Packaging City

Packaging Design Knowledge Center

Co-Branding โคแบรนด์ดิ้ง มิใช่โคบาล

ยุทธวิธี Co-Branding มันหมายความว่าอย่างไรล่ะเนี่ย..!!!! มันคือคาวบอย โคบาล รึป่าว..???

ไม่ใช่ครับผม มันคือ โค-แบรนด์ Co-branding หรือ Dual Branding จริงๆก็คือ ความร่วมมือกันจับมือกันระหว่างสองแบรนด์ องค์กร บริษัท หรืออาจจะมากกว่า 2 แบรนด์ก็ได้ โดยใช้จุดแข็ง หรือความชำนาญของแต่ละแบรนด์มาผนึกกำลังกันสร้างสินค้าบริการให้อยู่ภายใต้ผลิตภัณฑ์เดียวกัน เช่น บริษัท A เชี่ยวชาญด้านไอที และบริษัท B ชำนาญด้านการตลาด มีฐานลูกค้ารองรับ ได้ร่วมมือกัน ใช้ศักยภาพของทั้ง 2 บริษัท สร้างสรรค์สินค้าและบริการ ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์โดยใช้แบรนด์ร่วมกัน พูดอาจเข้าใจยากเอาเป็นว่าตัวอย่าง

Co Branding Packaging

เช่น Apple และ Nike ที่เคยร่วมกันทำ Nike + ipod sport kit มันคือนวัตกรรมใหม่ของอุปกรณ์เสริมเพื่อการวิ่ง พูดง่ายๆก็คือ เอาอุปกรณ์นี้ไปติดที่กับรองเท้าไนกี้รุ่นพลัส และเอามาเชื่อมต่อกับ iPod เพื่อรายงานการวิ่งประมาณนั้นครับ ซึ่งการจับมือครั้งนี้นับว่าประสบความสำเร็จในการเลือกจับคู่แบรนด์ได้เหมาะสม ทั้งในแง่ของ แบรนด์ที่มีการพัฒนาด้านนวัฒกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอและยังมีฐานลูกค้าสูงทำให้ศักยภาพของทั้งสองแบรนด์ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ออกมาได้รับความนิยม และประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี

cobranding-nike_ipod_sportkit

อย่างไรก็ดีลักษณะของการทำ Co-Branding มีหลายรูปแบบมาก

1. Ingredient Co-branding การใช้ส่วนประกอบของแบรนด์นึง ในการร่วมผลิตสินค้ากับอีกแบรนด์หนึ่ง และใช้ตราสินค้าร่วมกัน เช่น Dell computer กับ Intel processors คอมยี่ห้อ Dell แต่ชิพประมวลผลของ Intel เป็นต้น เรียกง่ายๆ ว่าเป็นการนำส่วนประกอบของแบรนด์อื่นๆ มาผสมกับแบรนด์เราเอง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งมากขึ้น
Dell-Intel-co-branding
2. Joint Venture Co-branding การร่วมมือกันระหว่างบริษัทตั้งแต่ 2 บริษัท หรือมากกว่านั้น โดยกำหนดกลยุทธ์ร่วมกัน และมีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน เช่น การวางแผนการตลาดร่วมกันของสายการบินไทย กับซิตี้แบงค์ เพื่อให้สิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้บัตรเครดิตสะสมคะแนนแลกไมล์ในการใช้บริการสายการบินไทย เป็นต้น

Citibank-Cebu-Pacific-Card-Visa-Platinum
3. Same –company Co-branding คือ ภายในบริษัทเดียวกัน ที่มีผลิตภัณฑ์หลายๆ ตัว ต้องการที่จะทำรายการส่งเสริมการขายร่วมกัน เช่น สินค้าในเครือ P&G จัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายให้กับห้างสรรพสินค้า ทำรายการซื้อสินค้าในเครือ P&G ครบตามจำนวนจะได้รับของสมนาคุณ หรือ เห็นชัดๆอย่างมหกรรมลดราคาของ Unilever ไชโย SALE เป็นต้น

Unilever
4. Multiple Sponsor Co-branding คือ การใช้ความร่วมมือกันจากหลายๆ แบรนด์เพื่อสร้างเครือข่าย และผนึกกำลังช่วยส่งเสริมกันระหว่างแบรนด์ โดยอาศัยความชำนาญที่แตกต่างกันได้มาพัฒนา เช่น การจับมือกัน 3ฝ่าย ระหว่าง Jet Airway + VISA + ICICI Bank เป็นต้น

VISA-Jet-Airway-ICIC

จากตัวอย่างและรูปแบบทั้งหมดข้างต้นนั้น ผมนำมาย่อยให้ท่านได้เห็นเป็นกลยุทธ์วิธีในการทำ Co-brand เป็น 4 ประการ เพื่อท่านจะได้เลือกใช้ได้อย่างง่ายดาย
1.Reaching in เน้นการเข้าถึงส่วนแบ่งทางการตลาด โดยการเลือกหุ้นส่วนที่ช่วยเพิ่มศักยภาพต่อแก่นของแบรนด์ตัวเองให้ได้รับประโยชน์สูงสุด เช่น ตัวอย่างข้างต้น ก็คือ ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ Dell เลือกร่วมมือกับ Intel ในการร่วมผลิตด้วย เนื่องจากลูกค้ามีความเชื่อและมั่นใจในประสิทธิภาพของ ระบบประมวลผลของ Intel จึงเป็นการช่วยเพิ่มคุณค่าของแบรนด์สินค้ามากขึ้น นอกจากนี้ อีกตัวอย่างหนึ่งคือบริษัทขนมขบเคี้ยวชื่อดังค่าย Frito-Lay ได้จับมือกับน้ำอัดลมเปิดตัว ชีโตสรสเมาเทนดิว (Mountain Dew Cheetos) และชีโตสรถเป๊ปซี่ เป็นสแน็กที่น่าสนใจไม่น้อยและสามารถกอบโกยยอดขายได้อย่างง่ายดาย

เมาเทนดิว-ขนม-บรรจุภัณฑ์เป๊ปซี่-ชีโตส-บรรจุภัณฑ์-COBRANDING

2.Reaching out เน้นการเข้าถึงช่องทางการตลาดใหม่ โดยเลือกหุ้นส่วนที่นอกจากเพิ่มศักยภาพของแบรนด์แล้ว ยังต้องเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ด้วย ตัวอย่างเช่น ร้านค้าปลีกร่วมมือกับแบรนด์สินค้า และผู้ให้บริการอื่นๆ เพื่อตอบสนองลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในร้านค้าได้สะดวกและครบถ้วนมากที่สุด One-stop service นอกจากนั้น ยังช่วยเพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ เพราะมีการให้บริการที่หลากหลายภายในร้านเดียว นอกจากนี้ ยังมีกรณีของ McDonald’s McFlurry กับ Kitkat รวมมือกันพัฒนาสินค้าในรสชาติใหม่ และยังสามารถปรับช่วงเวลาในการซื้อสินค้าของทั้งสองประเภทได้อย่างลงตัว เนื่องจากเดิม Kitkat เป็นของว่างทานเล่น ต่างจาก McDonald’s ที่ไว้ทานเป็นมื้ออาหาร เมื่อทั้งสองมารวมกันเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ นับว่าลงตัวและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ได้อย่างดี หรือแม้แต่ Adidas จับมือกับยาง Good Year ออกรองเท้ารุ่นพิเศษที่ใช้ยางจากล้อรถ Good Year เป็นต้น

Goodyear-Adidas-อาดิดาส

3.Reaching up เน้นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ (Brand Image) และทำให้แบรนด์ดูมีคุณค่าเพิ่มขึ้น (Brand Value) ตัวอย่างเช่น การให้บริการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ผู้ค้าออนไลน์ในอินเทอร์เน็ตมักจะประสบปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือในการชำระเงินสินค้า ดังนั้น การร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง Paypal ในด้านการชำระสินค้าก็สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ตัวเอง ซึ่งมีผลต่อลูกค้าได้เชื่อมั่นในสินค้าและบริการ และเพิ่มคุณค่าให้กับแบรนด์ตัวเองมากขึ้น

Payment_logo-Verify

4.Reaching beyond เน้นการพัฒนาต่อยอด โดยเลือกหุ้นส่วนที่มีความแข็งแกร่งด้านภาพลักษณ์ และมีศักยภาพในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ได้ด้วย ตัวอย่างเช่น Credit card ร่วมมือกับ MasterCard และ Visa สร้างเครือข่ายขยายตลาดสินค้าและการบริการไปยังสถาบันการศึกษา หน่วยงานการกุศลต่างๆ ผู้ให้บริการด้านรถยนต์ ปั้มน้ำมัน สายการบิน ที่พัก และร้านค้าต่างๆ โดยผู้ใช้บริการบัตรเครดิตสามารถใช้ Reward card ในการรับสิทธิพิเศษต่างๆ ซึ่งกลยุทธ์นี้จะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นจำนวนมาก

