ด, Chocolate Panda Cookies ของค่าย Kabaya เป็นต้น)


Filed under: Packaging Strategy , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Case Study วิเคราะห์ N-joy ปลาแผ่น จากค่ายสิงห์

ค่ายเบียร์สิงห์ฉีกตลาดแนวใหม่หันมารุกตลาด Snack ส่งปลาแผ่นทอดกรอบ “เอ็นจอย(N-joy)” ลงเซเว่นอีเลฟเว่นเพื่อให้เข้ากับเทรนด์ Healthy Snack

หวังสู้กับเบนโตะ และฟิชโช แต่ความยากอยู่ที่ 2 เจ้านี้ ถนัดการทำ sea snack มานานแล้ว แต่ทางเบียร์สิงห์ฯ จะถนัดสินค้าในรูปแบบของน้ำ  ความมันส์จึงบังเกิดขึ้น..!!!

N-joy นั้นเป็นปลาแผ่นทอดกรอบปรุงรสไร้น้ำมัน ไร้ผงชูรส และโคเลสเตอรอลต่ำ มีทั้งหมด 3 รส คือ Original, Hot&Spicy และWasabi โดยชู benefit ว่าได้ Chef ไทยที่ดังระดับโลกจากประเทศอเมริกาอย่างคุณ Tommy Tang (ทอมมี่ แทงค์) ที่เคยปรุงอาหารให้เหล่าดาราระดับ Hollywood มาแล้ว มาเป็นตัวการันตีถึงคุณภาพความอร่อยชั้นเลิศ อะไรจะขนาดน้าน..!!!

เราได้ทดลองวิเคราะห์วิธีทำการตลาดของ เอ็นจอย(N-joy) นั้นพบว่า เริ่มต้นใช้วิธีการควบคุมคุณภาพในการผลิต โดยจ้างผู้ผลิตในเครือเอสทีซี กรุ๊ป มาผลิตให้ โดยใช้ชื่อสิงห์นั้นการันตีคุณภาพ จากนั้นยังใช้ Celebrity Marketing การทำตลาดโดยใช้ คุณ Tommy Tang (ทอมมี่ แทงค์) ที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาเป็นผู้รับรองผลิตภัณฑ์ และจับช่องการการจำหน่ายหลักในตอนแรกที่ 7-11 เนื่องจากมีจำนวนสาขามาก และทางสิงห์ฯ ยังเน้นไปที่การกิจกรรม Below the Line เป็นหลัก และมี Poster Media, Banner, Product Sampling เพื่อสร้างการรับรู้ ซึ่งอาจจะมีการจัดโปรโมชั่นอื่นๆ

ซึ่งสิ่งต่างๆทั้งหลายนี้อาจจะต้องใช้งบประมาณมากระตุ้น Need ในการซื้อหลายล้านบาท ทั้งๆสิ่งที่ควรจะเป็นคือ เบื้องต้นสินค้ามันควรจะขายได้ด้วยตัวมันเองซึ่งทางทีมงานเราสอบถามร้าน 7-11 หลายสาขาแล้วพบว่าสินค้าตัวนี้ขายไม่ค่อยดี เราจึงมาวิเคราะห์ว่าเป็นปัญหาที่ตัวสินค้าและตัวเสื้อผ้าที่ห่อหุ้มมันอยู่ (Packaging) ว่าทำไม ทำไม และทำไม….?

ทางเราจึงทดลองชิม เอ็นจอย(N-joy) ปรากฎว่ารสชาติปลาและ Flavor โอเค เพียงแต่ในถุงนั้นมีปลาค่อนข้างน้อย ส่วนมากจะมีแต่ลม ซึ่งแก้ไขได้โดยปรับ Sizing บรรจุภัณฑ์ หรือปรับขนาดสินค้า