การทำ Co-brand ถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่น่าสนใจ แต่การทำเพื่อให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ขึ้นกับแต่ละแบรนด์ที่ร่วมมือกันว่าจะสามารถช่วยเพิ่มคุณค่าของแบรนด์ให้ต่อกันได้มากน้อยเพียงใด โดยอาจจะประเมินจากศักยภาพของกลุ่มลูกค้าหลังจากที่ได้ทำการ Co-branding แล้วว่ามีผลตอบรับเป็นอย่างไร ทั้งนี้ขึ้นกับทัศนคติ มุมมองที่ลูกค้ามองเข้ามาต่อการรวมแบรนด์ใหม่ ด้วยว่าสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และตอบสนองความต้องการ ความพึงพอใจของลูกค้าได้มากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม การทำ co-brand ก็อาจมีปัจจัยเสี่ยงได้เช่นกัน เพราะถ้าเกิดแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งได้รับผลกระทบ ก็จะส่งผลไปยังอีกแบรนด์เช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นเจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการต้องประเมินถึงข้อดีและข้อเสียของการรวมแบรนด์ว่าคุ้มค่ากว่าการสร้างแบรนด์เดียวหรือไม่ ขอบคุณครับผม^^

credit : SMEs Plus Column Idea Café

Filed under: Idea Packaging, Other, , , , , , , , , , , , , , ,

เป็นมากกว่าบรรจุภัณฑ์

หน้าที่บรรจุภัณฑ์เป็นนอกเหนือจากการเพียงแค่ทำหน้าที่ปกป้องสินค้า สร้างความสะดวกสบาย และสื่อสารทางการตลาดแล้วนั้น เมื่อท่านได้อ่านแล้วอาจจะเกิดมุมมองใหม่ๆมากมาย ในความหมายของการเป็นมากกว่าบรรจุภัณฑ์
บรรจุภัณฑ์ (Packaging) คือ สิ่งห่อหุ้มหรือบรรจุผลิตภัณฑ์รวมทั้งภาชนะที่ใช้ในการขนส่งผลิตภัณฑ์จากแหล่งผู้ผลิตไปยังแหล่งบริโภคหรือแหล่งใช้ประโยชน์ เพื่อวัตถุประสงค์เบื้องต้นในการป้องกันและรักษาผลิตภัณฑ์ให้คงสภาพ นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์(Packaging) ก็ยังเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งในกระบวนการผลิตและหีบห่อ โดยสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านการตลาดและด้านการเก็บรักษา
อย่างไรก็ดีในปัจจุบัน มีการนำบรรจุภัณฑ์มาใช้งานต่อหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเป็นการใช้งานที่ไม่ได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่นักออกแบบและนักการตลาดของผลิตภัณฑ์แบรนด์นั้นๆวางแผนไว้ แต่เป็นการใช้งานโดยไม่ตั้งใจและก่อให้เกิดการสร้างสรรค์ทางความคิดที่ปรับใช้กับบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ

ตัวอย่างเช่น ควาญช้าง ที่นำขวดสะท้อนแสง เมาเทนดิว (Mountain Dew) ที่มีลักษณะเด่นเฉพาะของตัวบรรจุภัณฑ์ คือ สีเขียวสะท้อนแสง นายพรานจึงนำขวดนี้มาห้อยไว้ข้างหลังช้าง เพื่อให้ผู้คนที่ใช้รถสัญจรไปมา ได้เห็นว่ามีช้างเดินอยู่บนท้องถนน เปรียบก็คือ นำขวดมาใช้เป็นสัญลักษณ์ หรือ แทนไฟรถนั่นเอง นอกจากนี้ รถพ่วง รถบรรทุก หรือ รถกระบะต่างๆ ก็ได้นำมาห้อยไว้ท้ายรถจุดประสงค์ก็เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้เห็นรถตัวเองชัดเจนขึ้น
Eco Packaging
ทั้งนี้ ก็ยังมีการนำบรรจุภัณฑ์ที่เป็นลักษณะขวด PET ไปใช้ประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น ที่โกยผง กระถางปลูกต้นไม้ กับดักสัตว์ต่างๆ    หรือ เมื่อครั้งที่ประเทศไทยเกิดวิกฤติน้ำท่วมครั้งที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า ขวดpet ก็ถูกนำมาประยุกต์ใช้ออกแบบเป็นเรือ เสื้อชูชีพ ซึ่งล้วนแต่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ประดิษฐ์ทำกันขึ้นมาเองทั้งนั้น หรือในต่างประเทศ เช่นประเทศฟิลิปปินส์ ก็นำขวดไปสร้างเป็นโรงเรียนเพื่อทดแทนโรงเรียนที่ถูกทำลายจากพายุไต้ฝุ่นทุกๆ ปี ไอเดียที่น่าสนใจอีกตัวอย่าง คือ หลอดไฟพลังแสงอาทิตย์ (Sola bottle) เริ่มจากวิธีง่ายๆนั่นคือ การบรรจุน้ำผสมคลอรีนลงไปในขวดพลาสติก เป็นการป้องกันการเกิดตะไคร่น้ำจากนั้นก็ปิดฝาและทากาวด้านบนเพื่อเจาะติดกับหลังคาสังกะสีหรือกระเบื้องและใช้หลักการสะท้อนของแสงแดด ทำให้ความสว่างส่องสะท้อนลงมาสู่ใต้หลังคาได้ ถือเป็นนวัตกรรมแสงสว่าง ที่สามารถช่วยลดการใช้พลังงานได้อีกทางหนึ่ง
Eco-Packaging2 Eco-Packaging3
ในทางการแพทย์ ที่โรงพยาบาลตรัง ก็ได้นำขวดน้ำเกลือที่เหลือใช้แล้วมาประดิษฐ์เป็นเฝือกดามกันเท้าตก (Short Leg Slab) สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจาก ภาวะข้อเท้าตก (Foot Drop) โดยสามารถใช้ทดแทนที่รองของจริงได้ถึง 1,200 บาท อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่า ภูมิปัญญาที่เกิดขึ้นนั้น บางเรื่องเราก็ไม่สามารถหาแหล่งที่มาของไอเดียได้ แต่โดยหลักๆ แล้วก็สามารถวิเคราะห์ได้ถึงพฤติกรรมสาเหตุการคิดค้นเกี่ยวกับการใช้บรรจุภัณฑ์ในรูปแบบต่างๆ กันได้ดังนี้

1. เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ เนื่องจากบรรจุภัณฑ์เหล่านั้น สามารถทดแทน หรือนำไปใช้งานได้ เสมือนกับการใช้ผลิตภัณฑ์จริง ดังที่ยกตัวอย่าง ขวดน้ำเกลือทำเป็นที่ดามกันเท้าตก สามารถช่วยผู้ป่วยลดค่าใช้จ่าย และเป็นการช่วยนำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่ได้เป็นประโยชน์สูงสุด
2. รูปทรงและความทนทานชองบรรจุภัณฑ์ สามารถนำไปใช้งานทดแทนอุปกรณ์อื่นๆ ได้ เช่น นำไปปลูกต้นไม้ ที่ตักผงขยะ ใส่สิ่งของอื่นๆ หรือดักสัตว์ต่างๆ ทั้งที่จริงแล้ว ขวดบรรจุภัณฑ์หน้าที่หลักคือ ไว้ใส่ผลิตภัณฑ์ แต่ผู้คนก็สามารถพลิกแพลงกลายเป็นอุปกรณ์ใช้งานอื่นได้อีกด้วย ทำให้บรรจุภัณฑ์สามารถเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น
Green packaging
3. เกิดจากการปรับตัว เนื่องจากในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ออกมาเยอะมากมาย ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบมาก็เยอะตามเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ขวด PET นับว่าเป็นปัญหาในการย่อยสลายค่อนข้างใช้เวลายาวนาน ดังนั้น เมื่อบรรจุภัณฑ์เหล่านี้เยอะขึ้นทำให้ผู้คนเกิดการปรับตัว นำบรรจุภัณฑ์ที่ตัวเองพบเจอ หรือใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน มาทดลอง หรือปรับเปลี่ยนเป็นของใช้ หรือใช้งานในรูปแบบต่างๆ นับไม่ถ้วน บางครั้งเกิดการลอกเลียนแบบ หรือทำตามๆ กันมา บางรายสามารถพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึงอีกมากมาย เช่น สร้างเป็นโรงเรียน บ้านเรือน เฟอร์นิเจอร์ และหลอดไฟ เป็นต้น

Scheme-in-Phillipines-whe-006
อย่างไรก็ดี ไม่ว่าบรรจุภัณฑ์เป็นแรงบันดาลใจ หรือ สามารถจุดประกายไอเดียใหม่ๆ ได้ก็ดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการนำบรรจุภัณฑ์ไปใช้งานต่อ จะทำให้ปริมาณของเสียจากการผลิตบรรจุภัณฑ์หมดสิ้นไป กระบวนการกำจัดขยะก็เป็นเพียงแค่ปลายทางที่ช่วยกำจัดขยะเสียได้เพียงบางส่วนและต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานเช่น บรรจุภัณฑ์ประเภทพลาสติก ดังนั้น นักออกแบบรุ่นใหม่ควรจะหันมาใส่ใจกับบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตออกมาว่ามีความคุ้มค่าในการใช้งานมากน้อยอย่างไร หรือนำภูมิปัญญาจากผู้บริโภคที่สร้างสรรค์ผลงานต่างๆ ไปต่อยอดในงานออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีฟังก์ชันการใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น

เครดิต : SMEs Plus

Filed under: Idea Packaging, Other, , , , , , , , , , , , , , ,

Eco-Packaging (บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม)

มีงานๆหนึ่งที่ชื่องานว่า Green Solution ซึ่งมีการบรรยายในหัวข้อ Eco Packaging ซึ่งว่าไปแล้วเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและทุกๆควรต้องตระหนัก มันเรียกง่ายๆว่า บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมนั่นเอง บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมคืออะไร มันตรงตัวอยู่แล้วครับ คือบรรจุภัณฑ์ที่คำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม

eco-packaging

ทำไมต้องเพื่อสิ่งแวดล้อม….???