ส่วนบรรจุภัณฑ์ (Packaging) นั้นชื่อ N-joy มีความหมายในแง่บวกดู Friendly และยังบอก Emotional Benefit ของสินค้า แต่ส่วนกราฟฟิกโดยรวมนั้นมีรูปแบบค่อนข้างคล้ายกันมันฝรั่งเลย์จนเกินไป (อาจจะเป็นความตั้งใจก็ได้) แต่จากการสอบถามผู้ที่เคยพบเห็นว่า เห็นปลาแผ่นเอ็นจอยรึยัง ทุกคนจะตอบด้วยคำตอบคล้ายๆกันว่า ซองที่คล้ายๆเลย์ใช่มั้ย? มันอาจจะมองได้ 2 มุม ว่า 1.คนจดจำได้เพราะคล้ายกับยี่ห้อดัง 2.คนมองว่าเป็นของเลียนแบบ

เนื่องจากหน้าตาของ Packaging เปรียบเสมือนปราการด่านแรกต่อผู้บริโภค ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดในการออกแบบ Packaging นั้น เราควรจะสร้างอัตลักษณ์ หรือ Identity เพื่อให้อยู่ในการจดจำของผู้บริโภค ด้วยข้อเสียของ Packaging ที่คล้ายเลย์นี้ แทนที่บรรจุภัณฑ์จะช่วยส่งเสริมการขาย แต่กลับทำให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งสับสนและรู้สึก Negative กับสินค้า หรือหากเป็นความไม่ตั้งใจของทีมออกแบบก็น่าจะเป็นการพลาดที่ไม่ได้ทำ Competitor Analysis ในสินค้าทางตรงและทางอ้อม ว่าหน้าตาบรรจุภัณฑ์นั้นโดดเด่นหรือไปคล้ายคู่แข่งรึเปล่า

ด้วยเหตุนี้เองทางทีมการตลาดอาจต้องทำงานหนักหน่อย เพื่อดันให้ “เอ็นจอย(N-joy)” นั้นประสบความสำเร็จ

Filed under: Packaging Strategy , , , , , , , , , , , , , , ,

Cool Packaging Shopping Bag..!!!

ถุง…ใครคิดว่าไม่สำคัญ!!!

ถุง คือบรรจุภัณฑ์ประเภทหนึ่งที่สามารถเคลื่อนที่ได้ ถือเป็นเครื่องมือในการสื่อสารการตลาดชิ้นหนึ่งของนักการตลาดและนักออกแบบเลยทีเดียว วิธีก็คือจะใช้ลูกค้าที่มาซื้อของนั้นเป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์ ซึ่งเค้าเรียกการโฆษณาประเภทนี้ว่า Walking Advertising ส่วนลูกค้าที่โฆษณาให้เรานั้นจะเรียกว่า Silent Salesman ในต่างประเทศนั้นจะนิยมใช้วิธีนี้ในการโฆษณาเพราะประหยัด แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องออกแบบถุงออกมาให้มีไอเดียเก๋ๆที่ช่วยส่งเสริมผลิตภัณฑ์หรือบริการ

แต่สำหรับ Columm นี้ทีมงาน Packaging City จะรวบรวมถุงไอเดียเก๋ๆ

าไว้เป็นแนวทางว่า

“เพียงแค่ถุง..มันยังทำอะไรได้มากกว่าการถลุง

 

Filed under: Idea Packaging , , , , , , , , , , , , ,

ทำไม Milo จึงแซง Ovaltine ไม่ได้..?

หลายคนคงรู้จักกับโอวัลตินและไมโลกันอยู่แล้ว แต่น้อยคนที่จะทราบว่าโอวัลตินนั้นมีมาก่อนและมีมานานถึงเกือบ 1 ศตวรรษแล้ว(1904)

ถ้าถามคนหมู่มากว่าชอบดื่มอะไรระหว่างโอวัลตินกับไมโล คำตอบที่ได้ก็จะเป็นโอวัลติน (เพราะโอวัลตินมี Market Share 70%)

เมื่อไม่นานมานี้ประมาณปี 2550 ไมโลตื่นจากการหลับไหลมานาน เริ่มจะมารุกตลาดหวังชิงส่วนแบ่งจากโอวัลตินไม่ต่ำกว่า 20%

ด้วยการออก Product ใหม่ Milo 3 in 1 with cereal ให้เข้ากับ Trend เพื่อสุขภาพ และรุกหนักเรื่องกลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาดแบบ 360 องศา รวมทั้งปรับภาพลักษณ์ของ Packaging ใหม่

หลังจาก Milo 3 in 1 with cereal ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค ทำให้มียอดการจำหน่ายเพิ่มสูงขึ้น แต่เมื่อดูยอดขายของผลิตภัณฑ์ไมโลตัวอื่นๆนั้นกลับลดลง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ Milo 3in1 ทำให้ผลของส่วนแบ่งทางการตลาดโดยรวมของไมโลไม่ได้เพิ่มมาแต่อย่างใด ฉะนั้นกลยุทธ์ Product Variance จึงไม่ประสบความสำเร็จ

___________________________________________________________

“แต่ที่สำคัญที่ไมโลจะลืมเสียไม่ได้ก็คือ Packaging หรือ บรรจุภัณฑ์”

การปรับโฉม Packaging ใหม่ของไมโล ต้องเข้าใจว่าไมโล กับ โอวัลติน เป็นคู่แข่งขันกันในกลุ่มของ Food Product มานาน ซึ่งในเรื่องของ Packaging ก็เป็นส่วนสำคัญมากในการดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค อีกทั้งสีของ Packaging มีส่วนช่วยตอกย้ำในผลิตภัณฑ์ทำให้เกิด Brand Recall

สีของ Packaging ของตลาดช็อกโกแลตมอลต์นั้น มีสองสีหลักๆคือ สีส้ม = โอวัลติน, สีเขียว = ไมโล ซึ่งสีส้มของโอวัลตินนั้นสามารถกระตุ้นยอดขายได้ เช่น ช่วงปีใหม่คนส่วนใหญ่นิยมให้กระเช้าเป็นของขวัญ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะเลือกผลิตภัณฑ์ของโอวัลติน เพราะมาจากสีสันที่ดึงดูด และ สีส้ม แดง  สื่อถึงความเป็นมงคล ทำให้ช่วงปลายปีตลาดก็ยังเป็นของโอวัลติน

เมื่อมองโดยรวมของ Packaging โอวัลตินแล้ว พบว่ามันให้ความรู้สึกถึงความสดชื่น และมีพลังในยามเช้า เพราะ Graphic บนฉลากนั้นเป็นแสงอาทิตย์สีส้มแดงที่ส่องสว่างยามเช้า ทำให้รู้สึกว่าดื่มเข้าไปแล้วจะมีพลัง

ในทางกลับกันไมโล Redesign Packaging ใหม่ แต่กลับนำสีเขียวซึ่งเป็นจุดเด่นอยู่แล้วนั้นออกไปเกือบครึ่งหนึ่งของ Pack ทั้งๆที่สีก็เป็นรองโอวัลตินอยู่แล้ว ผลที่ตามมาก็คือ เมื่อวางสินค้าบน Shelf ก็เลยเงียบเหงา ไม่ Shelf Impact เท่าโอวัลตินอย่างที่ควรจะเป็น น่าเสียดายแทน

___________________________________________________________

“Case Study Milo นั้นอาจละเลยในเรื่องของ Packaging จึงทำให้การจูงใจผู้บริโภคซื้อสินค้ากลับไม่ประสบผลสำเร็จอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งๆที่ไมโลอุตสาห์ปรับโฉม Packaging ทั้งที มันควรจะช่วยได้มากกว่านี้นะ” Packaging City กล่าว

Filed under: Packaging Strategy , , , , , , , , , , , , , ,

Case Study Functional Drink-ทำไม Beauty Drink จึงขายดี?