 

คืองี้ครับ ในอดีตตัวบรรจุภัณฑ์เองนั้นหน้าที่พิ้นฐานคือปกป้องสินค้า แต่พอเวลาผ่านไปบรรจุภัณฑ์เป็นที่นิยมมากขึ้น ทำให้แทนที่จะช่วยปกป้องสินค้าแต่กลับเป็นมลภาวะต่อโลกเองซะงั้น ผลการวิจัยพบว่า ขยะที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์นั้นมีมากมายขนาดว่า ภูเขากองขยะพลาสติกที่ลอยอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิคเหนือนั้น มีขนาดใหญ่กว่าประเทศสหรัฐอเมริกาถึง 2 เท่า แม่เจ้า…มันเยอะจริงๆ นะครับขอบอก และยิ่งไปกว่านั้นในแต่ละวัน วัวนับร้อย หรือสัตว์นับร้อยในอินเดียล้มตาย เพราะกินถุงพลาสติกที่ถูกทิ้ง อีกทั้งทั่วทั้งโลกทุกๆ 1 นาที มีการใช้ถุงพลาสติกไม่ต่ำกว่า 1,000,000 ใบ และหากนำถุงพลาสติกที่คนไทยใช้ในหนึ่งปีมาเรียงต่อกัน จะเท่ากับระยะทางจากโลกไปกลับดวงจันทร์ถึง 7 รอบ นี่คือโลกของเราหรือเนี่ย มันเต็มไปด้วยขยะมากมายจริงๆ
“Living in the Angkor Hell”. Anlong Pi, Siem Reap. Cambodia. 2010-2013Photography: ©Omar Havana img_1592

แต่เดี๋ยว ท่านต้องเข้าใจก่อนว่า สำหรับเมืองไทย โดยมากการทำอะไรเพื่อโลกนั้นจะต้องมีราคาแพงกว่าปกติเสมอๆ เช่น กล่องโฟม อาจจะใบละ 3บาท ใช้ไบโอชานอ้อยอาจจะอยู่ที่ 5-8 บาท เป็นต้น ฉะนั้นน้อยคนที่จะใช้ได้ แต่ไม่เป็นไร ผมจะประมวลหัวข้อสำคัญๆเพื่อให้ท่านตระหนักว่าในตัวบรรจุภัณฑ์ของท่านั้น ท่านจะช่วยโลกได้อย่างไรบ้าง

1. Materials ง่ายที่สุดคือการเปลี่ยนวัสดุ ตัวอย่างเช่น บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Coca-Cola ในต่างประเทศนั้นทยอยปรับใช้นวัตกรรมใหม่อย่าง PlantBottle ซึ่งก็คือ ขวดพลาสติก PET (polyethylene terephthalate) บรรจุเครื่องดื่มชนิดแรกที่สามารถรีไซเคิลได้อย่างสมบูรณ์ เพราะขวด PlantBottle มีองค์ประกอบบางส่วนที่ได้จากพืช 30% ซึ่งตรงนี้ทาง Coca-Cola ได้ทอลองใช้ขวด PlantBottle ไปกว่า 14,000 ล้านขวดใน 24 ประเทศ เทียบเท่ากับลดปริมาณการใช้น้ำมันถึง 300,000 บาเรล ในอนาคตเป้าหมายขวด PlantBottle จะแทนขวดพลาสติกทั้งหมดภายในปี 2563

Print plantbottle2

 

มีอีกนวัตกรรมนึงของศาสตราจารย์ David Edwards ซึ่งคิดค้น “WikiCell” ขึ้นมาโดยได้แรงบันดาลใจจากเซลล์ธรรมชาติในผลไม้อย่างองุ่น ส้ม หรือมะพร้าว ที่มีเปลือกนอกห่อหุ้มเนื้อและของเหลวภายในมาเป็นต้นแบบในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ว่านี้ หากลองนึกถึงผลส้ม จะเห็นว่าเปลือกส้มนั้นทำหน้าที่เป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีความคงทนและย่อยสลายได้ในตัวเอง ทำให้เราไม่จำเป็นต้องบรรจุใส่ในกล่องหรือถุงต่างหาก นอกจากนั้นเปลือกของมันยังสามารถรับประทานได้อีกด้วย นวัตกรรมนี้ถูกจัดให้เป็น 32 นวัตกรรมเปลี่ยนโลกของนิตยสาร The New York Times เลยทีเดียว แต่สุดท้ายก็ต้องมีการพัฒนาอีกมาก
wikicell - outer shell.jpg David_Edwards_Wikicells Wiki-Cell-3-thumb-620x388-41873 wikicells-with-hand

2. Transport ก็เป็นวิธีหนึ่งที่หันหลังกลับไปมอง Logistic ของตนเองว่าในมุมบรรจุภัณฑ์จะช่วยปรับปรุงอะไรได้บ้าง เช่น บรรจุภัณฑ์ของสีทาบ้าน Dutch Boy จากเดิมที่เป็นกระป๋องเหล็กทรงกลม ก็ถูกปรับให้เป็นกระป๋องพลาสติกทรงเหลี่ยม ซึ่งข้อดีคือ ลดพื้นที่ว่าง ประหยัดพื้นที่ และเพิ่มพื้นที่รับแรงเมื่อกระป๋องเรียงต่อกันใน Pallet อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ถุง Puma ที่จากกล่องเปลี่ยนมาเป็นผ้า ทำให้ลดพื้นที่ในการขนส่งได้
DutchBoyWhiteLead1Dutch Boy Twist & Pour

3. Use การใช้งาน ซึ่งไอเดียของมันคือสามารถนำมาใช้งานในอีกได้ เช่น ถุง Shopping Bag ของแบรนด์กางเกงยีนส์ Lee ซึ่งสามารถนำมาตัดต่อ ประยุกต์เป็นของอื่นๆได้, งานไอเดีย Re-Pack ซึ่งเป็นกล่องทั่วๆไป ที่มีไอเดียในการใช้ด้านในกล่องซ้ำอีกรอบหนึ่งก็ได้, หรืออาจะเป็นกล่อง eBay ที่ผลิตมาพิเศษ 100,000 ใบ โดยจัดการแจกคนที่ใช้การซื้อขายออนไลน์ แต่ที่เป็นไอเดียสำคัญคือ เขาออกแบบให้มีพื้นที่เขียนถึงคนข้างใน 6 ช่อง เพื่อที่ว่าพอคนส่งพัสดุเรียบร้อยแล้ว คนรับต่อก็สามารถไปใช้ Pack ของต่อๆกันได้ทำให้เกิดการประหยัดทรัพยากร
lee-bag re-pack-packaging14949299457_09195245c6_oebay_box1

4. Disposal การจัดการขยะ หมายถึงอะไร ก็หมายถึงว่า ต้องมีการบ่งบอกถึงก็จัดการขยะ เช่น การแยกขยะตามวัสดุที่ใช้ทำตัวมันมาด้วยสี ด้วยภาพ เช่นทำสีถังขยะ

5. Manufacture ก็คือไปศึกษาถึงโรงงานผิดว่าเราจะพัฒนาอย่างไรบ้างในเชิงบรรจุภัณฑ์

6. Communication ก็คือ การสื่อสาร แล้วมันเกี่ยวอะไร มันเกี่ยวตรงที่ เราต้องสื่อสารความดีที่เราได้ช่วยโลกออกไปให้คนตระหนักมากขึ้น ตัวอย่างเช่น Smoke Tissue มันทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้คนตระหนัก ถึงมลภาวะ โดยทำเป็นโรงงานก่อสร้างที่ปล่อยมลพิษควันออกมาโดยสอดคล้องกับทิชชู่ แล้วครูจะมาอีกนะ มันก็สื่อโฆษณานี่เอง แต่เราต้องถ่ายทอดให้ถูกจุด

smoke_tissue_case3 smoke_tissue_case4 smoke_tissue_case5

นี่เป็นหัวข้อเบื้องต้นในการเตือนถึงการสร้างบรรจุภัณฑ์แบบช่วยกันดูแลโลกให้เท่าที่ท่านจะสามารถทำได้ ช่วยได้ ท่านลองพิจารณาดูได้ครับว่าสมควรหรือไม่ แต่บางทีท่านอาจจะเอาจุดรักษ์โลกเป็นจุดขายแบบ น้ำดื่มน้ำทิพย์ ก็เป็นไปได้ ทั้งหมดนี้ท่านทดลองไปประยุกต์นะครับ

เครดิต : SMEs Plus

Some content on this page was disabled on May 12, 2020 as a result of a DMCA takedown notice from Omar Havana. You can learn more about the DMCA here:

https://en.support.wordpress.com/copyright-and-the-dmca/

Filed under: Idea Packaging, Other, Packaging Tips, , , , , , , , , , , ,

เล่าประสบการณ์ผ่านเวทีโลกออกแบบบรรจุภัณฑ์ ภาค1 และ 2

Pentawardออกแบบบรรจุภัณฑ์2ออกแบบบรรจุภัณฑ์1ออกแบบบรรจุภัณฑ์3

จากหนังสือ SMEs PLUS
บทความ : เล่าประสบการณ์ผ่านเวทีโลกออกแบบบรรจุภัณฑ์ ภาคที่1

สวัสดีครับ ผมสมชนะ กังวารจิตต์ กลับมาจากการเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการตัดสินการออกแบบบรรจุภัณฑ์โลก PENTAWARDS 2013 ที่กรุงบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน ถือได้ว่าเป็นคนไทยท่ามกลางกรรมการท่านอื่นๆจากตัวแทนประเทศมหาอำนาจโลกอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, แคนาดา, สวีเดน, เบลเยี่ยม, กรีซ,  ญี่ปุ่น, เกาหลี และ Prompt Design จากไทยแลนด์ ด้วยประสบการณ์ที่ได้รับในครั้งนี้นั้นมากล้นจริงๆ แต่หลักๆที่ได้นั้น ถือได้ว่าเป็นการตัดสินที่ยากที่สุดในชีวิตผม มันเป็นการตัดสินผลงานที่มหาหินมาก  เนื่องจากว่าผลงานที่ส่งมาจากทั่วทุกมุมโลกนั้น ล้วนแล้วแต่ดีๆด้วยกันทั้งสิ้น แต่มีเพียงดาวจรัสฟ้าท่ามกลางหมู่ดาวเท่านั้นที่ได้รางวัล ซึ่งวันนี้ผมจะมาเล่าชิ้นงานที่ได้รับรางวัลนะครับว่า ทำไมหนอ….เค้าจึงได้ (แต่พื้นที่ในการเขียนผลงานนั้นมีจำกัด ผมจึงขอทยอยเขียนนะครับท่านผู้อ่าน^^) เริ่มกันเลย

Absolut Unique Packaging Design

absolut4millionbottles-3750858

ผลงานแรกที่ได้รางวัลนั้นเป็นผลงานของ Absolut Vodka ชื่อว่า Absolut Unique เค้าบอกว่า “พวกเขาไม่เชื่อว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงทำมัน” Mark Twain กล่าว นี้คือความจริงอย่างแน่นอน