ตลาดเครื่องดื่มประเภท Functional Drink นั้นได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศโดยเฉพาะ Trend ในญี่ปุ่น

Drink Packaging

ซึ่งตลาดในต่างประเทศนั้นแบ่ง Functional Drink ออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ 1. Enriched Beverage เช่น น้ำผลไม้ และน้ำที่มีวิตามินผสมอยู่ 2. Sport Drinks 3. Energy Drinks 4. Nutraceuticals คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมเพื่อให้ประโยชน์ทางร่างกายหรือทางการแพทย์โดยเฉพาะ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การย่อยอาหาร ความสวยงาม ดีท็อกซ์ เป็นต้น แต่ตลาดในไทยนั้นยังไม่นับ Sport Drinks และ Energy Drinks รวมอยู่ด้วย

ก่อนหน้านี้มีผู้เล่นยักษ์ใหญ่ในเรื่องตลาดน้ำดื่มลงมาเล่นกับตลาดนี้อย่างจริงจัง แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ได้แก่

Functional Drink

Uni-President ส่ง Unif IFIRM เป็นรายแรก โดยสร้างเรื่องราวให้เป็น “casual sport drink” เครื่องดื่มน้ำผลไม้ให้พลังงาน ดับกระหาย  (ซึ่งตอนนี้หยุดทำตลาดก่อน)

Oishi ส่ง Amino OK ลงตลาดชู “กรดอะมิโน”, “กลูโคส” ช่วยให้ สดชื่น, ผ่อนคลาย, หายเครียด

Coca-Cola ส่ง Alive สู่ตลาดชู เครื่องดื่มเกลือแร่ที่มีประโยชน์ (ตอนนี้ถอนตัวไปแล้ว)

หลังจากนั้นไม่นาน Singha ก็ส่งเครื่องดื่มสุขภาพอย่าง B-ing ลงตลาด และ Tipco ก็ไม่ยอมแพ้หน้าส่ง ดาการะ จากญี่ปุ่นมาเขย่าตลาด Functional Drink อีกราย

___________________________________________________________

ในการแข่งขันที่แสนจะดุเดือดนี้ กลับยังไม่มีแบรนด์ไหนประสบความสำเร็จเลย ซึ่งเป็นเพราะปัจจัยสำคัญ 3 ประการคือ

1. ไม่มีแบรนด์ใดสามารถสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงของตัวสินค้าว่า ขายอะไร ประโยชน์คืออะไร หรือเน้นอะไร

2. เรื่องของข้อจำกัดทางด้านการโฆษณาของ อย.

3. รสชาติของสินค้า

ในระหว่างการแข่งขันนี้กลับมีผู้เล่นหน้าใหม่ในวงการ Functional Drink อย่าง บริษัท ทรัพย์อนันต์ ส่ง Beauti Drink ลงตลาดโดยเน้น Segment Nutraceuticals ช่วงแรกไม่มีการโฆษณาผ่านสื่อทีวีแต่อย่างใด อาจมีเพียง Advertorial เท่านั้น แต่กลับประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งเป็นเพราะอะไรนั้นทาง Packaging City มีคำตอบ

sappe beauti drink

บิวตี้ดริงค์ คือเครื่องดื่ม Functional Drink ที่มีประโยชน์แตกต่างกันออกไป เช่น Collagen, Fiber(ใยอาหาร), Chlorophyll, CoQ10 โดย Base ของน้ำนั้นจะเป็นน้ำผลไม้

___________________________________________________________

จุดที่ทำให้ บิวตี้ดริงค์ นั้นประสบความสำเร็จก็คือ Packaging หรือ บรรจุภัณฑ์นั่นเอง ทำไม Packaging จึงมีผลขนาดนั้นเชียวรึ? คำตอบคือใช่

เพราะบิวตี้ดริงค์นั้นไม่มีการทำการตลาดอย่างจริงจังแบบเจ้าใหญ่ๆในวงการ ดังนั้นจำเป็นต้องสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจได้ง่ายที่สุด

1. เริ่มจากการตั้งชื่อ Beauti drink นั้นมาจาก Beauty Drink แต่เล่นกับคำพ้องเสียง ทำให้คนทั่วไปเข้าใจง่ายๆด้วยตัวชื่อสินค้าเอง ไม่ต้องบอกอะไรมากมายซับซ้อนอย่าง อะมิโนโอเค หรือ บีอิ้ง

2. ด้วยตัว Packaging นั้นโครงสร้างขวดเป็นลักษณะเพียวบาง ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจได้เองว่าดื่มแล้วดี ผอม สวย