ของบริษัท Family Business ที่อยู่เบื้องหลังความคิด แนวคิด การพัฒนาโปรเจ็คนี้ บนพื้นฐานการผลิต Absolut Vodka 4 ล้านขวดโดยแต่ละขวดไม่ซ้ำกันเลย ขอเกริ่นนิดนึงก็คือว่าแต่ละปีนั้น Abosolut Vodka ได้เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในการออกสินค้ารุ่น Limited Edition ที่ผ่านมาก็เช่น Absolut Disco, Absolut Rock, Absolut Masquerade, Denim, 100, Bling-Bling, Miami, No Label และอีกมากมาย

แต่ในปี 2012 จะเป็นการกำหนดให้คำจำกัดความใหม่ของคำว่า Limited Edition แบบเดิมๆที่ทำกันมาก็คือ ทำสินค้ามาพิเศษสักรุ่นหนึ่งสั่งผลิตเหมือนๆกันโดยอาจจะกำหนดว่าผลิตกี่ชิ้นก็ว่ากันไป  แต่งานของบริษัท Family Business ไม่ใช่อย่างนั้นเลย เค้าอยากให้ทุกๆขวดนั้นไม่ซ้ำกันเลยสักขวด และผลิตไม่น้อยกว่า 4 ล้านชิ้น เพื่อให้แต่ละขวดกลายเป็น Limited Edition ในตัวของมันเอง แม่เจ้า!!!!! มันไม่ง่ายเลย!!!!! มันเป็นความท้าทายอย่างใหญ่หลวงยิ่งนัก มันเป็นความท้าทายที่เป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับ Family Business และ Absolut ไม่คิดเช่นนั้น ทางออกเค้าก็แค่ทำงาน ทำงาน ทำงานให้หนักขึ้น ให้มากขึ้น ทุ่มความคิดสร้างสรรค์ และความรักลงไป แนวคิดเค้าก็คือ เข้าไปปรับในสายการผลิตให้มีความสามารถในการผลิต 4 ล้านขวดที่แตกต่างกัน ซึ่งทางบริษัท Family Business นั้นได้วางแนวทางของเครื่องจักรให้สอดคล้องกับลวดลายที่จะเกิดขึ้น ซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ พ่นสี, ปาดสี, สะบัดสี เมื่อขวดวิ่งไปในสายการผลิตขวดนั้นจะถูกเครื่องจักรสุ่มลวดลายต่างๆ จึงได้ออกมาแตกต่างกัน บ้างก็แตกต่างกันที่การพ่น การสะบัด การปาดเมื่อวางขาย ผลก็คือเกือบ 4 ล้านขวดถูกขายก่อนที่จะสิ้นสุดแคมเปญโปรโมชั่นโดยไม่ต้องลดราคาแต่อย่างใด พันธกิจที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ แต่ทำให้สำเร็จได้ ถือว่ามหัศจรรย์มากๆ ต้องยกนิ้วให้เลย

master.budweiser_perspective_12_cansANHEUSER-BUSCH BUDWEISER BOWTIE CANColin-Joliat-Budweiser-Bowtie

ผลงานชิ้นต่อมาที่ได้รางวัลคือ Anheuser-Busch InBev มหาอำนาจองค์กรผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ของโลกส่งแบรนด์ Budweiser มาเข้าชิง การที่จะทำแบรนด์ให้โดดเด่นจากคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่จะใช้สี ใช้ชื่อแบรนด์ ใช้รูปร่างรูปทรง แต่ในโลกของเบียร์นั้นที่ขายในบรรจุภัณฑ์กระป๋องส่วนใหญ่จะคล้ายๆกันทั้งโลก ซึ่งมันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะสร้างความแตกต่าง หรือสร้างความโดดเด่น  แต่นี่คือสิ่งที่ทีมงานฝั่งสร้างสรรค์กับฝั่งวิศวกรรมของบริษัท Metaphase Group ที่นำเสนอการสร้าง Budweiser ให้เป็น “กษัตริย์ของเบียร์” อย่างแท้จริง โดยการสร้างกระป๋องให้มีรูปร่างเหมือนผูกโบว์ การใช้องค์ความรู้ ความท้าทายทางเทคนิคในการผลิตกระป๋องในระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีเพียงMetaphase Group เท่านั้นที่จะทำได้ ซึ่งผลออกมาทำได้ค่อนข้างดีมาก มันตอบวัตถุประสงค์ได้หลายข้อ เช่น การสร้างความน่าสนใจความแตกต่าง การใช้งานตอบสนองต่อการยศาสตร์(Economic) เป้าหมายของ Budweiser  ก็คือเมื่อมันมาอยู่ในมือคุณแล้วมันจะส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้เข้าใจได้ว่า แบรนด์ได้ถูกจัดการระบบและเพิ่มมูลค่าเข้าไป เพราะด้วยรูปทรงที่แตกต่างของกระป๋องนั้นสอดคล้องกับตัวตราสัญลักษณ์อีกด้วย ไม่มีอะไรที่ดีกว่าแนวทางนี้อีกแล้วแน่นอน รับรอง!!!!

Tiger-nuts-smoky-bacon-and-sweet-chilliTT 300-185 (Sept. 2011)walkers tiger nuts packs

มาถึงชิ้นต่อมา ถ้าพูดถึงในโลกของมันฝรั่งทอดกรอบและถั่วที่ขายอยู่ในถุงนั้นมันจำเป็นที่จะต้อง “โดดเด่น” ซึ่งการแข่งขันจากแบรนด์ระดับชาติ และ House Brand นั้นช่วยผลักดันให้เกิดข้อจำกัด Walkers (ที่รู้จักกันในแบรนด์มันฝรั่งแผ่นเลย์) เป็นผู้นำตลาดใน มันฝรั่งทอดและพยายามจะทำอย่างนั้นกับตลาดถั่วเหมือนกัน เพื่อเป้าหมายบริษัท Design Bridge ได้จัดการสร้างตัวแทนของใบหน้าของเสือโคร่ง โดยมีคำว่า Tiger Nuts ซ่อนอยู่ เป็นการออกแบบที่เล่นกับการรับรู้แบบซ่อนเร้น ลวงตา ถือว่าฉลาดมาก ถือว่าสร้างสรรค์และโดนใจเลยทีเดียว

นี่ถือเป็นผลงานส่วนหนึ่งที่ได้รางวัลของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับโลก มันน่าสนใจมากๆ อย่างน้อยๆมันคงจุดพลังไฟของท่านให้ลุกติดขึ้นใหม่อีกครั้ง ผมเชื่อแหละครับว่า การทำอะไรให้ปนะสบความสำเร็จตามเป้านั้น ไม่ยากหรอกครับ เพียงแค่มีความเชื่อมั่นว่าเราจะต้องทำมันได้ ทำมันให้สำเร็จ ท่านก็จะเดินไปสู่เส้นชัยในการประสบความสำเร็จระดับประเทศ และสู่ระดับโลกในที่สุด ถึงวันนั้นท่านจะภูมิใจในความเป็นไทยผงาดในโลกจริงแบบผม ขอบคุณครับ^^

มาต่อกันภาคที่ 2 เลยครับผม

เล่าประสบการณ์ผ่านเวทีโลก(บรรจุภัณฑ์) ภาค2

ถ้าหลายๆท่านยังงงว่าผมพูดเรื่องอะไรนั้น ก็คือว่ายังงี้ครับ ขอเกริ่นเล็กๆน้อยๆ คือผม สมชนะ กังวารจิตต์ จากบริษัท Prompt Design ได้มีโอกาสไปตัดสินรางวัลบรรจุภัณฑ์ของโลกอย่าง PENTAWARDS ประเทศสเปนมาครับ ผมเลยจึงอยากมาเล่าประสบการณ์ดีๆ แรงบันดาลใจผ่านผลงานดีๆ ให้ท่านได้รับทราบกันครับ

มาที่ผลงานกันเลยดีกว่าครับ…!!!!

Strong-Packaging-Design-Idea

ผลงานที่ได้รางวัลต่อจากครั้งที่แล้วอันนี้น่าสนใจมาก ชื่อแบรนด์ว่า Strong ซึ่งทำอาหารเสริมต่อสุขภาพหรือเค้าเรียกกันว่า Nutriention Supplements บริษัทที่ดูแลก็คือ Pearlfisher จากประเทศอังกฤษ เค้าได้สร้างทั้งหมดของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น กลยุทธ์, การตั้งชื่อ, ตัวตนของบรรจุภัณฑ์ แม้กระทั่งวิธีการขาย เรียกได้ว่าดูและทั้งหมดกันเลยทีเดียว แบรนด์ Strong นั้นผลิตจากวัตถุดิบที่คุณภาพสูงมาก และสดใหม่ พัฒนาเพื่อให้เข้ากับคนรักสุขภาพ คนที่รักความสวยความงามในระดับลึกถึงเซลล์ คนที่ต้องการความกระชุ่มกระชวย และความเยาว์วัยเป็นต้น

Strong-illustration-Packagingstrong

โดยเป้าหมายก็คือ จะสร้างแบรนด์ให้มีความแตกต่างท่ามกลาง ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมนานาแบรนด์ในท้องตลาด ซึ่งต้องชื่นชมในตัวแนวคิดของทางบริษัท Pearlfisher ที่ว่า “Beauty from within” ก็คือความงามจากภายใน ซึ่งเค้าใช้วิธีการเปรียบเปรยด้านอารมณ์โดยใช้ธรรมชาติเป็นตัวแทนการสื่อสาร ผ่านสัตว์ปีกทั้งหลาย เช่น นก, นกฮูก, ม้าเปกาซัส เป็นต้น ซึ่งสัตว์เหล่านี้จะมีสิ่งที่อ้างถึงสรรพคุณของอาหารเสริมแบบเปรียบเปรยได้ อาทิ นกฮูก-สมอง, ม้าเปกาซัส-ความแข็งแรง โปรตีน, นกขมิ้น-ความกระจ่าง เป็นต้น Dan Dittmar หนึ่งในกรรมการได้ให้ความเห็นกับงานนี้ไว้ว่า “เป็นงานที่สร้างเอกลักษณ์และความโดดเด่นในการดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ลักษณะเช่นนี้แหละคืองานที่พร้อมที่ก้าวไป”