3. ตัวกราฟฟิกบน Packaging นั้นจะเน้นความโปร่งใส่ของน้ำด้านใน เมื่อ Packaging อยู่ในตู้แช่จะเกิด Effect ฝ้าๆตรงด้านในของฉลากทำให้ดูดีมีระดับ กราฟฟิกโดยรวมสื่อสารได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมีลวดลายดอกไม้สลับกับความใสของฉลากดูเป็นของเพื่อความสวยงาม

Beauti Drink Packaging

จุดสำคัญที่สุด ซึ่งถือได้ว่าเป็น Key Success ก็ว่าได้ คือ เครื่องดื่มประเภท Functional Drink นั้นจุดสำคัญของตลาดนี้ก็คือผู้บริโภคต้องรู้ว่าประโยชน์ที่จะได้รับนั้นคืออะไร?

ซึ่ง SAPPE Beauti Drink เลือกใช้การสื่อสารบน Bottle Neck tag เพราะลำพังในการบอกคุณประโยชน์บนตัว Packaging นั้นไม่เพียงพอ ซึ่งตัว Neck tag นี้จะให้ข้อมูลที่กระชับ, เชิญชวน, และเข้าใจประโยชน์ได้มากขึ้น เช่น “มีปัญหาเรื่องการขับถ่ายหรือเปล่า?” ทำให้ผู้บริโภคเลือกที่จะลองสินค้าได้อย่างไม่ต้องคิด

“Case Study Functional Drink ด้านบนแสดงให้เห็นว่าการออกแบบ Packaging นั้นเป็นเรื่องที่สลับซับซ้อน จำเป็นอย่างมากที่ต้องเข้าใจตลาดและกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดี เพราะการออกแบบ Packaging นั้นจำเป็นต้องใช้ความรู้เฉพาะทางจึงจะให้ผลลัพธ์สูงสุด”

Filed under: Packaging Strategy , , , , , , , , , , , , ,

หลัก 3 ประการในออกแบบ Window Packaging

Microsoft ออกแบบ Packaging Windows 7 โดยเน้นใช้ง่ายและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ในการออกแบบ Packaging ของ Windows 7 นั้น ไมโครซอฟท์ได้เปิดรับฟังความต้องการ และคำแนะนำต่างๆ จากลูกค้า

จากนั้นจึงออกแบบโดยยึดหลัก 3 อย่าง Simple Design, Easy To Open และ Reduce Waste
Win7 Professional Packaging
Simple Design
ตัวกล่องของ Windows 7 นั้น จะมีโลโก้ Windows ขนาดใหญ่ซึ่งเห็นแล้วทราบได้ทันทีว่าเป็นโลโก้ของ Windows 7 ในขณะที่ตัวหนังสือขนาดใหญ่บนด้านหน้ากล่องนั้นสามารถอ่านได้ง่ายและมองเห็นได้ชัดเจน ในขณะที่กล่องของแต่ละเวอร์ชันจะมีสีพื้นหลังที่แตกต่างกันทำให้ง่ายต่อการแยกแยะและจดจำ ซึ่งเห็นแค่สีก็รู้แล้วว่าเป็น Windows 7 version ไหน (Home Premium ,Professional, Ultimate)

Window Packaging Design

Make It Easy To Open

ไมโครซอฟท์ได้ออกแบบกล่องพลาสติกของ Windows 7 ให้ง่ายต่อการเปิด โดยการลดชิ้นส่วนในการผลิตเหลือเพียง 3 ส่วน คือ

1. กล่องพลาสติก (Plastic case)

2. กระดาษสลีฟ (Paper sleeve) และ

3. คู่มือใช้งานเบื้องต้น (Getting Started Guide)

โดยตัวกล่องพลาสติกนั้น สามารถเปิดได้ง่ายเพียงมือเดียว

Packaging easy open

 

 

Reduce Waste

กล่องพลาสติกของ Window 7 นั้นมีน้ำหนักเบา และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เพราะสามารถนำไปรีไซเคิลได้ ซึ่งน้ำหนักโดยรวมของ Packaging ของ Windows 7 ลดลง 37% และมีค่าคะแนน Econometrics เพิ่มขึ้น 50% จาก Packaging ตัวเก่า