บรรจุภัณฑ์รางวัล สมชนะ

ผลงานที่ได้รางวัลต่อมา อันนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ผลงานจาก Studio Kluif ก็คือ

JEROHnimus ภาษาไทยอ่านว่า จีโรนีมัส เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือนต่างๆ เช่น หมอน, จาน, แจกัน และของตกแต่งบ้าน เค้าได้แรงบันดาลใจจากผลงานของจิตรกรชาวดัตช์ Hieronymus Bosch (คศ. 1450-1516) ซึ่งงานของเขาคนนี้เป็นที่รู้จักกันในรูปแบบงานแปลกๆ ดูลึกลับ, เซอร์เรียล(เหนือความเป็นจริง) ซึ่ง Studio Kluif ก็ได้นำแรงบันดาลใจจากจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่นี้ในการสร้าง Serie ของบรรจุภัณฑ์ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ในบรรยากาศที่โดดเด่นสไตล์ภาพวาดของ Hieronymus Bosch ผลงานออกมาน่าสนใจมากมันคือสไตล์ที่เด่นชัดในรูปแบบแนวทางความร่วมสมัยผ่านรูปภาพที่งดงาม เป็นการเชื่อมกันระหว่างความมั่งคั่งในอดีตผสานกับความสดใสของอนาคต Gerard Caron หนึ่งในกรรมการกล่าวว่า “มันเตะตามาก นี่แหละคือภารกิจของบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งพิเศษอย่าง ศิลปะ กวี และความขำขัน ที่นำมารวมกันได้กลมกล่อม”

ออกแบบบรรจุภัณฑ์รางวัล สมชนะ

ผลงานสุดท้ายที่ได้รางวัลคือผลงาน THE BALVENIE 50 เป็นวิสกี้ครบรอบ 50 ปี โจทย์ที่ได้รับของทางบริษัท Here Design ประเทศอังกฤษ คือต้องการสร้างบรรจุภัณฑ์พิเศษ และไอพิเศษที่ว่านี้คือมอลต์อายุกว่า 50 ปี ซึ่งออกมาเพื่อเฉลิมฉลองการทำงานของปรมาจารย์แห่ง Balvenie Malt ที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญวิสกี้ทั่วโลกถึงความสามารถของเขาเขาผู้นั้นชื่อว่า David Stewewart ตัวเขาเองเขาได้อุทิศตัวของเขาทั้งหมดในชีวิตในการกลั่นมอลต์ แน่นอนที่สุดเมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา วันที่เด็กฝึกงานคนนี้อายุเพียง 17 ปี ได้เข้าร่วมโรงกลั่นกับทาง Balvenie ด้วยความมานะทำให้เขามีผลงานอันเลื่องชื่อก็คือการเปิดตัวถังมอลต์ที่หายากที่สุดของ Balvenie ในปี 1962 ถือเป็นอีกหนึ่งที่สร้างชื่อก็ว่าได้ มันสามารถกลั่นได้ทั้งหมดแค่ 88 ขวด สนนราคาอยู่ที่ £ 20,000 ต่อขวด ก็ประมาณ 1 ล้านบาทเท่านั้นเอง

11326-Balvenie50_0140

จากการอุทิศตนของ David Stewewart นั้นทำให้เขาได้ร่วมมือกับ Sam Chinnery นักทำเฟอร์นิเจอร์ทำตู้มือฉมังชาวสก็อตแลนด์ สร้างกล่องพิเศษที่เป็นสัญลักษณ์ 50 ปี ซึ่งมีไม้ 49 ชั้นต่างสายพันธุ์ เช่น ไม้วอลล์นัท ไม้โอ๊ค ไม้แอช เป็นต้น นำมาวางซ้อนกันอย่างงดงามทำให้เกิดผิวสัมผัส และลายไม้ด้านข้างของกล่องที่ดูแปลกต่างและมีระดับ และมีหนึ่งชั้นที่ทำจากทองเหลืองสลักเรื่องราวปิดไว้

Balvenie-Golden-1-e1357663025238 BV50_Prototype2_Visuals_v1.1

ตัวขวดแก้ววิสกี้นั้นใช้งาน Handcraft ด้วยกรรมวิธีการการเป่ามือด้วยความพิถีพิถัน และติดป้ายกับวันผลิตวิสกี้ หมายเลข Limited Number และลายเซ็นของ David Stewewart ด้านใต้ของแต่ละขวด ทำให้ THE BALVENIE 50 จึงเป็นงาน Limited Edition ที่ทรงพลังมากๆ

maxresdefault

 

Isabella Dahlborg หนึ่งในกรรมการบอกว่า “49 ชั้นนั้น มันพูดทุกๆอย่างด้วยตัวมันเอง ทั้งไอเดีย, ทั้งคุณภาพ, ทั้งการครบรอบ ถือเป็นวิสกี้ที่ยอดเยี่ยมมากๆ จนฉันอยากจะดมมันแล้วล่ะสิ”

3 งานยอดเยี่ยมของโลกนี้ผ่านหลายด่านกว่าจะได้รางวัล มันไม่ง่ายครับที่เราจะเป็นหนึ่งในวงการบรรจุภัณฑ์โลก ซึ่งจากการที่ผมได้ตัดสินพบว่ามีงานดีๆอีกหลายงานที่ควรได้ แต่ แต่นะครับขอย้ำ เหตุที่ผมและกรรมการท่านอื่นๆไม่เลือกเพราะ มันดี แต่ไม่ดีที่สุด เราต้องการงานที่ดีที่สุดเท่านั้น เหมือนกับลูกค้าเราก็เหมือนกัน เขาต้องการสินค้าที่ดีที่สุดสำหรับเขา เพียงแค่ท่านพัฒนาสินค้า ลบจุดอ่อน จุดบกพร่อง เสริมจุดแกร่ง แต่ที่สำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้ เติมความคิดสร้างสรรค์ลงไปเท่านี้สินค้าท่านก็จะยืนท่ามกลางคู่แข่งได้อย่างไม่กลัวใครแล้วครับ แล้วยังไงผมก็ไม่ทิ้งท่านแน่นอนครับ^^

เครดิต : SMEs Plus Column Idea Café

Filed under: Idea Packaging, Other, Packaging Tips, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

แคมเปญ…ไอเดียแจ่ม version โค้ก

วันนี้ขอแนะนำแบรนด์ Coca-Cola ที่ทุกๆคนคุ้นเคย แต่จะเล่าถึงไอเดียของ โคคาโคล่า เจ๋งๆที่คุณอาจไม่เคยรู้เพราะว่า เรารับรู้แค่ในประเทศไทยประเทศเดียว แต่ผมจะไปนำไอเดียของแบรนด์ยักษ์ใหญ่แบบโค้กในต่างประเทศว่าเค้าทำอะไรบ้างมาเล่าให้ท่านๆฟังกันนะครับ

original Coco-ColaHandout Coca-Cola Photograph

เริ่มกันเลยดีกว่าครับ….!!!

ไอเดียที่ 1. ในปี 2011 ที่ผ่านมาแคมเปญหรือไอเดียนี้เริ่มในประเทศออสเตรเลีย ชื่อแคมเปญที่ว่า “Share a Coke” เริ่มช่วงประมาณตุลาคม โดยเริ่มมาจากว่าวัยรุ่น 50% ไม่ชอบรสชาติโค้ก ทางโค้กก็พยายามหา Gimmcik idea ให้วัยรุ่นหันกลับมาดื่มโค้กด้วยวิธีที่ชาญฉลาดก็คือ ใช้วิธีพิมพ์ชื่อคนที่มีการตั้งชื่อสูงสุดในออสเตรเลีย 150 ชื่อลงบนกระป๋องโค้ก เช่น Matt, Nan, Joel, Anna เป็นต้น และกระจายไปตามตู้แช่ในหัวเมืองต่างๆ โดยออกแบบให้ชื่อนั้นอยู่ตำแหน่งเดียวกันกับโค้กเลยก็ว่าได้ ถือเป็นความตั้งใจ แต่จะมี Wording เขียนกำกับไว้ข้างหน้าชื่อว่า Share a Coke with…. หลังจากออกตลาดไปพบว่าคนมีการแชร์ในโลก Social Network และมีคนพูดถึงเป็นจำนวนมาก ก่อนที่โค้กจะเปิดตัวว่านี่คือแคมเปญ Share a Coke ให้รับรู้ทั่วกันอย่างเป็นทางการ ทางคุณ Lucie Austin Marketing Manager กล่าวว่ามันเป็นการย้ำเตือนให้ลูกค้านั้นนึกถึงคนที่เคยเกี่ยวข้องในชีวิต หรือไม่ก็ลืมติดต่อกับเค้า หรือไม่ได้ติดต่อกันเสียนาน อยากที่จะนำขวดโค้กกระป๋องโค้กไปแชร์กันอย่างสนุกสนาน มันสร้างความฮือฮามากๆขนาดลูกค้าสามารถเข้า Facebook ไปเลือกเพลงประจำตัวประจำชื่อได้และแชร์ผ่านออนไลน์

coke_connect_land11skr5i.jpgcoca-cola-share-a-coke-1-2000-84478

บางคนคิดว่า อ่าว…!!! ชื่อฉันไม่โหลจะทำยังไงดีล่ะ ก็แค่ไปลงทะเบียนนัดผ่าน Facebook Fanpage ของ Coke ซึ่งจะมีกิจกรรมต่างๆที่นำชื่อของท่านไปใส่ไปตามจุดต่างๆ เพื่อเอาใจแฟนโค้กได้ทั่วถึง

ส่วนคนที่ชื่อไม่โหล ก็ไม่ต้องน้อยใจ เพราะโค้กคิดเผื่อไว้ให้แล้ว

ใครที่อยากจะมีชื่อตัวเอง ชื่อเพื่อน คนในครอบครัว คนรู้จัก หรือคนที่อยากรู้จัก พิมพ์ลงบนกระป๋องโค้กขนาด 200 มิลลิลิตร ก็ไปลงทะเบียนนัด ผ่านแฟนเพจของแชร์อะโค้กในเฟซบุ๊กซึ่งจะมีกิจกรรมไปชื่อบนกระป๋องให้ตามต้องการตามจุดต่างๆ ที่ประกาศไว้ เป็นการเอาใจผู้บริโภคแฟนโค้กเป็นส่วนตัวอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกัน

Things_we_like_coca_cola_can1

ผลที่ได้คือ 7% ในการเพิ่มขึ้นของยอดกลุ่มวัยรุ่น, ยอดขายเพิ่มขึ้น 3%, 870% ในการเพิ่ม Traffic ในเฟสบุ๊ค, กว่า 12 ล้านมีเดียที่ได้ฟรี และ 76,000 แชร์กันในเฟสบุ๊ค เพียงไม่ถึงเดือนแฟนเพจของโค้กก็มีกดไลค์ 6 แสนกว่าราย มีคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นเกือบ 2 หมื่นราย

ไอเดียที่ 2. โค้กสร้างแคมเปญ แบ่งปันกระป๋องโค้ก แบ่งปันความสุข (Sharing Can) เป็นอีกแคมเปญ แชร์ความสุขด้วยการแบ่งปันกระป๋องโค้ก อย่างที่เรารู้โค้กแคมเปญนี้เป็นไอเดียของ Ogilvy & Mather ประเทศสิงคโปร์และฝรั่งเศสที่ทำงานร่วมกัน สร้างแคมเปญแบ่งครึ่งกระป๋องโค้กโดยได้ออกแบบแนวคิดใหม่ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังทางความคิดสร้างสรรค์ด้วยการนำโค้กกระป๋องขนาด 330 มิลลิลิตร มาแบ่งให้เพื่อนได้ด้วยการบิดกระป๋อง เมื่อบิดกระป๋องแล้วจะได้ออกมาเป็น Coke can 2 กระป๋องเล็กเพราะตอบปัญหาเรื่องคนทานน้ำอัดลมปริมาณน้อย กับสร้างการแบ่งปันและความสัมพันธ์มิตรภาพคนรอบข้างด้วยกระป๋องเล็กๆใบนี้ได้ด้วย

coke-sharing-cancoca-cola-sharing-can-600-92051 maxresdefault

ไอเดียที่ 3. โค้กได้คิดจากแคมเปญ การแชร์กันการช่วยเหลือกันอีก ออกแคมเปญวันเพื่อนแห่งชาติมา ซึ่งเป็นวันที่ 20 July โดยลงทุนทำเครื่อง Vending Machine หรือตู้กดน้ำ แต่ทำในขนาดใหญ่มาก ให้ชื่อว่า Friendship Machine ซึ่งคนทั่วไปไม่สามารถจะหยอดเหรียญหรือกดน้ำได้ ต้องมีเพื่อนมาพยุงต่อกันเพื่อที่จะต่อตัวขึ้นไปกดน้ำโค้กทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์แบบใหม่เกิดขึ้นตามแคมแปร์การแชร์ แบ่งปัน ช่วยเหลือกันตรงตามเป้าหมายที่คิด ผลลัพธ์ที่ได้นั้น ยอดขายโตขึ้นจาก Vending Machine ปกติถึง 1075%, ขาย 800 กระป๋องใน 9 ชั่วโมงต่อหนึ่งตู้

18996 Coca-Cola vending machine Ziggo dome oktober 2012 LR coca-cola-the-friendship-machine-2000-35490

ไอเดียที่ 4. โค้กต้อนรับ Summer ของทางประเทศโคลัมเบียฝั่งอเมริกาใต้ ด้วยการเสิร์ฟโค้กในขวดน้ำแข็ง ซึ่งเป็นขวดน้ำแข็งแท้ๆ ละลายได้จริง โดยไม่ต้องนำขวดมา Recycle ใหม่ ความคิดสร้างสรรค์นี้เป็นฝีมือของ Agency ชื่อดังอย่าง Ogilvy & Mather ที่นำมาเปิดตัวที่ชายหาย Cartagena ประเทศ Columbia โดยออกแคมเปญCoca Cola Ice Bottle  บริเวณขวดน้ำแข็งถูกพันด้วยพลาสติกลายโลโก้โค้ก ที่ทำเลียนแบบขวดโค้กของจริง และช่วยให้เป็นภาชนะป้องกันความเย็นจากขวดน้ำแข็ง เป็น Idea ที่เจ๋งมากๆ Eco-Friendly ต่อโลกต่อธรรมชาติอีกด้วย เรียกได้ว่าพลังความคิดสร้างสรรค์เหลือรับประทานจริงๆ

Coca-Cola-Ice-bottlescoca-cola-ice-bottle-hed-2013

ไอเดียที่ 5. กอดฉันหน่อย ไอเดียการทำตู้กดน้ำที่มีแนวความคิดจากแคมเปญ Open Happiness ซึ่งเป็นแก่นนั้น ทำให้ตู้กดน้ำที่เกิดจากการกอด หรืออ้อมกอดของเราที่แสนอบอุ่นถ่ายทอดไปยังตู้กดน้ำ โดยลักษณะตู้กดน้ำนั้นจะมีข้อความเขียนว่า Hug Me อยู่ พอเจ้าตัว Hug Machine นี้ออกไป ผลลัพธ์ทำให้คิวของตู้นี้ยาวเหยียดมาก, มีเดียที่ได้ในเวลา 2 อาทิตย์ เป็นจำนวน 116 ล้าน รวมถึง 1.5 ล้านเป็นวีดีโอ ถือว่าลงทุนเพื่อฟรีมีเดียได้ดีเลยทีเดียว

20120329_162738

ไอเดียสุดท้าย เป็นงานสิ่งพิมพ์โฆษณา Coca-Cola Grib ที่เชิญชวนให้รู้จักถึงสินค้าใหม่อย่าง Coca-Cola Grip ว่ามีข้อดีอย่างไร จับถนัดมือ ไม่หลุดหล่นง่าย เค้าจึงออกแบบให้เกิดประสบการณ์ใหม่ ซึ่งใช้ตีนตุ๊กแก หรือ Velcro tape นั้นเป็นแผ่นโฆษณาแกนที่จะพิมพ์กระดาษ ฉะนั้นเมื่อไปติดตั้งบริเวณป้ายรถเมล์ เนื่องจากพฤติกรรมคนชอบยืนพิง ทำให้เมื่อไปยืนพิงป้าย Coca-Cola Grip ทำให้ตัวตีนตุ๊กแกนั้นดูดเสื้อผ้า ทำให้สะดุดตาหรือเอะใจว่าเกิดอะไรขึ้น พอมาอ่านป้ายก็เสมือนเฉลยว่า มันคือ Coca-Cola Grip ไม่หลุดง่าย เป็นต้น

coca-grip-velcro

ทั้งหมดสำหรับครั้งนี้พยายามให้ท่านๆเห็นว่า แบรนด์ๆหนึ่งนั้น สามารถสร้างสรรค์ผลงานแต่ละชิ้นที่เป็นชิ้นเอกที่สามารถสร้างความโดดเด่นความฮือฮาได้มากมาย ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่จินตนาการว่าแบรนด์ของท่านสามารถสร้างได้แบบนี้หรือไม่ ยังไงมันถือเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านให้ความสำคัญในการสรรสร้างผลงานไม่มากก็น้อย บางทีท่านอาจจะสร้างแค่ครั้งเดียวแล้ว WoW จนกลายเป็น Talk of the town ในที่สุด

เครดิต : SMEs Plus Magazine

Filed under: Idea Packaging, Packaging Strategy, , , , , , , , , , , ,

น่าสนใจมาก..!!! คุณสมชนะ นักออกแบบบรรจุภัณฑ์โลก ณ รายการไทยเท่

คุณแชมป์ สมชนะ กังวารจิตต์ นักออกแบบบรรจุภัณฑ์ ระดับโลกจาก Prompt Design ณ รายการไทยเท่ หัวข้อแพคเกจใส่ไอเดีย(Idea Packaging) สัมภาษณ์โดยพี่โหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ กับการสร้างแรงบันดาลใจมากมายให้กับวงการและนักออกแบบรุ่นใหม่  ในความสม่ำเสมอของผู้ชายคนนี้ น่ายกย่องมากๆ

สมชนะ กังวารจิตต์

คุณสมชนะ กังวารจิตต์ แห่ง Prompt Design

Filed under: Idea Packaging, Other, , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

ดารา พารวย จริงเหรอ…???

วันนี้จะมาเล่าเรื่องที่หลายๆคนอยากรู้ ดูเสมือนไม่ใกล้ไม่ไกลตัวเองก็คือ เรื่องของดารา แต่ผมไม่ได้จะเล่าในแนว Gossip ซุบซิบดารานะครับ ผมจะพูดในเชิงของดารา พาแบรนด์เรารวยได้จริงเหรอ….???