“การทำ Packaging ให้น่าสนใจและคำนึงถึงแง่มุมต่างๆ ดัง

Case Study ตัวอย่างของกล่อง Window 7 Packaging นั้น

ถือเป็นแบบอย่างที่น่าชื่นชมและควรนำไปใช้เป็นแบบอย่าง”

ขอบคุณ: window steam blog

Filed under: Packaging Strategy , , , , , , , , , ,

DIAMOND PENTAWARD 2009 Cool Packaging

PENTAWARD 2009 เป็นหนึ่งในเวทีการประกวด Packaging นานาชาติ

ซึ่งต้องเป็นบรรจุภัณฑ์ที่วางจำหน่ายแล้ว และควรจะแตกต่างจากตลาดทางด้าน Design ทั้งนี้ทั้งนั้นผลการประกวดในปี 2009 ออกมาแล้ว เราลองมาดู Packaging ไอเดียเจ๋งๆ กัน

Pentaward2009_Packaging

รางวัล DIAMOND PENTAWARD 2009

Slice of Summer เป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมและเรียบง่าย อีกทั้งยังโดดเด่น กว่ากระดาษพวกถูกสุขลักษณะ และพวกกระดาษทั่วๆไป Kleenex นั้นเป็นที่รู้จักในตลาด และเป็นผู้นำเรื่องกระดาษทิชชูอยู่แล้ว ปัจจุบันกล่อง Kleenex นั้นจะดูน่าเบื่อ มีแต่ลวดลายตกแต่งเท่านั้น แต่ Kleenex Slice of Summer เป็นตัวแรกที่ฉีกกฎเกณฑ์ และนำเสนอความสดใหม่บวกโครงสร้างและ Graphics ได้อย่างลงตัว กล่องรูปทรงสามเหลี่ยมนั้นมีรูปวาด illustrate ที่เสมือนจริงของรูปส้ม, แตงโม, มะนาว เรียกได้ว่ายอดเยี่ยมทุกรายละเอียด

กรรมการตัดสินของ Pentawards นั้นเรียกได้ว่ายอมรับเป็นเสียงเดียวกันว่าผลงานชิ้นนี้นั้นเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์

Kleenex Slice of Summer

 

“Kleenex Slice of Summer นั้นมีจุดเด่นหลักๆ 3 เรื่อง คือ 1.แตกต่างและแรงดึงดูดผู้บริโภคเมื่อเห็นสินค้า 2. ความโดดเด่นในเรื่องการจดจำได้ 3. เข้าใจได้ง่ายด้วย Sense พื้นฐานของมนุษย์ เท่านี้ก็ไม่ต้องมีคำถามเลยว่า ทำไมแบรนด์ Kleenex จึงเป็นผู้นำตลาดของ Segment กระดาษทิชชู” Packaging City Team กล่าว

“นักออกแบบมืออาชีพนั้นจะชอบสิ่งที่ดึงดูด, แปลกใหม่, ประหลาดใจ, เรียบง่าย และไม่ต้องมีรายละเอียดมาก ซึ่งทั้งหมดนี้นั้นอยู่ใน “Kleenex Slice of Summer” Packaging นี้นั้นแสดงถึงความสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก เพราะว่าผู้บริโภคนั้นไม่อยากได้ข้อมูล ซึ่งไม่เป็นความจริงและไม่เป็นที่ต้องการ ผมอยากจะมีกล่อง Kleenex นั้นวางไว้บนโต๊ะทำงาน, ในครัว, ในรถ ซึ่งผมหาสิ่งที่ดึงดูด สนุก และสดชื่น อย่างนี้มานานแล้ว เอาล่ะ ผมต้องออกไปซื้อ Packaging นี้แล้วนะ และผมต้องขอบคุณ Kimberly-Clark  มากๆ เพราะผมคือนักออกแบบบรรจุภัณฑ์มืออาชีพ แต่ตอนนี้ผมเป็นลูกค้าแล้วล่ะ” Lars Wallentin หนึ่งในคณะกรรมการกล่าว

Filed under: Idea Packaging , , , , , , , , , , ,