Celebrity_Marketing_RT

จริงๆแล้วนะครับดารานั้นค่อนข้างที่อยู่คู่คนไทยมากๆ โดยเฉพาะละครดังหลังข่าว หนังภาพยนตร์ เกมส์โชว์ หรือแม้แต่งานอีเว้นท์ อีกทั้งยังมาปรากฎให้เราเห็นตามหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ในอินเตอร์เน็ต และยังตามมาหลอกหลอนเราจนกระทั่งเราไปซื้อของตามซุปเปอร์มาร์เก็ตกันเลยทีเดียว ทุกวันนี้เรียกได้ว่าดาราได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว เค้าเสมือนดั่งเพื่อนนำทางของเรา ทั้งนำทางในเรื่องการกิน เช่น เค้าก็ไปเป็นตัวแทนสินค้า (Presenter) พยายามบอกเราว่า สินค้านี้ดีอย่างงั้นอย่างงี้ หรือเรื่องการอยู่ เช่น เค้าบอกเราว่าอยู่ที่นี่ ซื้อบ้าน ซื้อเครื่องนอนแล้วมีความสุข หรือเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพ เช่น ทำประกันชีวิตแบบผมแล้วดีอย่างนู้นนี้นั้น ก็ว่ากันไป เห็นมั้ยครับดารานี่เปรียบเสมือนเพื่อนเราจริงๆนะครับ บางทีผมว่าเราเห็นหน้าดารามากกว่าเราเห็นหน้าแฟนของเราเสียอีก

เข้าเรื่องดีกว่า ดาราหรือบุคคลรู้จักนะครับ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. Celebrity Endorsers คือ บุคคลที่มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการต่างๆ
2. Person Endorsers คือ บุคคลทั่วๆไปที่มีรูปร่างหน้าตาดี แต่อาจยังไม่เป็นที่รู้จัก

ขั้นตอนการเลือกดารามันมีหลายหลายตำรา หลายสำนัก ในการเลือก แต่ตำราผมมี 4 อย่างที่สำคัญและเข้าใจง่ายๆ คือ
1. คุณจะใช้ดารามาช่วยอะไรให้คุณ
2. ถ้าจะเลือกดาราอย่างถูกต้อง ต้องหาข้อมูลว่าดาราทั้งหมด คนไหนเหมาะสมกับคุณที่สุด
3. คุณคิดอย่างไรกับเงินก้อนใหญ่ที่จะโฆษณาดาราและสินค้าของคุณเพื่อให้ผู้บริโภคเห็นบ้าง
4. พิจารณาจากระยะเวลาที่เหมาะสม
ลองมาดูว่าดาราดาราหญิงค่าตัวสูงสุดในปีที่แล้ว ขอขอบคุณข้อมูลจากกระปุกดอทตอม

อันดับ 1 อั้ม พัชราภา โฆษณา 8.6 ล้านบาท / ชิ้น

อันดับ 2 ชมพู่ อารยาโฆษณา 7.5 ล้าน / ชิ้น

อันดับ 3 พลอย เฌอมาลย์ โฆษณา 6.5 ล้านบาท / ชิ้น

อันดับ 4 แอน ทองประสมโฆษณา 6 ล้านบาท / ชิ้น

อันดับ 5 แอฟ ทักษอร โฆษณา 6.5 ล้านบาท / ชิ้น

อันดับ 6 นุ่น วรนุช โฆษณา 5.5 ล้านบาท / ชิ้น

อันดับ 7 เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ โฆษณา 6.5 ล้านบาท / ชิ้น

อันดับ 8 แพนเค้ก เขมนิจ โฆษณา 5 ล้านบาท / ชิ้น

อันดับ 9 ญาญ่า อุรัสยา โฆษณา 4.5 ล้านบาท / ชิ้น

อันดับ 10 มิน พีชญา โฆษณา 4.5 ล้านบาท / ชิ้น

ข้อดีของการใช้ดารามาโฆษณา ก็คือ
1. Credibility (ความน่าเชื่อถือ) แปลว่า ใช้คุณสมบัติของตัวดารามาสร้างความมั่นใจ (Confidently), ความเชื่อถือ (Believe) และความไว้วางใจ (Trust) เช่น นางงามจักรวาล นาตาลี เกลโบวา มาโฆษณาเครื่องสำอาง BSC, พีท ทองเจือ เป็นดารานักแข่งรถโฆษณา ปตท. หรือแม้แต่ ลิโอเนล เมสซี่ โฆษณา อาดิดาส  เพราะว่าเสมือนดั่งดาราคนนั้นใช้ผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

adidas-F50-adiZero-1_1200x870
2. Brand Linkage (ความเชื่อมโยงของแบรนด์กับดารา)  คือ เมื่อไรที่เห็นดาราคนนี้จะนึกถึงแบรนด์นั้นๆได้ทันที เช่น น้าแอ๊ด คาราบาว โฆษณาคาราบาวแดง , นุสบากับลูกๆ พรีเซนเตอร์โฆษณานมผงดูเม็กซ์, ไมเคิล จอร์แดน เป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์ไนกี้ เมื่อไรที่เห็นไมเคิล แทบจะแยกความเป็นไนกี้ไม่ออกเลยทีเดียว หรือ กีกี้ ศักดิ์ นานา นักดริฟท์รถชื่อดังโฆษณาเครื่องดื่มกระทิงแดง

Michael_Jordan_Wings_6_by_creative_360mj sponsor
3. Attractiveness (การสร้างเสน่ห์ดึงดูดความสนใจ) คือ สร้างแรงดึงดูด หมายความว่าตามปกติแล้วการเลือกใช้พรีเซนเตอร์ มันก็เสมือนเป็นแม่เหล็กดึงดูดอยู่แล้ว และยิ่งเลือกพรีเซนเตอร์ที่โดนๆและดึงดูด มันก็จะสร้างความน่าสนใจได้ยิ่งๆขึ้นไปอีก เช่น บัวขาว โฆษณาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า, ตุ๊กกี้ โฆษณาซันซิล, ณเดชน์ ญาญ่า โฆษณามันฝรั่งเลย์ เป็นต้น
Banner Pancake

โมเดลการตลาดแบบที่ใช้ดารานี้ได้ถูกนำมาพัฒนาและลบจุดอ่อนต่างๆของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง อาจมีการใช้ชื่อเสียงของดารานั้นๆ เป็นเพียงตัวจุดพลุให้เกิดความสนใจในระยะแรก พูดง่าย ๆ คือถ้าใช้งบประมาณทางการตลาดเท่า ๆ กัน สินค้าของดาราจะได้เปรียบกว่า เพราะนอกจากชื่อเสียงของดารา ที่จะดึงดูดให้ผู้บริโภคสนใจในสินค้าแล้ว ตัวดาราเองยังได้ฟรีมีเดียเยอะ จากการไปออกรายการทีวี รายการ Gossip ต่างๆ หรือจากการให้สัมภาษณ์ทางสื่อต่าง ๆ ซึ่ง หลังจากนั้นสิ่งที่ควรทำก็คือต้องหันไปปรับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ โดยเป้าหมายทางการตลาดให้สินค้าเดินไปได้ด้วยตัวของมันเอง

ถือว่าไม่ใช่เล่นๆนะครับสำหรับการจะจ้างดารามาเป็นพรีเซนเตอร์ สำหรับธุรกิจ SME ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นต้องลองชั่งใจ คำนวณความคุ้มค่าต่างๆดูว่า สมควรจะนำดารามาเป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์เรารึเปล่า บางทีท่านอาจต้องเลือกดาราให้ดี มิฉะนั้นถ้าแบรนด์เราแขวนอยู่กับดารามากเกินไปบางทีแล้วพฤติกรรมของดาราอาจทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้าท่านพังลงชั่วข้ามคืนก็เป็นได้ แต่ในทางกลับกันแบรนด์ต่างๆก็แจ้งเกิดด้วยการใช้ดารามาเป็นพรีเซนเตอร์ เช่น วุฒิศักดิ์คลีนิก เป็นต้น น่าคิดนะครับ
ปล. ขอบคุณนิตยสาร SMEs Plus

Filed under: Other, Packaging Strategy, , , , , , , , , , , , , ,

คุณสมชนะ กลายเป็นกรรมการตัดสินโลกไปแล้ว….!!!!

คุณแชมป์ สมชนะ กังวารจิตต์ นักออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับโลก จาก Prompt Design ได้รับรางวัลบรรจุภัณฑ์ระดับโลกของ PENTAWARDS มา 3 ปีซ้อน จนคณะกรรมการจาก PENTAWARDS เชิญไปเป็นกรรมการตัดสินบรรจุภัณฑ์ระดับโลกในปี 2013 เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน เค้าคนนี้สุดยอดจริงๆ ที่ได้นำธงชาติไทยไปโบกสะบัดบนวงการบรรจุภัณฑ์โลกอย่างทรงคุณวุฒิด้วยความภาคภูมิใจอีกแล้ว น่ายกย่องในความสามารถของเค้าคนนี้จริงๆ

Somchana Jury members of PENTAWARDS 2013 Packaging Design Awards

Somchana Jury members of PENTAWARDS 2013 Packaging Design Awards

ออกแบบรรจุภัณฑ์

Prompt Design Packaging Design

ภาพคณะกรรมการทั้งหมดมีจากบริษัทออกแบบระดับโลกอย่าง Turner Duckworth จากอเมริกา, BIC จากอเมริกา, Elmwood จากอังกฤษ, Design Bridge จากอังกฤษ, Mousegraphics จากกรีซ, Suntory จากญี่ปุ่น, P&G จากเบลเยี่ยม และ Prompt Design จากประเทศไทย

Somchana Jury members of PENTAWARDS 2013 Thailand

Somchana Jury members of PENTAWARDS 2013 Thailand

Filed under: Idea Packaging, Packaging Tips, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

สร้างชื่อด้านบรรจุภัณฑ์โลกอีกแล้ว!!!! สมชนะ กังวารจิตต์ นักออกแบบระดับโลก

คุณแชมป์ สมชนะ กังวารจิตต์ คนไทยระดับโลก สัมภาษณ์รายการ World Class Smart Thai ของกรุงเทพธุรกิจ บอกเล่าเรื่องราวความเป็นนักออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับโลกแบบกันเอ๊ง…กันเอง น่ายกย่องในความตั้งใจของเขาจริงๆ ลองมาดูการทำงาน ทีมงาน ความตั้งใจในการทำงานของเขาที่ทำให้คุณสมชนะสามารถทำให้เขาไปสู่ Packaging Designer of the World อย่างแท้จริง

Filed under: Other, Packaging Tips, , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

ขนาด…ใครคิดว่าไม่สำคัญ….???

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ผมจั่วหัวแปลกๆ ฮั่นแน่….!!!!!

ผมรู้ว่าท่านคิดอะไรอยู่ ถูกต้องแล้วครับ….!!!! วันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่องของขนาด ขนาด แล้วก็ขนาด ความเป็นจริงแล้วขนาดหรือ ไซส์นั้นมีผลมากจริงๆ ตัวอย่างเทรนด์ปัจจุบันที่ผู้หญิงชอบนักชอบหนาที่ไปทำหน้าอกที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม มันก็ย่อมต้องมีวัตถุประสงค์แอบแฝงอยู่อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นใจ เรื่องบริหารสเน่ห์ เรื่องกลัวแฟนไม่รัก หรืออีกร้อยแปดเหตุผลตามแต่จะสรรหามา ซึ่งในความเป็นจริงจากผลการวิจัยนั้นได้ระบุชัดเจนว่า 47% ในการมองแวบแรกของผู้ชายมีเป้าหมายที่หน้าอกสาว แสดงว่าเป็นการตอกย้ำสาวๆ ว่าความไม่มันใจเรื่องหน้าอกหน้าใจนั้นแสดงว่าไม่ได้คิดไปเอง

นี่แหละครับเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าขนาดนั้นสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายขนาดไหน… !!!!

แค่่เขียนเกริ่นนำ ท่านผู้อ่านก็คงอยากรู้แล้วสิครับว่าเรื่องราวไซส์ๆขนาดๆ เนี่ยมันเกี่ยวอะไรกัน…!!!!!

ในวงการตลาดนั้นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดด้านราค้า ราคา หรือ Price  Strategy มันก็คือ กลยุทธ์ด้านขนาด ( Size )

นี่ไงครับ เห็นมั้ย เริ่มเกี่ยวกันแล้ว…..!!!!

ท่านจะสังเกตเห็นว่าหลากหลายผลิตภัณฑ์จะมีการ เพิ่มหรือลดหรือปรับขนาด กันอยู่บ่อยๆ ครั้ง มันมีที่มาอย่างไรเดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังและเข้าใจได้ง่าย ดังนี้

1. Emotional Benefit หรือ ปรับไซส์เพื่อตอบสนองทางด้านความรู้สึกผ่านบรรจุภัณฑ์(Packaging) พูดเป็นทางการแบบนี้ท่านอาจจะงง ผมจะอธิบายให้ฟังตัวอย่างเช่น บริษัท ฟริโต เลย์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตมันฝรั่งแผ่นยอดนิยม และเป็นเจ้าตลาดขนมขบเคี้ยว ออกสินค้าใหม่ก็คือ เลย์ ลอง ขนาด 72 กรัม ราคา 25 บาท ซองยาววววขึ้น สูงขึ้น ปริมาณมากขึ้น โดยสิ่งที่เลย์อยากจะพูดนั้นก็คือ “ความสนุก ยาวตลอดทริป” ซึ่งแปลว่าถ้าคุณเลือกซื้อ เลย์ลอง คุณจะสามารถทานอย่างมีความสุขได้ตลอดทั้งการไปเที่ยวเลยทีเดียว สังเกตจากกราฟฟิกและโฆษณาทุกๆอย่างที่ทาง เลย์ เลือกใช้นั้นจะเป็นกราฟฟิกรูปการเดินทาง มีรถแวน, ป้ายเส้นทาง, ถนนหนทาง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้สื่อสารในเรื่องของการไปเที่ยวหรือวันพักผ่อนผ่าน Emotional Benefit แบบเต็มๆ อย่างชัดเจนว่า เมื่อคุณออกเดินทางไปไหนก็ตาม เลย์ลองสามารถเป็นความสนุกของคุณตลอดเส้นทางได้ หลังจากที่ เลย์ Launch ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ออกไป โดยใช้กลยุทธ์การปรับไซส์ เพิ่ม Perception ทางด้านความรู้สึก (Emotional) ซึ่งจับต้องไม่ได้ ทำให้ยอดขายของเลย์เพิ่มขึ้นเป็น 200% ซึ่งสูงมากๆในรอบหลายปีเลยทีเดียว

ข้อสังเกตุ ซึ่งตามปกติแล้วนั้น เดิมเลย์จะมีขนาดทั้งหมด 3 ขนาด คือ ขนาด 5 บาท 14 กรัม, ขนาด 10 บาท 29 กรัม, ขนาด 20 บาท 57 กรัม, ขนาด 30 บาท 80 กรัม เลย์จึงพยายามเพิ่มช่วงราคาที่ขาดหายไปให้เต็ม โดยสื่อสารผ่าน Emotional Benefit ออกมา

2. Functional Benefit หรือ ปรับไซส์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคผ่านบรรจุภัณฑ์(Packaging) ตัวอย่างเช่น น้ำดื่มอย่าง เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ กับน้ำดื่มช้าง มีการปรับไซส์ให้ขนาดเล็กลง ในราคาถูกลง ขานรับกับผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นการพกพาสะดวก น้ำหนักเบา และเหมาะกับผู้บริโภคต้องการน้ำดื่มในขนาดที่พอรับประทาน ซึ่งได้วางจำหน่ายมาระยะหนึ่งแล้ว ผลตอบรับค่อนข้างดีมาก สังเกตดีๆ จะพบว่า Case Study น้ำดื่มนี้จะเน้น Functional Benefit ก็คือชูการปรับไซส์ลงเพื่อสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคล้วนๆ ขอย้ำเพื่อสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคล้วนๆ และแทบไม่ได้อ้างอิงทางด้าน Emotional เลย นี่ก็เป็นอีก Case หนึ่งที่เป็นการศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มแล้วออกขนาดใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการ ซึ่งมันจะแตกต่างจาก Case Study ด้าน Emotional ตรงที่ฝั่ง Emotional จะพยายามสื่อสารผ่านความรู้สึกที่พยายามใส่ลงไปในทุกๆสื่อที่เลือกใช้ผิดกับน้ำดื่มเพียงแค่ปรับไซส์เท่านั้น

เพิ่มเติมอีก Case Study หนึ่งที่ร้อนแรง ณ เวลานี้ ก็คือ สงครามชาเขียวที่ดูจะเล่นกันจนหน้าชาไปหมดแล้วระหว่างเจ้าใหม่อย่างอิชิตัน กับ เจ้าตลาดอย่างโออิชิ ถ้าสังเกตโออิชิยิงขีปนาวุธแรกออกไป ด้วยบรรจุภัณฑ์ใหม่(New Packaging)อย่างกระป๋อง 4 รสชาติ ราคา 15 บาท ขนาด 320 ml. คำถามคือออกมาทำไมเนื่องจากชาด้านในก็เป็นรสเดิม เปลี่ยนแค่บรรจุภัณฑ์ คำตอบก็คือ ช่วยขยาย “พอร์ตสินค้า” ของโออิชิให้ครบถ้วน เพราะเป็นราคาที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง 20 บาท ที่เป็นขวด 500 ml. และ 10 บาท ที่เป็น UHT 250 ml. และยังช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น และยังได้เข้าถึงลูกค้าแต่ละกลุ่ม และได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ โดยเฉพาะลูกค้าผู้หญิงที่มักต้องการดื่มแค่ครั้งเดียว อีกทั้งยังพยายามขยาย Market Share ในตลาดชาของโออิชิให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เนื่องจาก ในร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 มีคู่แข่งชาหลากหลายไซส์ เช่น ชาอิชิตันขนาด 420 ml. ราคา 16 บาท ชาขาวเพียวริคุ 350 ml. ราคา  13 บาท ยูนิฟกรีนที 350 ml. ราคา 12 บาท ซึ่งครอบคลุมแถบจะทุก Segment ทำให้เจ้าตลาดอย่างโออิชิพยายามอุดให้ครอบคลุมทุกๆราคา นี่ก็เป็นหนึ่งทางของการปรับเพิ่มหรือลดไซส์สินค้า เพื่อเพิ่มไซส์ของแชร์ให้มากยิ่งขึ้น นับเป็นหนึ่งมุมมองทางด้าน Functional Benefit ที่น่าสนใจ


ยังมี Case Study อื่นๆอีกมากมายในเรื่องของ Sizing ถ้าท่านสังเกต ไม่ว่าจะเป็น นมถั่วเหลืองแล็คตาซอย 5 บาท 125 มิลลิลิตร, เบียร์ไฮเนเก้นรุ่นกระป๋องสูง จุใจ ขนาด 500 ml. ในราคา 55 บาท จากขนาดเดิมคือ 330 ml. หรือจะเป็นพวกขนมสแน็คต่างๆ ที่เพิ่มขนาด เพิ่มความคุ้มค่าเยอะแยะมากมายในตลาด หรือแม้แต่มุมมองในเรื่องตลาดรถยนต์ประเภทต่างๆ ทั้งรถเก๋ง, รถSUV, รถ Eco-Car เป็นต้น ก็เป็นการปรับไซส์ให้เหมาะสมกับความต้องการทั้งนั้น

ตามปกติแล้วในตลาดนั้นจะควบรวมกันทั้งสองมุมระหว่าง Emotional Benefit หรือ Functional Benefit ให้ไปพร้อมๆกัน อย่างแยกออกไม่ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น เรื่อง Emotion จะเด่นมากกว่าหรือ Function จะเด่นน้อยกว่า ก็ต้องพิจารณาจากความเหมาะสมในมิติของแบรนด์และผลิตภัณฑ์หลายๆด้าน มา weight กันแล้วค่อยทำการตัดสินใจ ทั้งหมดนี้ก็เป็นตัวอย่างแค่เรื่องการปรับ Size มุมเดียวเท่านั้นจาก กลยุทธ์การตลาดอีกมากมาย

เห็นมั้ยครับว่า ผมบอกแล้วว่า “ขนาด…..สำคัญขนาดไหน” ผมว่าผมจะลองไปเพิ่มขนาดดูครับ 5555

ขอขอบคุณ : นิตยสาร SMEs PLUS คอลัมน์ Idea Cafe ของคุณสมชนะ กังวารจิตต์

Filed under: Packaging Strategy, , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Follow Us